Welcome
Welcome to <strong>mookfah</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

ลิขิตรักลำน้ำไนล์ บทที่ 4 ย้อนเวลา (ตอนที่ 2)

นิยายรักโรแมนติกแฟนตาซี จากมัลลิกา

ลิขิตรักลำน้ำไนล์ บทที่ 4 ย้อนเวลา (ตอนที่ 2)

Postby มัลลิกา on Fri Sep 07, 2007 10:52 am

ลิขิตรักลำน้ำไนล์

บทที่ 4

ย้อนเวลา

ตอนที่ 2


รถยนต์จากัวร์คันงามสีดำมันปลาบแล่นเข้ามาจอดตรงลานกว้างเบื้องหน้าพีระมิดแห่งฟาบา ประตูด้านคนขับถูกผลักเปิดออก ก่อนที่บุรุษหนุ่มร่างใหญ่ในชุดสูทรัดกุมจะก้าวลงมาจากรถแล้วเดินเร็วๆ ตรงไปเปิดประตูให้กับผู้เป็นนายที่นั่งอยู่ด้านหลัง


แดเนียล อับดุลลาห์ ฟาอัด อัลฟาบา ก้าวลงมายืนเต็มความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบหกเซนติเมตร ร่างเพรียวในชุดสูทหรูราคาแพงยืนผึ่งผาย สูง สง่า หล่อเหลาและดูยโสอยู่ในที นี่ล่ะคือลักษณะของผู้ชายในตระกูลอัลฟาบา


มือเรียวค่อนข้างขาวเอื้อมไปถอดแว่นกันแดดยี่ห้อดังออกจากใบหน้า เปิดเผยดวงตาสีน้ำเงินเข้มลึกล้ำ สีเดียวกับแม่น้ำไนล์ที่หล่อเลี้ยงดินแดนแห่งนี้มาชั่วกัปกัลป์ ชายหนุ่มจ้องมองไปยังพีระมิดสีทองอร่ามที่ตั้งตระหง่านท้าทายกาลเวลาเบื้องหน้าด้วยสายตาห่วงหา


พีระมิดแห่งฟาบากำลังอยู่ระหว่างการบูรณะเพื่อให้กลับมางดงามเช่นเมื่อสามพันห้าร้อยปีก่อน ไม่ว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสักเท่าไร เขาก็ไม่รู้สึกเสียดายสักนิด หากสามารถเนรมิตให้พีระมิดแห่งนี้กลับมางดงามอย่างที่มันเคยเป็นมา แม้เขาจะมีสายเลือดของชาวอียิปต์เพียงครึ่งเดียวไหลวนอยู่ในตัว แต่เขาก็รักประเทศนี้และเคารพบรรพบุรุษผู้สร้างมรดกทางวัฒนธรรมอันประเมินค่ามิได้เหล่านี้ด้วยชีวิต


“คุณแดเนียลครับ” กาซิมร้องเรียกพร้อมกับวิ่งตรงมาหา ชายหนุ่มค้อมศีรษะลงทักทายผู้มีศักดิ์เป็นนายจ้างอย่างนอบน้อม ก่อนจะเอ่ยถามว่า “การเดินทางเรียบร้อยดีหรือเปล่าครับ”


“เรียบร้อยดีกาซิม แล้วงานที่นี่เป็นยังไงบ้าง” ทายาทชีคอัลฟาบาเอ่ยถามเสียงเรียบพร้อมกับเขม่นมองไปยังด้านหลังของหัวหน้าคณะสำรวจหนุ่ม ด้วยหวังว่าจะพบใครสักคนเดินตามหลังมา คนที่ทำให้เขารีบมาที่นี่ทันทีที่ลงจากเครื่อง ผู้หญิงตัวเล็กๆ หน้าหวาน ผมดำเหยียดตรงจากเมืองไทย


“เรียบร้อยดีทุกอย่างครับ เราตกแต่งภูมิทัศน์ด้านนอกเกือบเสร็จแล้ว ส่วนด้านในไม่ได้ทำอะไรมากเพียงแต่ทำความสะอาดเท่านั้น ยกเว้นห้องราชินี ถ้าจะบูรณะให้ดีดังเดิมคงต้องใช้เวลา” กาซิมรายงานด้วยน้ำเสียงรื่นเริง โดยไม่สังเกตเห็นแววผิดหวังเล็กๆ ในดวงตาของนายจ้างหนุ่ม


“ไม่เป็นไรฉันเข้าใจ แล้ว--แล้วเพื่อนเธอคนที่บอกว่ามาช่วยแปลจารึกอยู่ที่ไหนเหรอ เขาสะดวกสบายดีหรือเปล่า เธอพูดเรื่องค่าตอบแทนกับเขาหรือยัง” เมื่อมองหาไม่เห็น เขาเลยตัดสินใจเอ่ยถามเสียเลย


“ไอซ์หรือครับ รายนั้นไม่เคยนึกถึงค่าจ้าง เขาขอแค่ได้ทำงานพวกนั้นก็พอแล้ว” กาซิมเอ่ยยิ้มๆ โอกาสที่เขาอุตส่าห์สร้างขึ้นมาถึงแล้ว ไม่ว่ายังไงวันนี้เขาจะต้องแนะนำให้ทั้งสองคนรู้จักกันให้ได้


“ไอซ์...” ชายหนุ่มทวนคำเสียงแผ่ว ชื่อนี้ช่างคุ้นหูยิ่งนัก เหมือนเคยได้ยินมาก่อน แต่นานเหลือเกิน...


“ครับเธอชื่อไอซ์ ความจริงไอซ์เป็นชื่อเล่น ชื่อจริงของเธอก็คือ นางสาวเมษา พิทักษ์โยธิน เป็นคนไทยครับ เธอเชี่ยวชาญภาษาไฮโรกริฟฟิคและไฮโรติก ตั้งแต่เธอมาช่วยงานที่นี่ งานแปลของเรารุดหน้าไปมากเลยครับ”


แดเนียลยิ้มน้อยๆ เมื่อได้ยินหัวหน้าคณะสำรวจหนุ่มเอ่ยคำนำหน้าชื่อผู้ช่วยคนใหม่ว่า ‘นางสาว’ ผู้หญิงคนนั้นยังโสด เธอยังไม่มีเจ้าของ


“พาฉันไปพบเธอหน่อยได้ไหม ฉันอยากจะขอบใจที่เธอเสียสละมาช่วยงาน”


“ได้ครับเชิญทางนี้เลย ไอซ์แปลจารึกอยู่ในห้องเก็บพระศพ” กาซิมยิ้มแป้นแล้วรีบเชื้อเชิญนายจ้างหนุ่มเข้าไปในพีระมิดด้วยหัวใจพองโต สิ่งที่เขาหวังไว้ง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะเลย


แดเนียลรีบเดินตามหัวหน้าคณะสำรวจหนุ่มไปยังพีระมิดที่เห็นอยู่เบื้องหน้าด้วยหัวใจร้อนรน เขากำลังจะได้เจอหญิงสาวที่ติดตาตรึงใจเข้าตั้งแต่แรกเห็นคนนั้นแล้ว แต่ทว่าสองหนุ่มยังไม่ทันได้ก้าวไปไหน อาเหม็ดที่เดินคุมเชิงอยู่ห่างๆ ก็ถลันมาดักหน้าด้วยท่าทางหวาดหวั่น


“คุณแดเนียลครับ” อาเหม็ดร้องเรียกเจ้านายเสียงขรมพร้อมกับชี้มือไปยังขอบฟ้าด้านทิศตะวันตก
“พายุทราย!!” ผู้เป็นนายพึมพำเสียงแหบพร่า ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจ้องมองกำแพงทรายสูงเสียดฟ้า ก่อนจะหันไปมองพีระมิดสูงสง่าด้วยความลังเล พีระมิดแห่งฟาบาถูกค้นพบก็เพราะพายุทราย เขาหวั่นเหลือเกินว่าพายุทรายทำให้มันหายไปอีกครั้ง


“เร็วเข้าครับคุณแดเนียล เราต้องหลบก่อน เข้าไปในรถเถอะครับ นายด้วยกาซิมตามมาเร็ว” องครักษ์หนุ่มเอ่ยเร่งเมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายยังคงยื่นนิ่ง และในที่สุดอาเหม็ดก็ตัดสินใจคว้าแขนเจ้านายออกวิ่งกลับไปยังรถยนต์คันหรูที่จอดอยู่ไม่ห่าง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าขยับไปไหน


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~


เมษาเดินออกจากห้องราชินีเพื่อกลับไปทำงานที่ค้างอยู่ในห้องเก็บพระศพฟาโรห์เมนโนฟิส หญิงสาวเดินเอื่อยๆ ตรงไปนั่งบนเก้าอี้สนามตัวเดิม และคงเริ่มลงมือทำงานที่ค้างอยู่ต่อ หากว่าพื้นหินใต้ฝ่าเท่าไม่ขยับไหวไปมาอย่างอย่างรุนแรงเสียก่อน


“เกิดอะไรขึ้น แผ่นดินไหวเหรอ” หญิงสาวพึมพำเบาๆ พลางลุกขึ้นยืน ความสั่นสะเทือนที่เกิดในตอนแรกค่อยๆ ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ก้อนหินที่ประกอบขึ้นเป็นมหาพีระมิดสั่นไหวอย่างน่ากลัว ฝุ่นผงหลุดร่วงลงพื้น ก่อนจะปลิวขึ้นไปในอากาศผสมกับฝุ่นทรายที่พรั่งพรูเข้ามาจากข้างนอก


“อยู่ไม่ได้แล้ว” หญิงสาวร้องลั่นแล้ววิ่งออกไปจากห้อง เมื่อก้อนหินค่อนข้างใหญ่ก้อนหนึ่งหล่นลงบนพื้นไม่ห่างจากหัวไหล่ของเธอเท่าไร


เมษายกชายเสื้อปิดปากจมูกเพื่อป้องกันฝุ่นทรายที่คละคลุ้งอยู่รอบตัว เท้าน้อยๆ ก้าวไปตามทางเดินมืดสลัว หลอดไฟที่เคยส่องทางให้แสงสว่างเป็นประจำดูเหมือนจะพร้อมใจกันนัดหยุดงานในเวลาที่เธอต้องการมันมากที่สุด แต่ถึงมองไม่เห็นทางเธอก็ต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้ ถ้าไม่อยากถูกหินทับแบนเป็นกล้วยปิ้ง แผ่นดินไหวรุนแรงมากพีระมิดอาจจะถล่มลงมาเมื่อไรก็ได้


ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัวและยิ่งเร่งให้เท้าน้อยๆ ก้าวเร็วขึ้นเป็นเท่าตัว เมษาวิ่งสะเปะสะปะไปตามทางเดินมืดสลัว สองมือเรียวยกขึ้นคลำทางไปเรื่อยๆ แต่ทำไมวันนี้ทางเดินที่เคยเข้าออกจนคุ้นชินถึงได้ทอดยาวกว่าปกติหลายเท่านัก ทางเดินภายในพีระมิดนั้นยาวประมาณสี่สิบเมตร ซึ่งเธอน่าจะเดินมาถึงทางออกได้แล้ว แต่ทำไมยังไม่ถึงอีกนะ


“ลมอะไรเนี่ย ว้ายยยย” หญิงสาวยกมือปิดจมูก หลับตาแน่น ก่อนจะกรีดร้องเสียงยาวด้วยความตกใจ เมื่ออยู่ๆ ก็มีลมพายุพัดเข้าใส่จนตัวเธอลอยขึ้นจากพื้น ร่างบางหมุนคว้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย พายุลึกลับสงบลงเหลือทิ้งไว้เพียงเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว


“กรี๊ดดดดดด”


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~


พายุทรายลูกใหญ่เคลื่อนตัวเข้าหาพีระมิดแห่งฟาบาอย่างรวดเร็ว เหล่าคนงานที่กำลังปรับแต่งภูมิทัศน์รอบๆ พีระมิดต่างทิ้งเครื่องมือของตนวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกันจ้าละหวั่น แต่ไม่มีใครสักคนที่กล้าเหยียบย่างเข้าไปหลบภัยในพีระมิดแห่งฟาบา พีระมิดเก่าแก่ที่ยังคงยืนหยัดท้าทายลมพายุอย่างอหังการ


ภายในรถจากัวร์คันงามที่ออกแบบมาสำหรับต้านทานแรงลมและป้องกันฝุ่นทราย สามหนุ่มนั่งสงบนิ่งอยู่ในที่ของตน อาเหม็ดนั่งประจำอยู่ในตำแหน่งคนขับ ถัดมาเป็นกาซิม ส่วนเบาะด้านหลังเป็นที่พำนักของผู้เป็นนาย


แดเนียล อับดุลลาห์ ฟาอัด อัลฟาบา นั่งหลังตรงสง่าทอดสายตาออกไปนอกรถ แม้ท่าทางภายนอกจะดูเคร่งขรึม แต่ทว่าภายในใจของเขากำลังร้อนรน ร้อนรนด้วยความห่วงหาอย่างประหลาด ไม่ได้ห่วงตัวเองและก็ไม่ได้ห่วงพีระมิดสูงใหญ่เบื้องหน้า หากแต่เขากำลังห่วงหาผู้หญิงไทยตัวเล็กๆ ที่ตอนนี้ยังอยู่ในพีระมิด เจ้าหล่อนจะเป็นอย่างไรบ้างหนอ จะตกใจกลัวหรือเปล่า


“พายุบ้านี่เมื่อไรจะผ่านไปเสียทีนะ ป่านนี้ยัยไอซ์จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้” กาซิมบ่นพึมพำด้วยความเป็นห่วงเพื่อนรัก


“อย่ากังวลไปเลย เธออยู่ในพีระมิดน่าจะปลอดภัย” อาเหม็ดที่นั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามแบบฉบับของตัวเอง แต่ดูเหมือนคำพูดของเขาจะไม่ได้ทำให้ความกังวลของหัวหน้าคณะสำรวจหนุ่มและผู้เป็นนายที่นั่งฟังอยู่ด้านหลังรู้สึกดีขึ้นเลย


แดเนียลเหม่อมองออกไปนอกรถ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มลึกล้ำ จ้องมองไปยังมหาพีระมิดเบื้องหน้าด้วยความกังวล เขาไม่ได้กลัวว่าพายุทรายจะทำอันตรายเจ้าหล่อน แต่เขากำลังกังวล กังวลในสิ่งที่เขาเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรเหมือนกัน


“โอ๊ย…” ชายหนุ่มครางเบาๆ เมื่ออยู่ๆ ก็รู้สึกปวดหัวใจขึ้นมาเฉยๆ


“เป็นอะไรครับคุณแดเนียล” อาเหม็ดหันขวับมาถามเมื่อได้ยินเสียงร้องของผู้เป็นนาย


แดเนียลโบกมือไปมาปฏิเสธว่าตัวเขาไม่ได้เป็นอะไร ชายหนุ่มกัดฟันแน่นเพื่อปิดกั้นเสียงร้องของตน แต่ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ร่างสูงงอตัวลงด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างสุดกลั้น


“โอ๊ยยยยย”


“คุณแดเนียล!!” อาเหม็ดรีบกระโดดข้ามเบาะไปหาผู้เป็นนายด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อว่าคนร่างใหญ่อย่างเขาจะทำได้


“เป็นอะไรครับคุณแดเนียล” องครักษ์หนุ่มเอ่ยถามพลางประคองเจ้านายเอนหลังพิงเบาะ


“ปวด--ปวดหัวใจ มีอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น” ผู้เป็นนายเอ่ยเสียงพร่า ใบหน้าคมซีดเผือดอย่างน่ากลัว


“คุณแดเนียลเป็นโรคหัวใจเหรออาเหม็ด แล้วนายมียาไหม” กาซิมที่นั่งมองอยู่เอ่ยถามพลางรื้อค้นหายาให้จ้าละหวั่น


“ไม่ คุณแดเนียลไม่ได้เป็นโรคหัวใจ” องครักษ์ร้องบอกพลางส่งสัญญาณให้เขาอยู่เงียบๆ


หัวหน้าคณะสำรวจหนุ่มพยักหน้ารับแล้วหุบปากของตนไว้ ชายหนุ่มละสายตาจากนายจ้างไปจับจ้องพีระมิดแห่งฟาบาด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสาว ก่อนจะหันขวับกลับมาอีกครั้ง เมื่ออยู่ๆ แดเนียลก็พูดขึ้นว่า


“กาซิม!! ผู้หญิงคนนั้น เธอกำลังจะจากไป”


“ใครกันครับ เมษาเหรอ… ไปไหนครับคุณแดเนียล” กาซิมเอ่ยถามด้วยสีหน้างงๆ


คนถูกถามโบกมือไปมา ก่อนจะลืมตาขึ้น เอื้อมมือไปเปิดประตูรถ แล้วผลุนผลันออกไป โดยไม่สนใจพายุทรายที่ยังคงพัดกระหน่ำอยู่เบื้องนอก


“อย่าออกไปครับคุณแดเนียล พายุทรายยังไม่ผ่านไป” อาเหม็ดโผเข้ารวบเจ้านายหนุ่มเอาไว้พร้อมกับร้องห้ามเสียงหลง


“ปล่อยฉันอาเหม็ด ฉันจะไปห้ามเธอ” ชายหนุ่มดิ้นรนผลักไสองครักษ์ร่างใหญ่เป็นพัลวันจนทั้งคู่ร่วงออกจากรถลงไปกองบนพื้นทราย


กาซิมรีบเปิดประตูรถตามออกมาแต่ไม่รู้จะห้ามยังไง เพราะตัวเขาเองแค่ลืมตายังทำลำบากเลย พายุทรายโอบล้อมพวกเขาไว้จนมองอะไรแทบไม่เห็น


แดเนียลกัดฟันแน่นแล้วปล่อยหมัดเข้าใบหน้าองครักษ์หนุ่มที่ไม่ทันระวังตัวเต็มแรง ร่างใหญ่ของอาเหม็ดผงะหงายไปตามแรงหมัด เปิดโอกาสให้ผู้เป็นนายลุกขึ้นวิ่งฝ่ากำแพงเม็ดทรายตรงไปยังพีระมิด


“คุณแดเนียล!!” อาเหม็ดสะบัดหน้าไปมาเพื่อไล่ความมึนงง ก่อนจะลุกขึ้นวิ่งตามผู้เป็นนายไป โดยมีกาซิมวิ่งตามไปติดๆ


แดเนียลวิ่งฝ่าพายุทรายตรงไปยังทางเข้าพีระมิดแห่งฟาบาด้วยความยากลำบาก เม็ดทรายเล็กละเอียดถาโถมเข้าใส่จนร่างสูงเซไปมา แต่ก็มิอาจสั่นคลอนจิตใจอันแน่วแน่ของเขาได้ ชายหนุ่มก้าวเท้าไปตามทางเดินมืดครึมภายในพีระมิด ถึงแม้หนทางจะมืดมิดแต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาเลย เขาจำทางเข้าออกและห้องหับต่างๆ ภายในพีระมิดได้อย่างแม่นยำราวกับลายเส้นบนฝ่ามือของตัวเอง


“ลมอะไรเนี่ย ว้ายยยย”


เสียงกรี๊ดร้องที่ดังมาจากด้านใน เร่งให้ชายหนุ่มก้าวเท้าเร็วขึ้นจากเดินเป็นออกวิ่ง และภาพที่เห็นเบื้องหน้าก็ทำให้ชายหนุ่มตัวชา ตรงสุดทางเดิน ร่างเล็กบอบบางของหญิงสาวชาวไทยลอยอยู่กลางอากาศ โอบล้อมด้วยลำแสงสีทองอร่ามเหมือนรังไหม


ชายหนุ่มถลาเข้าไปหาด้วยความตกใจ เขายื่นแขนไปคว้าเจ้าหล่อน แต่ทว่าสิ่งที่เขาสัมผัสถูกมีเพียงอากาศธาตุ หญิงสาวหายแวบไปในอากาศราวกับปาฏิหาริย์ ร่างสูงถลาลงไปกองกับพื้นหมดเรี่ยวแรงที่จะขยับกาย เขามาไม่ทัน เธอไปแล้ว


“คุณแดเนียลครับ” อาเหม็ดถือคบไฟวิ่งเข้ามาหา ก่อนจะตรงไปประคองเจ้านายหนุ่มที่นั่งกองอยู่บนพื้นหินขึ้นยืน


“ฉันสบายดีอาเหม็ด” ชายหนุ่มร้องบอกพลางปัดมือขององครักษ์หนุ่มออกจากตัว เขาก้าวเท้ายาวๆ ตรงไปยืนเบื้องหน้ารูปปั้นฟาโรห์เมนโนฟิส ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจ้องมองพระพักตร์ที่เหมือนกับเขาราวกับแกะนิ่ง


“ไอซ์ ไอซ์เธออยู่ไหน มีใครเห็นยัยไอซ์ไหมครับ เมื่อกี้ผมไปดูในห้องราชินีก็ไม่เห็นเธอเลย” กาซิมที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องร้องถาม


อาเหม็ดที่ยืนประกบข้างกายทายาทชีคอัลฟาบาอยู่เสมอส่ายหน้าไปมา ก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ เมื่ออยู่ๆ เจ้านายของเขาก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า


“สายไปแล้ว เธอไปแล้ว”


“อะไรนะครับ” คำตอบที่ได้รับทำให้หัวหน้าคณะสำรวจหนุ่มงงงวยกว่าเดิม แต่เขาไม่มีเวลาจะมาใคร่ครวญแล้วว่านายจ้างของตนหมายความว่าอะไร ร่างสูงผลุนผลันวิ่งออกไปจากห้องพร้อมกับร้องสั่งให้บรรดาคนงานตามหาเพื่อนสาวอย่างร้อนรน ถ้ายัยไอซ์เป็นอะไรไป เขาจะไม่ให้อภัยตัวเองเลย


“หยุดมือให้หมด มาช่วยกันตามหาคุณผู้หญิง คุณผู้หญิงหายไป พวกนายไปดูรอบๆ ที่เหลือตามฉันเข้ามาดูข้างใน”


สิ้นเสียงร้องสั่งคนงานบางส่วนเริ่มออกตามหาหญิงสาวชาวไทยตามคำสั่งของผู้เป็นหัวหน้า แต่ทว่าคนงานส่วนใหญ่ยังคงยืนนิ่งด้วยความหวาดกลัว อาถรรพ์และคำสาปโบราณเริ่มขึ้นอีกแล้ว และคราวนี้ถึงกับทำให้หญิงสาวต่างชาติหายสาบสูญไป


ภายในห้องเก็บพระศพ แดเนียลยังคงยืนจ้องพระเนตรรูปสลักฟาโรห์เมนโนฟิสนิ่ง ชายหนุ่มขบกรามจนเป็นสันนูน มือทั้งสองข้างกำแน่น เขาแพ้ เขามาไม
มัลลิกา
 
Posts: 11
Joined: Mon Jun 11, 2007 5:52 am

Return to ลิขิตรักลำน้ำไนล์

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron