ลิขิตรักลำน้ำไนล์
บทที่ 4
ย้อนเวลา
ตอนที่ 1
ภายในห้องเก็บพระศพที่ตอนนี้ถูกสั่งติดตั้งหลอดไฟเพิ่มจนสว่างจ้า ร่างบางในชุดกางเกงยีนเก่าๆ กับเสื้อเชิ้ตลายทางสีน้ำตาลซีดๆ นั่นเหม่ออยู่บนเก้าอี้สนาม ดวงตากลมโตมองนิ่งไปยังอักษรภาพตรงหน้า แต่อักขระโบราณเหล่านี้ไม่ได้ซึมเข้าไปในสมองของเธอเลย
เพราะหญิงสาวกำลังนึกถึงความฝันอันแสนวาบวามและแปลกประหลาดเมื่อคืน มันช่างเป็นความฝันที่เหมือนจริงยิ่งนัก ขนาดตื่นขึ้นมาแล้วยังสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ได้รับจากพระโอษฐ์หยักสวย สวยเกินกว่าบุรุษใด พระสุระเสียงยามเอื้อนเอ่ยฝากรักนั้นเล่าก็ไพเราะจับจิตจับใจ
‘เทพีแห่งไนล์จงเป็นพยาน กาลเคลื่อนผ่านแต่รักคงอยู่นานเนา เส้นทางแห่งความตายอย่าหมายพรากเรา พี่จะเฝ้าติดตามเจ้าทุกชาติไป...’
เมษายกนิ้วเรียวขึ้นไล้กลีบปากนุ่มของตนอย่างเคลิบเคลิ้ม เธอเองพบคนหล่อมามาก แต่ไม่มีคนไหนเลยที่จะติดตาตรึงใจเธอเหมือนฟาโรห์เมนโนฟิสคนที่พบในความฝันเมื่อคืนนี้ หากทรงมีเลือดเนื้อจริงๆ ไม่ได้มีตัวตนอยู่เฉพาะในความฝันของเธอก็คงจะดีไม่น้อย
“เฮ้อ...” หญิงสาวถอนใจเบาๆ เมื่อตระหนักว่าสิ่งที่ตนคิดไม่มีวันเป็นจริง ฟาโรห์ลูกครึ่งพระองค์นี้สวรรคตไปแล้วตั้งแต่เมื่อสามพันห้าร้อยปีก่อน ทางเดียวที่เธอจะพบกับพระองค์ได้ก็มีเพียงในโลกแห่งความฝันเท่านั้น คิดๆ ไปก็อยากกลับไปนอนอีกรอบ เพื่อจะได้ฝันดีแบบเมื่อคืนอีกสักหน...
กาซิมเดินเข้ามาในห้องเก็บพระศพ เขาจ้องมองไปยังร่างบางของเพื่อนสาว เมษานั่งนิ่งอยู่ข้างฝาผนังด้านหนึ่ง ดวงตากลมโตเหม่อลอย มือเรียวไล้ริมฝีปากตัวเองเบาๆ
“ไอซ์…” ชายหนุ่มร้องเรียกแล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ
“ไอซ์...” เขาเรียกอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเธอยังเงียบ
“ไอซ์!!” ชายหนุ่มเอื้อมมือไปตบไหล่บางพร้อมกับตะโกนเรียกเสียงดัง
“หา!! อะไร มีอะไรเหรอ” เมษาร้องเสียงหลง ตกใจเกือบตกเก้าอี้
“เธอเป็นอะไรหรือเปล่าไอซ์ นั่งเหม่ออยู่นั่นแหละ ฉันเรียกยังไงเธอก็ไม่ได้ยิน” กาซิมเอ่ยถาม ก่อนจะทรุดลงนั่งข้างๆ
“ไม่นี่” หญิงสาวปฏิเสธพร้อมกับทำหน้าเหลอหลา
“ไม่เชื่อ แววตาของเธอมันหลอกใครไม่ได้หรอก หน้าแดงแบบเนี่ยมันต้องมีอะไรแหงๆ เลย” ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับจิ้มนิ้วไปที่แก้มนวล
“เมื่อคืนนอนไม่เต็มอิ่ม มันก็เลยเบลอๆ น่ะ” หญิงสาวปัดนิ้วของเพื่อนรักออกจากใบหน้า ก่อนจะแก้ตัวด้วยสีหน้าปกติที่สุดเท่าที่แก้มแดงๆ ของเธอจะอำนวย
“นอนไม่เต็มอิ่ม ทำอะไรอยู่ อย่าบอกนะว่านั่งแปลจารึกพวกนี้ทั้งคืน ก็ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้องรีบ จะนานแค่ไหนฉันก็รอได้” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยความเป็นห่วง จนเมษารู้สึกผิดที่ไม่ได้บอกความจริงกับอีกฝ่าย หญิงสาวถอนใจเบาๆ ก่อนจะรับสารภาพเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ
“เปล่า ฉันฝันต่างหาก ฝันประหลาด ตื่นขึ้นมายังรู้สึกเหมือนว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ เลย”
“ฝันเหรอ ฝันว่าอะไร” กาซิมเอ่ยถาม คิ้วหนาๆ ขมวดเป็นปมด้วยความสงสัย
“บอกแล้วห้ามหัวเราะเยาะนะ” หญิงสาวนิ่งรอจนเพื่อนหนุ่มพยักหน้ารับแล้วจึงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเบาหวิว “ฉันฝันเห็นฟาโรห์เมนโนฟิส ทรงประทับอยู่ริมฝั่งไนล์ สูงเพรียวและทรงพระสิริโฉมมาก ทรง…บอกว่ารอฉันอยู่ รอมามานเหลือเกิน”
กาซิมคล้ายคิ้วที่ผูกเป็นปมออก ครางเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะปล่อยเสียงหัวเราะออกมาดังก้อง แต่เพื่อนสาวไม่ขำด้วยสักนิดหญิงสาวทำหน้าง้ำแล้วตวาดเสียงห้วนอย่างแง่งอน
“ไหนบอกว่าจะไม่หัวเราะเยาะไง หยุดเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันโกรธจริงๆ ด้วย”
“โอเค โอเค ไม่หัวเราะก็ไม่หัวเราะ” ชายหนุ่มยกมืออุดปากตัวเอง แต่ดวงตาดำขลับยังคงพราวระยับด้วยความขบขัน ในขณะที่เพื่อนสาวค้อนขวับๆ อย่างแง่งอน เขาพยายามทำเสียงและสีหน้าให้ปกติที่สุด ก่อนจะเอ่ยออกมาอีกครั้ง
“เธอคงทำงานในห้องนี้มากไปมั้งไอซ์ เลยได้เก็บไปฝันเป็นตุเป็นตะ ไม่มีอะไรหรอกอย่าคิดมากเลย”
“แต่มันเหมือนจริงมากเลยนะ ฟาโรห์เมนโนฟิสทรงรูปงามมาก พระฉวีขาวคล้ำแดดเล็กน้อย พระพักตร์เรียวรูปไข่ และดวงเนตรสีน้ำเงินเข้มสีเดียวกับแม่น้ำไนล์เลย”
“ฝันได้ละเอียดขนาดนี้เชียวหรือ ในฝันนี้เธอยืนจ้องพระพักตร์พระองค์เขม็งเลยงั้นสิ” ชายหนุ่มเอ่ยถามยิ้มๆ
“เปล่า...ทรงก้มหน้าลงมาใกล้ฉันน่ะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงอ่อย
“ก้มหน้าลงมาใกล้ แล้วทำอะไรอีกหรือเปล่า” ชายหนุ่มถามเรื่อยๆ ในขณะที่คนถูกถามหน้าแดงก่ำ จนคนถามอดจ้องมองด้วยความสงสัยไม่ได้
“ว่าไง ทรงก้มหน้าลงมาใกล้แกทำไม” กาซิมถามย้ำเมื่อเห็นเพื่อนสาวเงียบไปเฉยๆ ชายหนุ่มขยับหน้าเข้าไปใกล้ ดวงตาดำขลับเป็นประกายด้วยความขบขัน เมื่อเห็นแก้มนวลของอีกฝ่ายแดงจัดเหมือนสีอินทผาลัมสุก
“บ้า ฉันไม่พูดกับนายแล้ว คนยิ่งกลุ้มๆ อยู่ยังมีหน้ามาล้อเล่นอีก” หญิงสาวเอ่ยอย่างแง่งอนแล้วผุดลุกขึ้นยืน เธอเกลียดสายตาล้อเลียนของเพื่อนหนุ่ม เพราะมันทำให้แก้มเธอร้อนขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า นี่ถ้าเธอเล่าว่าตัวเองจูบกับฟาโรห์เมนโนฟิสเมื่อคืนนี้ มีหวังกาซิมล้อเธอไม่เลิกแน่เลย
โอ๋ๆ อย่างอนน่าฉันก็แค่หยอกเล่นไม่ให้เครียด เชื่อฉันเถอะเธอทำงานมากเกินไปเลยเก็บไปฝัน ฟาโรห์เมนโนฟิสสวรรคตไปสามพันห้าร้อยปีแล้วนะไม่มีทางไปเข้าฝันเธอได้หรอก” ชายหนุ่มรีบตามมาง้อ
“เออ...ฉันรู้แล้วเปลี่ยนเรื่องพูดได้แล้ว ฉันมันบ้าไปเองกินมากฝันมาก” เมษาตัดบท เธอไม่อยากพูดเรื่องเมื่อคืนแล้ว ยิ่งพูดก็ยิ่งอาย แต่ดูเหมือนกาซิมยังไม่อยากจบ
“หรือไม่ก็หลงเสน่ห์ฟาโรห์ลูกครึ่งเข้าเต็มเปา” เขารีบพูดต่อพร้อมกับทำตาล้อเลียน
“กาซิม!!” หญิงสาวตวาดลั่นแล้วระดมทุบกำปั้นลงไปบนต้นแขนของเพื่อนหนุ่ม
“โอ๊ยยย!!” กาซิมร้องลั่นแล้ววิ่งหนีไปรอบๆ ห้อง พร้อมกับต่อว่าไปด้วย “ล้อเล่นแค่นี้ต้องทำร้ายร่างกายกันด้วยเหรอ แรงเยอะชะมัดเกิดฉันตายขึ้นมาจะทำยังไง”
“ไม่ต้องห่วงฉันจะทำมัมมี่ให้นายเอง แบบนี้ไง” เมษาหยุดยืนชี้มือไปยังจารึกที่อยู่บนผนัง พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงข่มขู่
“พอนายตายแล้วฉันก็จะเอาเหล็กแหลมแทงเข้าไปในจมูกนาย คว้านๆๆ ให้สมองเละแล้วเอาตะขอเกี่ยวดึงออกมาทางจมูก จากนั้นก็ผ่าข้างๆ ลำตัวนายล้วงเอาตับไตไส้พุงมาใส่โหลดองไว้ แต่ไม่ต้องห่วงฉันจะเหลือหัวใจเอาไว้ที่เดิม จากนั้นก็เอาเกลือนาตรอนมาดองนายไว้สี่สิบห้าวัน ค่อยเอาออกมาอาบน้ำมันหอม แล้วพันผ้าลินินให้ทั่วตัว จากนั้นก็เอาไปใส่โลงฝังเป็นอันเสร็จพิธี รับรองนายได้ไปสวรรค์แน่ไม่ต้องเป็นห่วง”
“โอ๊ย...พอแล้วแม่คุณ อย่าทำลูกนกลูกกาเลย แค่ฟังก็สยองแล้ว ถ้าฉันเกิดตายขึ้นมาละก็ ช่วยเอาไปฝังในสุสานเฉยๆ ก็พอนะ” กาซิมทำสีหน้าสยดสยองพลางยกมือทั้งสองข้างขึ้นขอยอมแพ้
“เอ้า!! แล้วนายไม่อยากเป็นอมตะเหรอ” หญิงสาวแกล้งถามด้วยดวงตาใสซื่อ ในขณะที่ผู้เป็นเพื่อนส่ายหน้าดิก
“ไม่ต้องหรอกขอบใจ ฉันยู่ของฉันแบบนี้แหละดีแล้ว แหยเล่นนิดเดียวแม่จะจับเราทำมัมมี่ซะแล้ว”
เมษาหัวเราะคิกคักแล้วขยับเข้าไปหาเพื่อนหนุ่ม ยื่นมือไปดึงแก้มเขาฉีกออกเป็นรอยยิ้ม พร้อมกับเอ่ยว่า “ล้อเล่นน้าล้อเล่น ขำๆ ไหนหัวเราะสิ”
“พอแล้ว หน้าฉันยืดหมด มาทำงานกันต่อดีกว่า” กาซิมปัดมือเรียวออกจากหน้าแล้วเดินกลับไปหยิบสมุดบันทึกของเมษาขึ้นมาดู ก่อนจะหันกลับมาจ้องมองเพื่อนสาวอีกครั้ง เมื่ออยู่ๆ เจ้าหล่อนก็บอกรักเขาเสียงสั่นเหมือนคนใกล้จะร้องไห้
“ขอบใจนะกาซิม ฉันรักนายนะรู้ไหม”
ชายหนุ่มเดินกลับมายืนเบื้องหน้าเพื่อนสาว มองสบนัยน์ตากลมโตนิ่งด้วยความเป็นห่วง เมษาแปลกไป เหมือนมีบางอย่างอยู่ในใจ แต่พูดออกมาไม่ได้
“เธอเป็นอะไรหรือเปล่าไอซ์ ไม่สบายใจอะไรก็บอกฉันได้นะ”
“ไม่รู้ฉันเป็นอะไร พักนี้อยากบอกรักใครต่อใครไปทั่ว มันรู้สึกเหมือนกับว่า ถ้าฉันไม่บอกแล้วจะไม่มีโอกาสได้บอกอีกน่ะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่วพลางส่ายหน้าไปมาด้วยความสับสน เธอเองก็ไม่เข้าใจความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ที่เกาะกุมหัวใจตัวเองในตอนนี้เหมือนกัน
“พูดอะไรเหลวไหลอีกแล้ว มาพูดเรื่องงานกันดีกว่า เธออ่านจารึกพวกนี้มาตั้งหลายวันแล้ว เจออะไรใหม่ๆ บ้างไหม” กาซิมตัดบทแล้วยกเรื่องงานขึ้นมาพูดแทน
“ก็เยอะอยู่ จารึกพวกนี้น่าสนใจทั้งนั้นเลย เออ...นายรู้ไหมว่ารอยขูดขีดตรงขอบจารึกบนแผ่นทองนี่เกิดจากอะไร” หญิงสาวเอ่ยพลางหยิบรูปถ่ายที่สอดอยู่ในบันทึกที่เพื่อนหนุ่มถืออยู่ออกมาส่งให้เขาดู
กาซิมรับมาถือไว้พลางจับจ้องไปยังมุมด้านหนึ่งของจารึกที่เห็นเป็นรอยขูดขีดอย่างชัดเจน ก่อนจะส่ายหน้าไปมา “ไม่รู้สิ ฉันยังไม่ได้ส่งไปตรวจเลย มีอะไรเหรอ”
“ฉันคิดว่ามันเหมือนถูกเอาไปถูกับหินเพื่อลับให้คมนะ”
“ลับให้คม นั่นสิเป็นรอยอยู่ด้านเดียวเอง เดี๋ยวฉันไปขอมาดูให้ชัดๆ อีกที” ชายหนุ่มพยักหน้ารับ ก่อนจะโดดเพื่อนรักลากออกไปนอกห้อง
“จะไปไหนเหรอไอซ์”
“ห้องพระราชินี ฉันคิดว่าฉันรู้แล้วนะว่าราชินีหน้ากากทองมีพระนามว่าอะไร”
“เธออ่านออกแล้วเหรอ” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น เมษาอ่านอักษรภาพที่ไม่มีใครรู้จักออกแล้วหรือนี่
“ก็ไม่เชิงหรอก นายลองมาดูนี่สิ” หญิงสาวกล่าวพลางลากเพื่อนหนุ่มไปยืนตรงผนังที่จารึกพระนามราชินีของฟาโรห์เมนโนฟิสเอาไว้ ก่อนจะอธิบายว่า
“ภาษาไฮโรกริฟิคเป็นภาษาที่ใช้รูปภาพแทนสัญลักษณ์ของคำๆ นั้น พระนามของฟาโรห์และราชินีจะมีกรอบรูปวงรีล้อมรอบ อย่างอันนี้อ่านว่าฟาโรห์เมนโนฟิส ข้างๆ กันก็คือพระนามราชินีของพระองค์ ในวงรีมีเครื่องหมายรูปวัตถุทรงกลมรีๆ มีขีดข้างบนสามเส้น ซึ่งเป็นอักษรภาพที่เราไม่รู้จัก ไม่รู้ว่ามันแทนเสียงว่าอะไร แต่หลังจากที่ฉันนั่งจ้องนอนจ้องรูปนี้มาหลายคืน ฉันก็มองเห็นความคล้ายคลึงระหว่างอักษรภาพตัวนี้กับสิ่งของที่มีอยู่ในปัจจุบัน นายลองบอกฉันสิว่ามันดูเหมือนอะไร”
กาซิมยกมือกอดอกเอียงคอมองอักษรภาพโบราณด้วยสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า “ราชินีถ่านไฟ ก้อนๆ นี่คือถ่านที่ติดไฟ ขีดสามขีดก็คือควัน ใช่ปละ”
“บ้าสิ ใครจะตั้งชื่อลูกว่าถ่านไฟ นายดูดีๆ สิ ก้อนกลมๆ รีๆ นี่มันดูเหมือนน้ำแข็งหลอดต่างหาก แล้วขีดสามขีดก็คือกระไอไม่ใช่ควัน ฉันคิดว่า...ทรงมีพระนามว่า ราชินีไอซ์ หรือราชินีน้ำแข็งต่างหาก” หญิงสาวกล่าวพลางชี้ไปยังส่วนต่างๆ ของอักษรภาพ
ชายหนุ่มละสายตาจากอักษรภาพปริศนามาจ้องมองเพื่อนรักตาปริบๆ เพื่อนสาวของเขาท่าจะเป็นเอามาก กลางคืนนอนหลับฝันเห็นฟาโรห์เมนโนฟิสเขายังพอรับได้ แต่ถึงขนาดลุกขึ้นมาตู่ว่าตัวเองเป็นราชินีของพระองค์นี่มันชักจะไม่ไหวแล้วนะ
“ยัยไอซ์เธอนี่ท่าจะอาการหนักนะ ถึงกับตั้งตัวเองเป็นราชินีอียิปต์แล้วเหรอ” ชายหนุ่มเอ่ยพลางทาบหลังมือกับหน้าผากเกลี้ยงเกลาของเพื่อนสาวเพื่อวัดดูว่าตัวเธอร้อนหรือเปล่า
“กาซิม!!” หญิงสาวแหวใส่เสียงดังพร้อมกับปัดมือหนาออกห่าง “ฉันไม่ได้บ้านะ ฉันแค่พูดตามหลักฐานที่มีต่างหาก ฉันบอกนายสักคำแล้วเหรอว่าตัวเองเป็นราชินีอียิปต์”
“แล้วยุคอียิปต์โบราณเมื่อสามพันห้าร้อยปีก่อน เขาจะเอาน้ำแข็งมาจากไหนแม่คุณ” คนถูกแหวเอ่ยถามเสียงเรียบ ทำเอาคนขี้โมโหถึงกับอึ้งไป
“...เอ่อ จริงสิ ลืมคิดไป” เมษารับคำเสียงอ่อย ลืมไปเสียสนิทเลยว่าเมื่อก่อนดินแดนแถบทะเลทรายอย่างอียิปต์จะมีน้ำแข็งได้ยังไง
ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจ คว้ามือเพื่อนรักมากุมไว้พร้อมกับยิ้มน้อยๆ “ไอซ์เธอคงหมกมุ่นกับงานที่ทำเกินไป เอาอย่างนี้ดีกว่า เดี๋ยวพอพี่ธันเดินทางมาถึงอียิปต์แล้วเราไปล่องเรือเฟลุกกะเที่ยวชมลำน้ำไนล์กันนะ ฉันนี่แย่จริงๆ เชียวชวนเธอมาเที่ยวบ้านแต่ไม่เคยพาไปไหนเลย วันๆ ได้แต่ใช้ให้ทำงานจนโงหัวไม่ขึ้น”
“เอาไว้ทีหลังก็ได้ ฉันอยากแปลจารึกพวกนี้ให้เสร็จมากกว่า” หญิงสาวปฏิเสธพลางชี้มือไปรอบๆ ห้อง
กาซิมถอนใจเบาๆ เมษาหมกมุ่นอยู่กับจารึกพวกนี้มากไปจริงๆ ขนาดชวนไปเที่ยวยังไม่ยอมไป ทั้งๆ ที่ปกติแล้วเจ้าหล่อนชอบน้ำเป็นที่สุด การล่องเรือบนลำน้ำไนล์น่าจะเป็นสวรรค์สำหรับเธอแท้ๆ
“ไอซ์ฟังฉันนะ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงนุ่ม ก่อนจะหยุดชะงักไป เมื่อโทรศัพท์มือถือของตนกรีดเสียงขัดขึ้นเสียก่อน “ขอเวลาแป๊บหนึ่งนะ” เขาเอ่ยขอตัวแล้วล้วงโทรศัพท์คู่มือมากดรับสาย ดวงตาดำเปล่งประกายยินดีขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่โทรเข้ามาเป็นใคร
“กาซิมครับคุณแดเนียล” เขารายงานตัวแล้วนิ่งฟัง ก่อนจะเอ่ยอย่างยินดี “จะมาที่สุสานหรือครับ ได้ครับ ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ ตอนนี้เราได้ผู้เชี่ยวชาญภาษาไฮโรกริฟฟิคมาช่วยอีกแรง เลยทำให้งานเร็วขึ้นเยอะครับ ใกล้ถึงแล้วเหรอครับ งั้นผมออกไปรอที่หน้าพีระมิดเลยนะครับ ได้ครับเดี๋ยวพบกันครับ”
ชายหนุ่มกดตัดสายแล้วส่งยิ้มหวานไปให้เพื่อนรัก เขารู้แล้วว่าจะดึงเพื่อนสาวออกไปจากที่นี่ได้ยังไง คุณแดเนียลกลับมาจากอังกฤษแล้ว เขาสองคนจะได้พบกันแล้ว หน้าที่ของเขาจะได้จบลงเสียที
“มีอะไรเหรอ” หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่องของอีกฝ่าย
“คุณแดเนียลกลับมาจากอังกฤษแล้ว เขากำลังจะมาตรวจงานที่นี่ ยัยไอซ์เธอกำลังจะได้เจอคุณแดเนียลแล้ว”
“เหรอ น่าตื่นเต้นจังเลย” หญิงสาวเอ่ยด้วยท่าทางที่ขัดกับคำพูดสุดๆ
“ไม่ต้องมาว่าแดกกันเลย ถ้าเธอได้พบคุณแดเนียลแล้วเธอจะอึ้ง”
“ทำไมเขามีหัวเป็นนกเหยี่ยวเหรอ”
“บ้าสิ เขาเป็นคนจะมีหัวเป็นนกเหยี่ยวได้ยังไง ไม่ได้เป็นเทพฮอรัสสักหน่อย”
“เอ้า!! จะไปรู้เหรอ ก็เห็นนายบูชาเขาเหลือเกิน” หญิง
