Welcome
Welcome to <strong>mookfah</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

ลิขิตรักลำน้ำไนล์ บทนำ พีระมิดแห่งฟาบา

นิยายรักโรแมนติกแฟนตาซี จากมัลลิกา

ลิขิตรักลำน้ำไนล์ บทนำ พีระมิดแห่งฟาบา

Postby มัลลิกา on Tue Jun 12, 2007 2:21 am

ลิขิตรักลำน้ำไนล์

บทนำ

พีระมิดแห่งฟาบา


อียิปต์ ดินแดนแห่งผืนทรายและสายน้ำสีน้ำเงิน แม่น้ำไนล์ไม่เคยเหือดแห้ง อารยธรรมไอยคุปต์มิเคยสิ้นมนต์ขลัง หลายพันปีพ้นผ่านเรื่องราวของอาณาจักรโบราณอันยิ่งใหญ่ยังคงถูกขับขานมิสิ้นสุด ทั้งเรื่องจริงและเรื่องแต่ง จากเรื่องเล่ากลายเป็นตำนาน แต่กระนั้นดินแดนแห่งนี้ก็ยังคงมีมนต์เสน่ห์ชวนค้นหา


ภายใต้ผืนทรายสีทองร้อนระอุมีความลี้ลับอันใดบ้างหนอ... ที่ยังคงหลับใหลรอการค้นพบจากคนรุ่นหลัง คนที่เหมาะสม คนที่ถูกเลือกจากทวยเทพที่ยังคงปกปักรักษาดินแดนแห่งนี้ อารยธรรมที่หยุดนิ่งคืออารยธรรมที่ตายแล้ว


หากทว่าคำกล่าวนี้ใช้ไม่ได้กับอารยธรรมไอยคุปต์แห่งลุ่มน้ำไนล์ ตราบใดที่ยังคงมีคนเล่าขานเรื่องราวความรุ่งเรือง ตราบนั้นอารยธรรมไอยคุปต์ก็ยังคงอยู่ตลอดกาล…


ณ สุดเส้นขอบฟ้า ดวงตะวันสีทองเหลือบแดงกำลังลาลับ หากแต่ยังทิ้งแสงสุดท้ายไว้เป็นบรรณาการแก่ผืนทราย ณ จุดที่ท้องฟ้าบรรจบกับผืนทรายร่างสูงโปร่งสง่างามในชุดเดินทางรัดกุมยืนนิ่งอยู่เหนือเนินทรายสูงชัน


ดวงตาสีน้ำเงินเข้มลึกล้ำบนใบหน้าหล่อเหลาคมคายกว่าชายใด จ้องมองไปเบื้องหน้าด้วยแววตามุ่งมั่น เขากำลังคอย คอยบางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร รู้เพียงแต่ว่าสิ่งนั้นสำคัญยิ่งสำหรับตน และวันนี้มันจะปรากฏขึ้นตรงจุดที่ขอบฟ้าจุมพิตผืนทราย


“คุณแดเนียลครับ”


เสียงคุ้นหูของผู้ติดตามดึงให้แดเนียล อับดุลลาห์ ฟาอัด อัลฟาบา เบือนสายตามาจากเส้นขอบฟ้า เขาขมวดคิ้วดกหนาด้วยความสงสัย ริมฝีปากหยักลึกได้รูปสวยเม้มนิดๆ ยามทอดมองไปยังร่างสูงใหญ่ของอาเหม็ดเพื่อนและองครักษ์ฝีมือดี


ที่ติดตามอยู่ข้างกายเขามาตั้งแต่เล็กแต่น้อย การเป็นบุตรชายคนเดียวของชีคอัลฟาบาผู้ยิ่งใหญ่ มิได้รับประกันความปลอดภัยให้เขามากนัก ชายหนุ่มจึงต้องมีองครักษ์ประจำตัวอยู่ข้างกายเสมอ


“มีอะไรอาเหม็ด”


“เรากลับไคโรกันเถอะครับ ใกล้ค่ำแล้ว สิ่งที่คุณตามหาคงไม่...เจอแล้ว” ชายหนุ่มผิวคล้ำเริ่มอึกอักเมื่อเห็นสายตาไม่พอใจของผู้เป็นนายตวัดมองมาที่ตน


“ยัง รอก่อน” ผู้เป็นนายเอ่ยเสียงห้วน แล้วหันกลับไปจ้องมองเส้นขอบฟ้าเบื้องหน้าอีกครั้ง


“แต่...” เสียงสุดท้ายขาดหายไปจากลำคอ เมื่อนัยน์ตาคมกริบคู่เดิมตวัดกลับมาที่เขาด้วยแววไม่พอใจยิ่งกว่าเดิม คำพูดของแดเนียล อัลฟาบา ไม่ได้มีไว้ให้ใครคัดค้าน


อาเหม็ดสบนัยน์ตาสีน้ำเงินสวยของผู้เป็นนายนิ่ง เขาถูกสอนให้เคารพและเชื่อฟังชายหนุ่มตรงหน้ามาตลอดชีวิต หากสั่งให้อยู่ต้องอยู่ หากสั่งให้ตาย เขาก็ไม่อาจอยู่ แต่ครั้งนี้คำสั่งสอนทั้งหมดต้องถูกยกเลิก เพราะองครักษ์หนุ่มตระหนักถึงอันตรายที่กำลังกรายกล่ำมายังผู้เป็นนาย


“คุณแดเนียลครับ เราควรออกไปจากบริเวณนี้จะดีกว่า บรรยากาศดูไม่ค่อยดีเลย”


“ทำไม มีอะไรอย่างนั้นรึ ทุกอย่างก็ดูเรียบร้อยดีนี่” ชายหนุ่มเอ่ยถามพลางกวาดตามองไปรอบๆ น้อยครั้งมากที่อาเหม็ดจะกล้าขัดความปรารถนาของเขา ยกเว้นแต่ว่า...กำลังจะมีอันตรายเกิดขึ้นกับเขาเท่านั้น


“มันเรียบร้อยเกินไปสิครับ ฟ้ากระจ่าง ลมสงบเงียบอย่างน่ากลัวแบบนี้ บรรพบุรุษของผมบอกว่า มันเป็นจุดเริ่มต้นของพายุใหญ่” องครักษ์หนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ แต่ดวงตาสีน้ำตาลกลับหรี่ลงอย่างระแวดระวัง


“อย่างนั้นหรือ...” ผู้เป็นนายพยักหน้ารับ หันไปกลับทอดสายตายังจุดเดิมอีกครั้งด้วยความอาลัย ดวงตาสีน้ำเงินเข้มหมองเศร้า ก่อนจะเบิ่งโตด้วยความตระหนกเมื่อเห็นพายุทรายขนาดสามพันฟุต


ก่อตัวขึ้น ณ เส้นขอบฟ้าเบื้องทิศตะวันตกอย่างไม่มีเคล้ามาก่อน พายุใหญ่พัดฝุ่นทรายปลิวขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อตัวเป็นกำแพงเม็ดทรายขนาดใหญ่ และตอนนี้มันกำลังเคลื่อนมายังจุดที่เขายืนอยู่ด้วยความเร็วอย่างน่าหวาดกลัว


“อาเหม็ดวิ่ง วิ่งเร็ว พวกเราต้องหาที่กำบัง พายุทรายกำลังเคลื่อนมาทางนี้แล้ว” ร่างสูงตะโกนสุดเสียง ก่อนจะวิ่งลงเนินไปอย่างรวดเร็ว โดยมีร่างใหญ่ขององครักษ์คนสนิทวิ่งตามมาติดๆ


“คุณแดเนียลครับ ไม่ทันแล้วครับ เราต้องหลบหลังอูฐ”


อาเหม็ดร้องบอกแล้ววิ่งตรงไปยังอูฐสองตัวที่เขาผูกไว้ ชายหนุ่มส่งสัญญาณให้มันนั่งลงกับพื้นทราย ก่อนจะดึงผ้าคลุมผืนหนาคลุมลงบนตัวผู้เป็นนายที่ทรุดลงนั่งข้างอูฐตัวหนึ่งจนมิดชิด


ชายหนุ่มกวาดตามองความเรียบร้อยแล้วจึงทรุดลงนั่งข้างอูฐของตนบ้าง เขาตวัดผ้าคลุมรอบร่างตัวเองแล้วเริ่มสวดภาวนาอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ตอนนี้ไม่มีอะไรที่เขาทำได้แล้ว จะอยู่หรือจะตายคงต้องแล้วแต่พระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า


แดเนียลนั่งกอดเข่านิ่งอยู่ใต้ผ้าคลุมหนาที่ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เม็ดทรายเล็กละเอียดโอบล้อมรอบตัวเขาและพยายามแทรกเข้าไปในปากจมูกของเขาตลอดเวลา พายุทรายรุนแรงกว่าที่เขาคิดไว้มาก หากไม่มีลำตัวของอูฐคู่ใจช่วยต้านลมไว้บ้าง เขาอาจจะถูกพัดปลิวขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วก็ได้


แต่กระนั้นการหลบอยู่อย่างนี้ก็ไม่ได้หมายว่าเขาจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะพายุที่พัดกระหนำอยู่ตอนนี้อาจจะหอบทรายกองโตเท่าภูเขามาฝังเขาทั้งเป็นก็ได้ แต่ชายหนุ่มกลับไม่รู้สึกกลัว ความรู้สึกลึกๆ ในใจบอกเขาว่าพายุทรายนี้จะไม่ฆ่าชีวิตเขา หากแต่จะนำเขาไปพบสิ่งที่เขารอคอยมาชั่วชีวิต อะไรบางอย่างที่สำคัญยิ่งว่าชีวิต...


“ผ่านไปแล้วสินะ” แดเนียลพึมพำเบาๆ เมื่อพายุทรายที่พัดกระหน่ำอยู่เกือบชั่วโมงยุติลง ชายหนุ่มสะบัดผ้าคลุมที่เต็มไปด้วยฝุ่นทรายออกจากตัวพลางกวาดตามองไปรอบๆ ภูมิศาสตร์ที่เขาเห็นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเพราะพายุที่เพิ่งยุติลง เนินทรายใหญ่หายไปและถูกแทนที่ด้วย... ด้วย... พีระมิด


“พีระมิด!! อาเหม็ดมีพีระมิดอยู่ใต้เนินทรายนั่น” ชายหนุ่มร้องบอกแล้วออกวิ่งไปยังพีระมิดใหญ่เบื้องหน้าด้วยดวงใจระทึก เขาพบแล้ว เขาพบสิ่งที่เฝ้าค้นหามานานแล้ว พีระมิดของเขา พีระมิดแห่งฟาบา...


.................


มัลลิกานะคะ เรื่องใหม่ค่ะ ติชมด้วยนะคะ รักนะ...มัลลิกา
มัลลิกา
 
Posts: 11
Joined: Mon Jun 11, 2007 5:52 am

Postby มุกเรียง on Tue Jun 12, 2007 2:21 pm

รักด้วย โอนิยายอีหยิบ(อียิปต์) มารออ่านด้วยใจเบิกบาน :lol: :lol:
มุกเรียง เคียงกระบี่
มุกเรียง
 
Posts: 40
Joined: Wed Jun 06, 2007 1:49 pm

Postby Ice Princess on Sun Jun 24, 2007 11:40 am

รออ่านต่อนะคะ^^
Ice Princess
 
Posts: 19
Joined: Sun Jun 10, 2007 10:42 am


Return to ลิขิตรักลำน้ำไนล์

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron