ลิขิตรักลำน้ำไนล์
บทที่ 4
ย้อนเวลา
ตอนที่ 2
รถยนต์จากัวร์คันงามสีดำมันปลาบแล่นเข้ามาจอดตรงลานกว้างเบื้องหน้าพีระมิดแห่งฟาบา ประตูด้านคนขับถูกผลักเปิดออก ก่อนที่บุรุษหนุ่มร่างใหญ่ในชุดสูทรัดกุมจะก้าวลงมาจากรถแล้วเดินเร็วๆ ตรงไปเปิดประตูให้กับผู้เป็นนายที่นั่งอยู่ด้านหลัง
แดเนียล อับดุลลาห์ ฟาอัด อัลฟาบา ก้าวลงมายืนเต็มความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบหกเซนติเมตร ร่างเพรียวในชุดสูทหรูราคาแพงยืนผึ่งผาย สูง สง่า หล่อเหลาและดูยโสอยู่ในที นี่ล่ะคือลักษณะของผู้ชายในตระกูลอัลฟาบา
มือเรียวค่อนข้างขาวเอื้อมไปถอดแว่นกันแดดยี่ห้อดังออกจากใบหน้า เปิดเผยดวงตาสีน้ำเงินเข้มลึกล้ำ สีเดียวกับแม่น้ำไนล์ที่หล่อเลี้ยงดินแดนแห่งนี้มาชั่วกัปกัลป์ ชายหนุ่มจ้องมองไปยังพีระมิดสีทองอร่ามที่ตั้งตระหง่านท้าทายกาลเวลาเบื้องหน้าด้วยสายตาห่วงหา
พีระมิดแห่งฟาบากำลังอยู่ระหว่างการบูรณะเพื่อให้กลับมางดงามเช่นเมื่อสามพันห้าร้อยปีก่อน ไม่ว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสักเท่าไร เขาก็ไม่รู้สึกเสียดายสักนิด หากสามารถเนรมิตให้พีระมิดแห่งนี้กลับมางดงามอย่างที่มันเคยเป็นมา แม้เขาจะมีสายเลือดของชาวอียิปต์เพียงครึ่งเดียวไหลวนอยู่ในตัว แต่เขาก็รักประเทศนี้และเคารพบรรพบุรุษผู้สร้างมรดกทางวัฒนธรรมอันประเมินค่ามิได้เหล่านี้ด้วยชีวิต
“คุณแดเนียลครับ” กาซิมร้องเรียกพร้อมกับวิ่งตรงมาหา ชายหนุ่มค้อมศีรษะลงทักทายผู้มีศักดิ์เป็นนายจ้างอย่างนอบน้อม ก่อนจะเอ่ยถามว่า “การเดินทางเรียบร้อยดีหรือเปล่าครับ”
“เรียบร้อยดีกาซิม แล้วงานที่นี่เป็นยังไงบ้าง” ทายาทชีคอัลฟาบาเอ่ยถามเสียงเรียบพร้อมกับเขม่นมองไปยังด้านหลังของหัวหน้าคณะสำรวจหนุ่ม ด้วยหวังว่าจะพบใครสักคนเดินตามหลังมา คนที่ทำให้เขารีบมาที่นี่ทันทีที่ลงจากเครื่อง ผู้หญิงตัวเล็กๆ หน้าหวาน ผมดำเหยียดตรงจากเมืองไทย
“เรียบร้อยดีทุกอย่างครับ เราตกแต่งภูมิทัศน์ด้านนอกเกือบเสร็จแล้ว ส่วนด้านในไม่ได้ทำอะไรมากเพียงแต่ทำความสะอาดเท่านั้น ยกเว้นห้องราชินี ถ้าจะบูรณะให้ดีดังเดิมคงต้องใช้เวลา” กาซิมรายงานด้วยน้ำเสียงรื่นเริง โดยไม่สังเกตเห็นแววผิดหวังเล็กๆ ในดวงตาของนายจ้างหนุ่ม
“ไม่เป็นไรฉันเข้าใจ แล้ว--แล้วเพื่อนเธอคนที่บอกว่ามาช่วยแปลจารึกอยู่ที่ไหนเหรอ เขาสะดวกสบายดีหรือเปล่า เธอพูดเรื่องค่าตอบแทนกับเขาหรือยัง” เมื่อมองหาไม่เห็น เขาเลยตัดสินใจเอ่ยถามเสียเลย
“ไอซ์หรือครับ รายนั้นไม่เคยนึกถึงค่าจ้าง เขาขอแค่ได้ทำงานพวกนั้นก็พอแล้ว” กาซิมเอ่ยยิ้มๆ โอกาสที่เขาอุตส่าห์สร้างขึ้นมาถึงแล้ว ไม่ว่ายังไงวันนี้เขาจะต้องแนะนำให้ทั้งสองคนรู้จักกันให้ได้
“ไอซ์...” ชายหนุ่มทวนคำเสียงแผ่ว ชื่อนี้ช่างคุ้นหูยิ่งนัก เหมือนเคยได้ยินมาก่อน แต่นานเหลือเกิน...
“ครับเธอชื่อไอซ์ ความจริงไอซ์เป็นชื่อเล่น ชื่อจริงของเธอก็คือ นางสาวเมษา พิทักษ์โยธิน เป็นคนไทยครับ เธอเชี่ยวชาญภาษาไฮโรกริฟฟิคและไฮโรติก ตั้งแต่เธอมาช่วยงานที่นี่ งานแปลของเรารุดหน้าไปมากเลยครับ”
แดเนียลยิ้มน้อยๆ เมื่อได้ยินหัวหน้าคณะสำรวจหนุ่มเอ่ยคำนำหน้าชื่อผู้ช่วยคนใหม่ว่า ‘นางสาว’ ผู้หญิงคนนั้นยังโสด เธอยังไม่มีเจ้าของ
“พาฉันไปพบเธอหน่อยได้ไหม ฉันอยากจะขอบใจที่เธอเสียสละมาช่วยงาน”
“ได้ครับเชิญทางนี้เลย ไอซ์แปลจารึกอยู่ในห้องเก็บพระศพ” กาซิมยิ้มแป้นแล้วรีบเชื้อเชิญนายจ้างหนุ่มเข้าไปในพีระมิดด้วยหัวใจพองโต สิ่งที่เขาหวังไว้ง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะเลย
แดเนียลรีบเดินตามหัวหน้าคณะสำรวจหนุ่มไปยังพีระมิดที่เห็นอยู่เบื้องหน้าด้วยหัวใจร้อนรน เขากำลังจะได้เจอหญิงสาวที่ติดตาตรึงใจเข้าตั้งแต่แรกเห็นคนนั้นแล้ว แต่ทว่าสองหนุ่มยังไม่ทันได้ก้าวไปไหน อาเหม็ดที่เดินคุมเชิงอยู่ห่างๆ ก็ถลันมาดักหน้าด้วยท่าทางหวาดหวั่น
“คุณแดเนียลครับ” อาเหม็ดร้องเรียกเจ้านายเสียงขรมพร้อมกับชี้มือไปยังขอบฟ้าด้านทิศตะวันตก
“พายุทราย!!” ผู้เป็นนายพึมพำเสียงแหบพร่า ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจ้องมองกำแพงทรายสูงเสียดฟ้า ก่อนจะหันไปมองพีระมิดสูงสง่าด้วยความลังเล พีระมิดแห่งฟาบาถูกค้นพบก็เพราะพายุทราย เขาหวั่นเหลือเกินว่าพายุทรายทำให้มันหายไปอีกครั้ง
“เร็วเข้าครับคุณแดเนียล เราต้องหลบก่อน เข้าไปในรถเถอะครับ นายด้วยกาซิมตามมาเร็ว” องครักษ์หนุ่มเอ่ยเร่งเมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายยังคงยื่นนิ่ง และในที่สุดอาเหม็ดก็ตัดสินใจคว้าแขนเจ้านายออกวิ่งกลับไปยังรถยนต์คันหรูที่จอดอยู่ไม่ห่าง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าขยับไปไหน
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
เมษาเดินออกจากห้องราชินีเพื่อกลับไปทำงานที่ค้างอยู่ในห้องเก็บพระศพฟาโรห์เมนโนฟิส หญิงสาวเดินเอื่อยๆ ตรงไปนั่งบนเก้าอี้สนามตัวเดิม และคงเริ่มลงมือทำงานที่ค้างอยู่ต่อ หากว่าพื้นหินใต้ฝ่าเท่าไม่ขยับไหวไปมาอย่างอย่างรุนแรงเสียก่อน
“เกิดอะไรขึ้น แผ่นดินไหวเหรอ” หญิงสาวพึมพำเบาๆ พลางลุกขึ้นยืน ความสั่นสะเทือนที่เกิดในตอนแรกค่อยๆ ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ก้อนหินที่ประกอบขึ้นเป็นมหาพีระมิดสั่นไหวอย่างน่ากลัว ฝุ่นผงหลุดร่วงลงพื้น ก่อนจะปลิวขึ้นไปในอากาศผสมกับฝุ่นทรายที่พรั่งพรูเข้ามาจากข้างนอก
“อยู่ไม่ได้แล้ว” หญิงสาวร้องลั่นแล้ววิ่งออกไปจากห้อง เมื่อก้อนหินค่อนข้างใหญ่ก้อนหนึ่งหล่นลงบนพื้นไม่ห่างจากหัวไหล่ของเธอเท่าไร
เมษายกชายเสื้อปิดปากจมูกเพื่อป้องกันฝุ่นทรายที่คละคลุ้งอยู่รอบตัว เท้าน้อยๆ ก้าวไปตามทางเดินมืดสลัว หลอดไฟที่เคยส่องทางให้แสงสว่างเป็นประจำดูเหมือนจะพร้อมใจกันนัดหยุดงานในเวลาที่เธอต้องการมันมากที่สุด แต่ถึงมองไม่เห็นทางเธอก็ต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้ ถ้าไม่อยากถูกหินทับแบนเป็นกล้วยปิ้ง แผ่นดินไหวรุนแรงมากพีระมิดอาจจะถล่มลงมาเมื่อไรก็ได้
ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัวและยิ่งเร่งให้เท้าน้อยๆ ก้าวเร็วขึ้นเป็นเท่าตัว เมษาวิ่งสะเปะสะปะไปตามทางเดินมืดสลัว สองมือเรียวยกขึ้นคลำทางไปเรื่อยๆ แต่ทำไมวันนี้ทางเดินที่เคยเข้าออกจนคุ้นชินถึงได้ทอดยาวกว่าปกติหลายเท่านัก ทางเดินภายในพีระมิดนั้นยาวประมาณสี่สิบเมตร ซึ่งเธอน่าจะเดินมาถึงทางออกได้แล้ว แต่ทำไมยังไม่ถึงอีกนะ
“ลมอะไรเนี่ย ว้ายยยย” หญิงสาวยกมือปิดจมูก หลับตาแน่น ก่อนจะกรีดร้องเสียงยาวด้วยความตกใจ เมื่ออยู่ๆ ก็มีลมพายุพัดเข้าใส่จนตัวเธอลอยขึ้นจากพื้น ร่างบางหมุนคว้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย พายุลึกลับสงบลงเหลือทิ้งไว้เพียงเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว
“กรี๊ดดดดดด”
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
พายุทรายลูกใหญ่เคลื่อนตัวเข้าหาพีระมิดแห่งฟาบาอย่างรวดเร็ว เหล่าคนงานที่กำลังปรับแต่งภูมิทัศน์รอบๆ พีระมิดต่างทิ้งเครื่องมือของตนวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกันจ้าละหวั่น แต่ไม่มีใครสักคนที่กล้าเหยียบย่างเข้าไปหลบภัยในพีระมิดแห่งฟาบา พีระมิดเก่าแก่ที่ยังคงยืนหยัดท้าทายลมพายุอย่างอหังการ
ภายในรถจากัวร์คันงามที่ออกแบบมาสำหรับต้านทานแรงลมและป้องกันฝุ่นทราย สามหนุ่มนั่งสงบนิ่งอยู่ในที่ของตน อาเหม็ดนั่งประจำอยู่ในตำแหน่งคนขับ ถัดมาเป็นกาซิม ส่วนเบาะด้านหลังเป็นที่พำนักของผู้เป็นนาย
แดเนียล อับดุลลาห์ ฟาอัด อัลฟาบา นั่งหลังตรงสง่าทอดสายตาออกไปนอกรถ แม้ท่าทางภายนอกจะดูเคร่งขรึม แต่ทว่าภายในใจของเขากำลังร้อนรน ร้อนรนด้วยความห่วงหาอย่างประหลาด ไม่ได้ห่วงตัวเองและก็ไม่ได้ห่วงพีระมิดสูงใหญ่เบื้องหน้า หากแต่เขากำลังห่วงหาผู้หญิงไทยตัวเล็กๆ ที่ตอนนี้ยังอยู่ในพีระมิด เจ้าหล่อนจะเป็นอย่างไรบ้างหนอ จะตกใจกลัวหรือเปล่า
“พายุบ้านี่เมื่อไรจะผ่านไปเสียทีนะ ป่านนี้ยัยไอซ์จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้” กาซิมบ่นพึมพำด้วยความเป็นห่วงเพื่อนรัก
“อย่ากังวลไปเลย เธออยู่ในพีระมิดน่าจะปลอดภัย” อาเหม็ดที่นั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามแบบฉบับของตัวเอง แต่ดูเหมือนคำพูดของเขาจะไม่ได้ทำให้ความกังวลของหัวหน้าคณะสำรวจหนุ่มและผู้เป็นนายที่นั่งฟังอยู่ด้านหลังรู้สึกดีขึ้นเลย
แดเนียลเหม่อมองออกไปนอกรถ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มลึกล้ำ จ้องมองไปยังมหาพีระมิดเบื้องหน้าด้วยความกังวล เขาไม่ได้กลัวว่าพายุทรายจะทำอันตรายเจ้าหล่อน แต่เขากำลังกังวล กังวลในสิ่งที่เขาเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรเหมือนกัน
“โอ๊ย…” ชายหนุ่มครางเบาๆ เมื่ออยู่ๆ ก็รู้สึกปวดหัวใจขึ้นมาเฉยๆ
“เป็นอะไรครับคุณแดเนียล” อาเหม็ดหันขวับมาถามเมื่อได้ยินเสียงร้องของผู้เป็นนาย
แดเนียลโบกมือไปมาปฏิเสธว่าตัวเขาไม่ได้เป็นอะไร ชายหนุ่มกัดฟันแน่นเพื่อปิดกั้นเสียงร้องของตน แต่ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ร่างสูงงอตัวลงด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างสุดกลั้น
“โอ๊ยยยยย”
“คุณแดเนียล!!” อาเหม็ดรีบกระโดดข้ามเบาะไปหาผู้เป็นนายด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อว่าคนร่างใหญ่อย่างเขาจะทำได้
“เป็นอะไรครับคุณแดเนียล” องครักษ์หนุ่มเอ่ยถามพลางประคองเจ้านายเอนหลังพิงเบาะ
“ปวด--ปวดหัวใจ มีอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น” ผู้เป็นนายเอ่ยเสียงพร่า ใบหน้าคมซีดเผือดอย่างน่ากลัว
“คุณแดเนียลเป็นโรคหัวใจเหรออาเหม็ด แล้วนายมียาไหม” กาซิมที่นั่งมองอยู่เอ่ยถามพลางรื้อค้นหายาให้จ้าละหวั่น
“ไม่ คุณแดเนียลไม่ได้เป็นโรคหัวใจ” องครักษ์ร้องบอกพลางส่งสัญญาณให้เขาอยู่เงียบๆ
หัวหน้าคณะสำรวจหนุ่มพยักหน้ารับแล้วหุบปากของตนไว้ ชายหนุ่มละสายตาจากนายจ้างไปจับจ้องพีระมิดแห่งฟาบาด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสาว ก่อนจะหันขวับกลับมาอีกครั้ง เมื่ออยู่ๆ แดเนียลก็พูดขึ้นว่า
“กาซิม!! ผู้หญิงคนนั้น เธอกำลังจะจากไป”
“ใครกันครับ เมษาเหรอ… ไปไหนครับคุณแดเนียล” กาซิมเอ่ยถามด้วยสีหน้างงๆ
คนถูกถามโบกมือไปมา ก่อนจะลืมตาขึ้น เอื้อมมือไปเปิดประตูรถ แล้วผลุนผลันออกไป โดยไม่สนใจพายุทรายที่ยังคงพัดกระหน่ำอยู่เบื้องนอก
“อย่าออกไปครับคุณแดเนียล พายุทรายยังไม่ผ่านไป” อาเหม็ดโผเข้ารวบเจ้านายหนุ่มเอาไว้พร้อมกับร้องห้ามเสียงหลง
“ปล่อยฉันอาเหม็ด ฉันจะไปห้ามเธอ” ชายหนุ่มดิ้นรนผลักไสองครักษ์ร่างใหญ่เป็นพัลวันจนทั้งคู่ร่วงออกจากรถลงไปกองบนพื้นทราย
กาซิมรีบเปิดประตูรถตามออกมาแต่ไม่รู้จะห้ามยังไง เพราะตัวเขาเองแค่ลืมตายังทำลำบากเลย พายุทรายโอบล้อมพวกเขาไว้จนมองอะไรแทบไม่เห็น
แดเนียลกัดฟันแน่นแล้วปล่อยหมัดเข้าใบหน้าองครักษ์หนุ่มที่ไม่ทันระวังตัวเต็มแรง ร่างใหญ่ของอาเหม็ดผงะหงายไปตามแรงหมัด เปิดโอกาสให้ผู้เป็นนายลุกขึ้นวิ่งฝ่ากำแพงเม็ดทรายตรงไปยังพีระมิด
“คุณแดเนียล!!” อาเหม็ดสะบัดหน้าไปมาเพื่อไล่ความมึนงง ก่อนจะลุกขึ้นวิ่งตามผู้เป็นนายไป โดยมีกาซิมวิ่งตามไปติดๆ
แดเนียลวิ่งฝ่าพายุทรายตรงไปยังทางเข้าพีระมิดแห่งฟาบาด้วยความยากลำบาก เม็ดทรายเล็กละเอียดถาโถมเข้าใส่จนร่างสูงเซไปมา แต่ก็มิอาจสั่นคลอนจิตใจอันแน่วแน่ของเขาได้ ชายหนุ่มก้าวเท้าไปตามทางเดินมืดครึมภายในพีระมิด ถึงแม้หนทางจะมืดมิดแต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาเลย เขาจำทางเข้าออกและห้องหับต่างๆ ภายในพีระมิดได้อย่างแม่นยำราวกับลายเส้นบนฝ่ามือของตัวเอง
“ลมอะไรเนี่ย ว้ายยยย”
เสียงกรี๊ดร้องที่ดังมาจากด้านใน เร่งให้ชายหนุ่มก้าวเท้าเร็วขึ้นจากเดินเป็นออกวิ่ง และภาพที่เห็นเบื้องหน้าก็ทำให้ชายหนุ่มตัวชา ตรงสุดทางเดิน ร่างเล็กบอบบางของหญิงสาวชาวไทยลอยอยู่กลางอากาศ โอบล้อมด้วยลำแสงสีทองอร่ามเหมือนรังไหม
ชายหนุ่มถลาเข้าไปหาด้วยความตกใจ เขายื่นแขนไปคว้าเจ้าหล่อน แต่ทว่าสิ่งที่เขาสัมผัสถูกมีเพียงอากาศธาตุ หญิงสาวหายแวบไปในอากาศราวกับปาฏิหาริย์ ร่างสูงถลาลงไปกองกับพื้นหมดเรี่ยวแรงที่จะขยับกาย เขามาไม่ทัน เธอไปแล้ว
“คุณแดเนียลครับ” อาเหม็ดถือคบไฟวิ่งเข้ามาหา ก่อนจะตรงไปประคองเจ้านายหนุ่มที่นั่งกองอยู่บนพื้นหินขึ้นยืน
“ฉันสบายดีอาเหม็ด” ชายหนุ่มร้องบอกพลางปัดมือขององครักษ์หนุ่มออกจากตัว เขาก้าวเท้ายาวๆ ตรงไปยืนเบื้องหน้ารูปปั้นฟาโรห์เมนโนฟิส ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจ้องมองพระพักตร์ที่เหมือนกับเขาราวกับแกะนิ่ง
“ไอซ์ ไอซ์เธออยู่ไหน มีใครเห็นยัยไอซ์ไหมครับ เมื่อกี้ผมไปดูในห้องราชินีก็ไม่เห็นเธอเลย” กาซิมที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องร้องถาม
อาเหม็ดที่ยืนประกบข้างกายทายาทชีคอัลฟาบาอยู่เสมอส่ายหน้าไปมา ก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ เมื่ออยู่ๆ เจ้านายของเขาก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“สายไปแล้ว เธอไปแล้ว”
“อะไรนะครับ” คำตอบที่ได้รับทำให้หัวหน้าคณะสำรวจหนุ่มงงงวยกว่าเดิม แต่เขาไม่มีเวลาจะมาใคร่ครวญแล้วว่านายจ้างของตนหมายความว่าอะไร ร่างสูงผลุนผลันวิ่งออกไปจากห้องพร้อมกับร้องสั่งให้บรรดาคนงานตามหาเพื่อนสาวอย่างร้อนรน ถ้ายัยไอซ์เป็นอะไรไป เขาจะไม่ให้อภัยตัวเองเลย
“หยุดมือให้หมด มาช่วยกันตามหาคุณผู้หญิง คุณผู้หญิงหายไป พวกนายไปดูรอบๆ ที่เหลือตามฉันเข้ามาดูข้างใน”
สิ้นเสียงร้องสั่งคนงานบางส่วนเริ่มออกตามหาหญิงสาวชาวไทยตามคำสั่งของผู้เป็นหัวหน้า แต่ทว่าคนงานส่วนใหญ่ยังคงยืนนิ่งด้วยความหวาดกลัว อาถรรพ์และคำสาปโบราณเริ่มขึ้นอีกแล้ว และคราวนี้ถึงกับทำให้หญิงสาวต่างชาติหายสาบสูญไป
ภายในห้องเก็บพระศพ แดเนียลยังคงยืนจ้องพระเนตรรูปสลักฟาโรห์เมนโนฟิสนิ่ง ชายหนุ่มขบกรามจนเป็นสันนูน มือทั้งสองข้างกำแน่น เขาแพ้ เขามาไม
