สายลมบนผืนทรายภาคสอง บทนำ
ร่างสูงสง่าของชายในชุดขาว ดูโดดเด่น ท่ามกลางผู้คนมากมายในตลาดท่ามกลางแสงอัสดงสุดท้าย
ตลาดยังเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มาจับจ่ายซื้อของในตลาดใหญ่ของเมืองนี้
ชายหนุ่มที่รูปงามนักแต่ใบหน้าเขากลับเต็มไปด้วยหนวดเคราที่รกรุงรังคล้ายไม่ได้แตะต้องมีดโกนมานานปี เดินเซไปมา
ในมือหนาถือถุงหนังใส่เหล้าเอาไว้เต็ม กลิ่นเหล้าฉุนออกมาจากร่างเขาจนผู้คนที่เดินผ่านยังต้องส่ายหน้าหนี
ผ้าโพกศีรษะหลุดลุ่ย พอๆกับเสื้อผ้าไม่ใคร่จะเรียบร้อยนักมองอย่างไรก็เห็นเป็นคนขี้เหล้าชายขี้เมาที่แม้กระทั่งการเดินก็ยังไม่ตรงทาง
ร่างที่เดินสะเปะสะปะมาหยุดที่กำแพงบ้านหน้าตรอกแคบๆตรอกหนึ่งก่อนที่จะโก่งคออาเจียนเอาเหล้าที่เพิ่งกินเข้าไปออกมา
ทันทีที่หยุดอาเจียน ร่างนั้นก็หายลับเข้าไปในตรอกแคบๆนั้นพร้อมกับเสียงพึมพำสลับกับเสียงเรอเป็นระยะๆ
เพียงไม่นานนัก ชายฉกรรจ์ในชุดสีน้ำตาลอ่อนซึ่งสะกดรอยตามมาห่างๆก็เดินเข้าไปในตรอกแห่งนั้น
ชายในชุดสีน้ำตาลอ่อนนั้นดูคล้ายจะเป็นพ่อค้าที่เดินทางมาไกล
มีท่าทางกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัดเมื่อ “เป้าหมาย” ที่ตามรอยมานั้นหายไปในตรอกแห่งนี้ ทั้งที่เขาเองก็ตามมาติดๆ เหตุใดกันถึงหายไปไร้ร่องรอยได้รวดเร็วขนาดนี้ ด้วยลางสังหรณ์บางประการคล้ายกับถูกคนจ้องมองอยู่ เขารีบหันหลังกลับไปมองเพื่อพบว่า ตัวเองกลายเป็น “เป้าหมาย”ไปเสียแล้ว จากผู้ล่ากลับกลายเป็นผู้ถูกล่า ในมุมมืดของซอกแคบๆมีร่างในชุดขาวยืนพิงผนังอยู่ สายตาจับจ้องมาพร้อมกับจิตสังหารที่กดดันจนนักสะกดรอยถึงกับเหงื่อตกและไม่กล้าขยับไปมากกว่าที่เป็นอยู่
อาการเมาที่แสร้งทำมาตั้งแต่อยู่ที่ร้านเหล้าหายไปเหมือนว่าเหล้าในสิบกว่าโถไม่ได้ตกถึงท้องอย่างนั้นแหละ
ชาเบรียนมองชายตรงหน้าอย่างไร้อารมณ์ ใบหน้างามๆแสดงความเบื่อหน่ายด้วยการพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ในขณะที่หลับตาลง
ชายฉกรรจ์ก็พุ่งเข้าใส่พร้อมกับกันจาร์ในมือ ชาเบรียนเบี่ยงกายหลบมาด้านข้าง
ใช้สันมือฟันเข้าที่ข้อมืออย่างรวดเร็วทำให้กันจาร์เล่มนี้ตกพื้นไป
ชาเบรียนรวบเข้าที่คอเสื้อและผลักชายผู้นี้ไปติดผนัง
มืออีกข้างที่ว่างอีกข้างวางกดไปบนลำคอของอีกฝ่าย
ใบหน้าของชายผู้โชคร้ายเต็มไปด้วยความหวาดกลัว สองมือที่เมื่อครู่คิดต่อต้านตกลู่ลงร่างกายด้วยเพราะหมดกำลังใจที่จะสู้เมื่อต้องเผชิญกับนักรบแห่งลาทากียร์ ชายผู้ที่ชนะเลิศการต่อสู้ที่ลานประลองแห่งเมืองหลวงด้วยอายุเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้น
“ส่งมาแต่นักฆ่า งี่เง่ากับสายลับหน้าโง่ ทุเรศ ดูถูกข้าเกินไปแล้วนะ...ฮารัลห์” ประโยคแรกที่ออกจากปากของชาเบรียนเต็มไปด้วยความโมโหปนความรำคาญ เขามองชายผู้เคราะห์ร้ายด้วยความสมเพช..แต่ไม่อาจปล่อยไปได้ ร่องรอยของเขาไม่สามารถเปิดเผย
“เจ้า....” ปากสั่นรีบเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นแววอำมหิตออกมาจากดวงตาสีน้ำตาลเข้ม
กร๊อบ เสียงกระดูกคอของใครบางคนหักคามือขาวสะอาด
.“..ชา..ย” กระแสเสียงสั้นแต่จับใจความได้เล็ดลอดออกมาก่อนที่เจ้าของเสียงจะสิ้นใจ ไม่มีแม้กระทั่งเสียงร้องหรือการดิ้นรน รวดเร็ว และเงียบ
“จัดการให้เรียบร้อยนะ ราชิด”
ชาเบรียนเดินออกจากตรอกนั้นเหมือนไม่เคยเกิดเรื่องอะไรขึ้น สักครู่ทหารกรมเมืองได้รับแจ้งพบศพของพ่อค้านอนตายอยู่ในตรอกแคบๆด้วยสาเหตุเมาทะเลาะวิวาทกับคู่อริที่ร้านเหล้า ตามลำตัวเต็มไปด้วยบาดแผลที่ถูกแทงนับสิบแผล ส่วนคู่อริหายตัวไปเนื่องจากกลัวความผิด
......................................................................................................................................................................
ระหว่างพักแรมในกองคาราวานที่เดินทางมายังอัลฮักเซกี หนุ่มน้อยหน้ามนในชุดเสื้อสีน้ำตาลเข้มลายทางสลับขาวตัวใหญ่ รองเท้าสาน ที่เอวคาดกันจาร์ฝักหนังหนึ่งเล่ม เด็กหนุ่มโพกศีรษะด้วยผ้าสีดำและตวัดรั้งชายผ้ามาพาดด้านหน้าอีกที ทำให้มองเห็นเพียงนัยน์ตาสีดำสนิทซึ่งสดใสน่าเอ็นดู เขายืนเก้ๆกังๆอยู่หน้ากระโจมของหัวหน้ากองคาราวาน
“ผู้เฒ่าอับบาส ผู้เฒ่าอับบาส” อับบาสซึ่งเป็นชายแก่เต็มไปด้วยหนวดเคราสีขาวเดินออกมาตามเสียงเรียก
“มีอะไร ไอ้หนู”
“เอ่อ ข้าไม่มีกระโจมน่ะขอรับ เลยจะมาขออาศัยนอนด้วยที่กระโจมท่านน่ะขอรับ”
“อืมม์ ก็เอาสิ” ผู้เฒ่าอับบาสมองทั้งเนื้อทั้งตัวของเด็กหนุ่ม เนื่องจากดูแล้วน่าจะไม่มีพิษมีภัย ชายแก่จึงยอมเปิดทางให้
กระโจมใหญ่ของผู้เฒ่าอับบาสนั้นในอีกฝากที่มีม่านบังเต็มไปด้วยสาวน้อยสาวใหญ่ซึ่งก็เป็นบุตรธิดาและภรรยาของผู้เฒ่าอับบาส ชายชราเชื้อเชิญให้เด็กหนุ่มลงนั่งดื่มชากันก่อน ว่าพลางชวนคุย
“เจ้าจะไปอัลฮักเซกีทำไมเนี่ย?”
“อ่า..ไปตามหาพี่ชาย ฮะ” เด็กหนุ่มทำหน้าเหลอหลาก่อนที่จะรีบตอบออกมา
“ไปตามหา ?? พี่ชายอยู่ที่ไหนล่ะเผื่อข้าจะรู้จัก”
“เวรแล้ว” หนุ่มน้อยสบถในใจ
“พี่ข้าทำงานเป็นกรรมกรอยู่ที่ท่าเรือ ที่อ่าวฟาติมะห์ขอรับ” มาคราวนี้เด็กหนุ่มตอบได้ฉะฉาน คล่องแคล่วกับเรื่องที่แต่งขึ้นมาสดๆร้อนๆ
ยังไม่ทันที่ชายชราจะว่าอะไร ก็มีเสียงหัวเราะดังลอดผ่านผ้ากั้นกระโจม เด็กหนุ่มมองเห็นเด็กสาว 2 คนที่แง้มผ้าม่านและส่งยิ้มมาให้ หนุ่มน้อยจึงส่งยิ้มตอบกลับไป ชายชราเห็นท่าทีดังนั้นจึงหันหลังกลับไปมองก็เห็นเพียงชายผ้าที่ไหวไปมาเท่านั้น ผู้เฒ่าอับบาสจึงได้แต่ส่ายหน้าไปมาและส่งสายตาระแวงมาให้เด็กหนุ่มที่ดูๆไปแล้วก็รูปงามใช่เล่น
“ไอ้หนู ลุกขึ้น ข้าเปลี่ยนใจแล้ว กระโจมข้าคนมันเยอะ เจ้าจะมานอนเบียดที่นี่ไม่ได้ เดี๋ยวข้าจะพาไปนอนที่กระโจมที่มันว่างๆกว่านี้” ว่าแล้ว ผู้เฒ่าก็ลุกขึ้นเดินนำออกจากกระโจมไป เด็กหนุ่มไม่ใคร่เข้าใจท่าทีที่เปลี่ยนไปของชายชราแต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี เขาเดินตามหลังท่านผู้เฒ่าจนมาหยุดอยู่ที่กระโจมหลังหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากกระโจมใหญ่พอควร
“ที่นี่แหล่ะ มีคนอยู่คนเดียว เจ้าเข้าไปนอนได้สบาย ถ้ามีอะไรก็บอกไปว่า ข้าให้เจ้ามานอนที่นี่” ชายชราเปิดผ้าให้ เด็กหนุ่มเข้าไป
“ขอรับ” เด็กหนุ่มรับคำแม้ไม่เต็มใจแต่สิ่งที่ทำได้คือการเดินเข้าไปในกระโจมหลังนี้เท่านั้น
“เฮ้ย ไอ้หนูชื่ออะไรวะ”
เด็กหนุ่มหันมาตอบพร้อมกับรอยยิ้มแหยๆ
“อาลี ”.................................................................................................................................................................
