Welcome
Welcome to <strong>mookfah</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

ลิขิตรักลำน้ำไนล์ บทที่ 1 หญิงสาวจากเมืองไทย (ตอนที่ 2)

นิยายรักโรแมนติกแฟนตาซี จากมัลลิกา

ลิขิตรักลำน้ำไนล์ บทที่ 1 หญิงสาวจากเมืองไทย (ตอนที่ 2)

Postby มัลลิกา on Fri Sep 07, 2007 10:44 am

ลิขิตรักลำน้ำไนล์

บทที่ 1

สาวน้อยจากเมืองไทย

ตอนที่ 2


รถโฟล์วีลล์สีดำเคลื่อนเข้ามาจอดหน้าโรงแรมห้าดาวริมแม่น้ำไนล์ ก่อนที่ร่างบางในชุดสูทสำหรับเดินทางจะก้าวลงมายืนบนขั้นบันไดที่ทอดยาวเข้าไปในโรงแรมหรู


“เป็นยังไงบ้างราชินีไอซ์พออยู่ได้หรือเปล่า” กาซิมที่หอบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ในมือเอ่ยถามขึ้นแล้วพาเธอเดินเข้าไปในโรงแรม


“ก็ดี แต่คงแพง ความจริงฉันไปอยู่บ้านนายก็ได้นี่” หญิงสาวเอ่ยพลางกวาดสายตาไปรอบๆ โรงแรมแห่งนี้หรูหรากว่าที่เธอคิดไว้เยอะ ตัวโรงแรมเป็นกลุ่มตึกขนาดใหญ่ปลูกอยู่ริมแม่น้ำไนล์ การตบแต่งทั้งภายในและภายนอกเป็นแบบไอคุปต์โบราณ


ด้านหน้ามีรูปสลักหินสูงราวสี่เมตรตั้งอยู่ข้างประตูทางเข้าทั้งสองด้าน ส่วนภายในปูพรมสีแดงลวดลายเลขาคณิต ผนังทุกด้านเป็นภาพเขียนสีที่จำลองมาจากมหาวิหารโบราณ อากาศภายในเย็นช่ำด้วยเครื่องปรับอากาศ


“ฉันก็อยากให้เธอไปพักที่บ้านเหมือนกัน แต่ตอนนี้แม่กับน้องสาวของฉันไปทัวร์ยุโรป มันจึงไม่เหมาะที่เธอจะไปอยู่ที่บ้านกับฉันสองต่อสอง”


“ฉันเข้าใจ แล้วแม่กับน้องนายจะกลับมาเมื่อไรล่ะฉันจะได้ไปกราบท่าน” หญิงสาวเอ่ยถามพลางหยุดยืนกลางห้องโถงใหญ่ที่ตบแต่งอย่างสวยงามด้วยต้นกกและดอกบัวสีแดงสด


“สองอาทิตย์ เธอยืนรอตรงนี้นะเดี๋ยวฉันจะไปเช็คอินก่อน” กาซิมเอ่ยก่อนจะเดินตรงไปยังเคาเตอร์เช็คอินที่อยู่ไม่ไกลนัก


เมษาพยักหน้ารับแล้วเดินตรงไปยืนข้างบึงจำลองที่มีดอกบัวสีแดงสดชูช่อไสว หญิงสาวจ้องมองดอกไม้งามอย่างหลงใหล ดอกบัวของอียิปต์สีสันสดใสและดอกใหญ่กว่าดอกบัวของไทยมาก เธอยืนมือไปหาหมายจะสัมผัสกลีบดอกสีสดดูสักครั้ง แต่ยังไม่ทันเอื้อมไปถึงก็ต้องชะงักอยู่กับที่ เมื่อมีเสียงทุ้มลึกแปร่งน้อยๆ แบบอาหรับพูดอังกฤษดังทักขึ้นเสียก่อน


“เขาห้ามจับนะครับคุณผู้หญิง”


เมษาหันกลับมาสบตาบุรุษร่างใหญ่ที่ก้าวมายืนข้างๆ เขาเป็นชายชาวอียิปต์อายุราวๆ สี่สิบกว่าๆ แต่ยังคงความคมคายของวัยหนุ่มไว้ได้ครบถ้วน


“ขอโทษค่ะ ดิฉันไม่ทราบมาก่อนเลย เห็นมันสวยดีเลยคิดจะจับดูเท่านั้น”


“แล้วคุณรู้หรือเปล่าว่ากฎหมายของเราค่อนข้างรุนแรง โทษของขโมยก็คือการตัดมือสถานเดียว” เขาเอ่ยเสียงเย็นดวงตาดำเป็นประกายกล้าจนหญิงสาวเผลอถอยหลังหนี


“มันเป็นแค่เรื่องเล่าไม่ใช่เหรอค่ะ การตัดมือเพียงเพราะขโมยของ มัน--มันละเมิดสิทธิมนุษยชน” หญิงสาวโพล่งออกมาพร้อมกับทำตาโต


ชายคนเดิมหัวเราะด้วยความเอ็นดู ผู้หญิงคนนี้ทั้งสวยทั้งน่าหลงใหล


“สิทธิมนุษยชนของคุณใช้ที่นี่ไม่ได้หรอกครับ ที่นี่เรามีกฎของเรา แต่ไม่ต้องกลัวหรอกครับ ถ้าผมยังอยู่ตรงนี้รับรองว่าไม่มีใครกล้าแตะต้องคุณแน่”


เมษาทำตาโตยิ่งกว่าเก่า สงสัยเธอคงจะบังเอิญมาพบคนใหญ่คนโตของอียิปต์เข้าซะแล้ว


“ผมคงต้องไปแล้ว มีธุระสำคัญ ถ้าต้องการความช่วยเหลือ หรือว่าอยากเที่ยวอียิปต์ ไปหาผมได้นะครับ แค่เอ่ยชื่อชีคอัลฟาบา ไม่มีใครไม่รู้จัก” เมื่อกล่าวจบเขาก็เดินจากไปเงียบๆ ไม่ต่างจากขามา


เมษายืนทำตาปริบๆ สงสัยสิ่งที่กาซิมพูดจะเป็นความจริง ผู้ชายอียิปต์มีเสน่ห์น่าสนใจจริงๆ เสียด้วยสิ ขนาดผู้ชายคนนี้อายุอานามคงไม่ใช่น้อยๆ แล้ว แต่เขากลับไม่ได้ดูแก่น่าเกลียดแม้แต่น้อย ในทางตรงข้ามกับดูแข็งแรง อบอุ่น และน่าไว้วางใจอย่างประหลาด


“ไอซ์ เมื่อกี้เธอคุยกับใคร” กาซิมที่เดินกลับมาจากเคาเตอร์เช็คอินร้องถามด้วยความเป็นห่วง


“ไม่รู้สิ อยู่ๆ เขาก็เข้ามาทัก คุยกันไม่กี่คำก็ขอตัวไป ทำไมเหรอ”


กาซิมจ้องตาเพื่อนสาวเขม็ง ก่อนจะถอนใจเบาๆ เขาคิดถูกแล้วหรือที่ปล่อยให้เมษาค้างที่โรงแรมเพียงลำพัง เมษาก็ยังคงเป็นเมษา เจ้าหล่อนไม่มีมารยาแม้แต่น้อย และไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองสวยขนาดไหน ดวงตาวิบๆ ที่หญิงสาวชอบทำหลอมหัวใจชายหนุ่มมานักต่อนักแล้ว เขาละหวั่นใจจริงๆ ว่าอาจจะมีชีคผู้ยิ่งใหญ่สักคนมาลักเธอไปเก็บไว้ในฮาเร็มก็เป็นได้


“มีอะไรหรือเปล่ากาซิม” หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อเห็นหน้าเพื่อนหนุ่มเต็มไปด้วยความหนักใจ


“ฉันจะพูดยังไงดีล่ะ”


“ก็พูดสิ่งที่นายกำลังกังวลอยู่ตอนนี้ไง” หญิงสาวช่วยต่อให้ เมื่อเห็นว่าเพื่อนหนุ่มไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหนก่อนดี


“ระวังตัวด้วยนะไอซ์ ถึงที่นี่จะเป็นโรงแรมห้าดาวก็เถอะ เธอเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว อย่าพูดคุยกับคนแปลกหน้า ผู้หญิงสวยๆ ไม่ปลอดภัยเท่าไร ฉันไม่อยากเห็นเธอถูกจับไปอยู่ในฮาเร็ม ถ้ามีอะไรก็ร้องดังๆ นะ แล้วมีอะไรโทรหาฉันได้ตลอดฉันจะรีบมา เข้าใจไหม ไม่ดีกว่าฉันไปเปิดห้องนอนที่นี่เป็นเพื่อนเธอดีกว่ามีอะไรจะได้ช่วยกัน” เมื่อพูดจบชายหนุ่มก็หันหลังกลับทันที แต่เมษาไม่ยอมหญิงสาวคว้าแขนเพื่อนรักแล้วดึงกลับมายืนที่เดิม


“ไม่ต้องหรอก ค่าห้องมันแพงมากไม่ใช่เหรอ นายไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ฉันดูแลตัวเองได้ ที่น่ากลัวกว่านี้ฉันยังเคยไปอยู่มาแล้วเลย ฮาเร็มมันจะน่ากลัวสักเท่าไรเชียว” หญิงสาวแกล้งเชิดหน้าด้วยท่าทางของราชินีไอซ์เพื่อให้เพื่อนหนุ่มสบายใจ


กาซิมส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจ ท่าทางเก่งกล้าพวกนี้ไม่ได้ทำให้เธอดูน่ากลัวเลย แต่มันกลับน่าเอ็นดูจนผู้ชายที่เห็นอยากจะกระโดดเข้ามาขย้ำมากกว่า แต่ถ้าเมษามั่นใจแบบนั้นเขาก็คงต้องยอมให้เธอทำอย่างที่ต้องการ


“ไม่ต้องมาทำเป็นเก่ง ที่พูดมาทั้งหมดนี่ฉันไม่ได้เป็นห่วงเธอ แต่ฉันเป็นห่วงหนุ่มๆ อาหรับแถวนี้ต่างหาก เธอมันชอบหักอกผู้ชาย จนได้ชายาราชินีน้ำแข็ง แต่ดูท่าน้ำแข็งจะมาละลายที่นี่เสียแล้วกระมั้ง แค่คุยกันไม่กี่คำเธอก็มองผู้ชายคนนั้นตาลอยแล้ว”


“เปล่าสักหน่อย ฉันแค่--แค่คิดว่าเขาดูอบอุ่นและเป็นผู้ใหญ่ดีก็เท่านั้น” หญิงสาวเถียงเสียงอ่อย ก่อนจะทำตาพองเมื่อเพื่อนรักเอ่ยว่า


“อ๋อ...ชอบคนแก่ มิน่าพวกหนุ่มๆ ที่อังกฤษถึงไม่ถูกสเป็กซ์เธอสักคน”


“บ้าสิ ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นนะ ที่ผ่านๆ มาฉันยังไม่พบคนที่ใช่เลยสักคน ผู้ชายคนนั้นก็แค่ดูดี” หญิงสาวปฏิเสธเป็นพัลวัน แก้มนวลฉีดสีแดงเรื่อน่ามองจนกาซิมอดยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้


“เธออาจจะได้พบคนที่ใช่ที่นี่ก็ได้ไอซ์ ลองสวดภาวนาต่อเทพีไอซิสดูสิ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงนุ่มพลางชี้มือไปยังรูปสลักเทพีไอซิสที่ประทับอยู่กลางห้องโถง


เมษาก้าวเท้าไปยืนเบื้องหน้ารูปสลัก ก่อนจะยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ตามนิสัยคนไทยที่มักจะให้ความเคารพกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสมอ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาติใดก็ตาม


“เทพีไอซิส เทพธิดาแห่งความรักของอียิปต์โบราณน่ะเหรอ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ที่ดูเปี่ยมเมตตาขององค์เทพีแห่งไนล์ ก่อนจะหันกลับมามองเพื่อนหนุ่มแล้วส่ายหน้าไปมา


“ไม่เอาล่ะ ฉันไม่ชอบแขก เขามีเมียได้ตั้งสี่คนไม่ใช่เหรอ ถ้าฉันจะเป็นเมียใครฉันต้องเป็นเมียคนเดียว ไม่ยอมแบ่งสามีกับผู้หญิงคนไหนเด็ดขาด เหมือนพ่อกับแม่ฉันไง พวกท่านรักกันจนวินาทีสุดท้าย ตอนที่ท่านจากไปท่านยังไปด้วยกันเลย”


เมื่อนึกถึงพ่อแม่ก็อดน้ำตาลื่นขึ้นมาไม่ได้ พ่อกับแม่จากเธอไปตั้งแต่เธอยังเด็กด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินไถลออกนอกรันเวย์จนเกิดระเบิดขึ้น พ่อแม่เสียไปในสภาพที่กอดกันกลม คงเพราะเหตุนี้เธอจึงกลายเป็นคนที่กลัวเครื่องบินลงจอดเสมอมา


กาซิมเอื้อมมือไปบีบไหล่บอบบางของเพื่อนรักเบาๆ ก่อนจะกล่าวว่า “มองโลกแคบไปแล้วยัยไอซ์ มุสลิมไม่ได้มีเมียสี่คนทุกคนหรอก ที่เขารักเดียวใจเดียวก็มีเกลื่อนไป เอาไว้เธอเจอคุณแดเนียลของฉันแล้วเธอจะเปลี่ยนใจ”


“ใคร แดเนียล ฝรั่งที่ไหนกัน ไม่เห็นเคยได้ยินชื่อเลย” หญิงสาวเอ่ยถาม ท่าทางเศร้าสร้อยหายไปอย่างรวดเร็วพอๆ กับตอนที่เกิดขึ้น


“ไม่ใช่ฝรั่งเป็นลูกครึ่งอังกฤษ-อียิปต์ คุณแดเนียล อับดุลลาห์ ฟาอัด อัลฟาบา เขาเป็นเจ้านายของฉันเอง และก็เป็นคนค้นพบพีระมิดแห่งฟาบาที่ฉันจะพาเธอไปดูพรุ่งนี้ไง”


“อัลฟาบา...” หญิงสาวทวนชื่อแปลกๆ นั้นเบาๆ ผู้ชายคนเมื่อกี้เขาบอกว่าชื่อชีคอัลฟาบาไม่ใช่เหรอ


“ใช่แล้ว แดเนียล อัลฟาบา เขาเป็นลูกชายของชีคอัลฟาบาผู้มั่งคั่งและทรงอิทธิพล คุณแดเนียลรูปงามอย่างร้ายกาจ หน้าตาหล่อเหลาคมคายแบบลูกครึ่งที่รวมเอาจุดเด่นของสองเชื้อชาติมาไว้ในตัว ผิวขาวไม่คล้ำแบบฉันหรอก สูงโปร่ง ท่วงท่าสง่างามไม่มีที่ติ”


“ก็คงจะจริง” หญิงสาวพยักหน้าเห็นด้วย ถ้าพ่อดูดีขนาดนั้น คนเป็นลูกจะดูดีขนาดไหนนะ เธอชักอยากเจอคุณแดเนียลของเพื่อนหนุ่มขึ้นมาแล้วสิ


“จริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ชักอยากจะเจอคุณแดเนียลแล้วสิ เอาไว้เขากลับจากอังกฤษแล้วฉันจะแนะนำให้รู้จักนะ”


กาซิมยิ้มอารมณ์ดี เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงอยากให้เมษาได้พบกับคุณแดเนียล เขารู้แต่ว่าครั้งแรกที่เขาเห็นคุณแดเนียลเขาก็นึกถึงเพื่อนสาวคนนี้ขึ้นมาทันที ไม่ว่าจะดูยังไงในสายตาของเขา เมษาช่างดูเหมาะสมกับคุณแดเนียลที่สุด


“อืม...ก็ได้ แต่วันนี้ค่ำแล้วนายกลับไปเถอะ ฉันจะได้ขึ้นไปพักผ่อนบ้าง”


“ได้ ฉันกลับก่อนนะ แล้วอย่าลืมที่เตือนล่ะ” ชายหนุ่มย้ำอีกครั้ง ก่อนจะผายมือให้เมษาเดินขึ้นห้องไปก่อน


“รู้แล้วค่า พรุ่งนี้เจอกัน” เมษาโบกมือลาอย่างร่าเริง ก่อนจะเดินตามบริกรในชุดประจำชาติขึ้นไปบนชั้นสองของโรงแรม โดยมีกาซิมคอยยืนส่งด้วยสายตาจนลับตา


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~


(((กริ๊งงงง กริ๊งงงง กริ๊งงงง))) เสียงโทรศัพท์ก้องกังวานไปทั่วห้องพักหรูหรา ก่อนที่ร่างบางในชุดผ้าขนหนูกระโจมอกจะวิ่งออกมาจากห้องน้ำด้วยท่าทางเร่งรีบ


“มาแล้วค่ามาแล้ว” หญิงสาวร้องบอกเสียงใสแล้วกระโจนไปคว้ากระบอกโทรศัพท์มาแนบหู ก่อนจะเอ่ยรับด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงชัดเจนแบบไทย


“ฮัลโล เมษาพูดค่า”


“ทำอะไรอยู่ยัยไอซ์ พี่รอตั้งนานแล้วเนี่ย” เสียงทุ้มวีนใส่ทันทีที่เธอรับสาย


“พี่ธันวา” หญิงสาวเปลี่ยนมาพูดภาษาไทยเมื่อจำเสียงเขียวๆ ที่ดังมาตามสายของอีกฝ่ายได้ “ไอซ์อาบน้ำอยู่ค่า เลยมารับช้าไปหน่อย”


“อ้างโน้นอ้างนี่ เที่ยวเพลินลืมพี่ลืมเชื้อมากกว่า บอกว่าจะโทรหาพี่ก็ไม่ยอมโทร พี่ก็ตั้งตารอไม่ได้หลับไม่ได้นอน” เสียงทุ้มแกล้งต่อว่ามาตามสาย ทำเอาคนฟังหัวเราะคิกคัก เมษากับพี่ชายสนิทกันมาก พี่ธันเป็นทั้งเพื่อนและพี่ของเธอ ตั้งแต่พ่อกับแม่เสียไปพี่ชายก็เป็นคนเลี้ยงดูเธอมาตลอด


เขาอายุมากกว่าเธอ 10 ปี ปัจจุบันรับราชการเป็นเลขานุการของเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอังกฤษ แต่เป็นนักการทูตที่ติดน้องสาวเป็นที่สุด ไม่ว่าจะไปประเทศไหนเขาต้องลากเธอไปด้วยตลอด


“โธ่...พี่ธันก็ ไอซ์เพิ่งมาถึงเองค่า กาซิมพาไปทานข้าวเย็น กะว่าอาบน้ำเสร็จแล้วจะโทรหาพี่ พี่ธันก็โทรมาก่อน อย่างนี้ไม่ใช่ความผิดของไอซ์นะคะ”


“อย่าห่วงเที่ยวให้มากนักนะ เรายังต้องหาหัวข้อวิทยานิพนธ์เพื่อเรียนต่อปริญญาโทอีกนะ” พี่ชายเตือนมาตามสาย


เมษาทำหน้าเบ้ใส่โทรศัพท์ ก่อนจะตอบกลับไปว่า “โธ่...พี่ธันล่ะก็ บ่นมากเดี๋ยวหาแฟนไม่ได้นะคะ ไอซ์ไม่เหลวไหลหรอกค่า ยังไงไอซ์ก็ต้องเป็นด็อกเตอร์ให้ได้อยู่แล้ว ว่าแต่พี่เถอะกลับเมืองไทยคราวนี้ต้องหาพี่สะใภ้มาฝากไอซ์ให้ได้นะ”


“เหลวไหล พี่ติดแหง็กอยู่กับเราแบบนี้ผู้หญิงที่ไหนเขาจะมาสน” พี่ชายตอบกลั้วหัวเราะกลับมา เมษาชอบแหย่เขาเรื่องพี่สะใภ้เป็นที่สุด เพราะธันวาอายุสามสิบสองแล้วยังไม่ยอมมีแฟนเป็นตัวเป็นตน


“โอ้ๆ อย่าน้อยใจนะคะ งั้นเดี๋ยวไอซ์หาผู้หญิงอียิปต์สวยๆ ไปฝากก็ได้ค่ะ ผู้หญิงที่นี่คมเข้มสวยๆ ทั้งนั้นเลย แฮะๆ แต่พี่ธันต้องเสี่ยงหน่อยนะคะ เพราะที่นี่พวกเธอเปิดเผยแต่ลูกนัยน์ตา ไอ้ที่เหลือพี่ต้องไปลุ้นเอาเองตอนเข้าหอ”


“เด็กแก่แดด พี่ไม่พูดด้วยแล้ว” พี่ชายดุมาตามสาย ก่อนจะกำชับเสียงเข้มเป็นครั้งที่ร้อยตามประสาคนหวงน้องสาว “อยู่ที่นั่นก็ระวังตัวด้วยนะ อย่าโลดโผนให้มากนักที่นั่นไม่ใช่บ้านเรา และที่สำคัญอย่าเอาหนุ่มอาหรับมาเป็นน้องเขยพี่ล่ะ พี่ไม่ชอบ พี่รับไม่ได้ที่จะมีน้องเขยตัวใหญ่กว่า”


หญิงสาวหัวเราะคิก ก่อนจะรับรองกับพี่ชายว่า “ไอซ์รู้แล้วค่า จำแม่นเลย ก็พี่เล่นย้ำมาตั้งแต่อยู่เมืองไทยแล้วนี่คะ”


“ได้อย่างนั้นก็ดี งั้นแค่นี้นะ ไปนอนได้แล้ว เดี๋ยวพี่จะโทรไปหากาซิมสักหน่อย แล้วพรุ่งนี้สองทุ่มอย่าลืมโทรหาพี่นะ” พี่ชายสั่งมาอีกชุดหนึ่ง


“ค่า รู้แล้วค่า... ไอซ์จะรายงานตัวตรงเวลาแป๊ะเลยค่ะ” หญิงสาวรับคำเสียงใส ก่อนจะนิ่งไปเมื่อพี่ชายเอ่ยคำรักมาตามสายเบาๆ


“พี่รักไอซ์นะ”


“ไอซ์ก็รักพี่ธันที่สุดในโลกเลยค่ะ” หญิงสาวเอ่ยตอบเบาๆ ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงกับแป้นด้วยท่าทางหงอยๆ อยู่ดีๆ ก็รู้สึกคิดถึงพี่ชายอย่างบอกไม่ถูก


ร่างบางผุดลุกขึ้นเดินไปยืนตรงระเบียงกว้าง ท้องฟ้ายามราตรีกลางเมืองไคโรงดงามยิ่งนัก ดวงดาวพร่างพราวเต็มท้องฟ้า ที่เบื้องล่างแววยินเสียงแม่น้ำไนล์กระทบฝั่งเบาๆ


เมษาสะบัดหน้าไปมาเพื่อไล่ความเชื่องซึมออกไปจากใจ เธอนี่ถ้าจะบ้า อยู่ดีๆ ก็คิดถึงพี่ชายขึ้นมาเฉยๆ เธอมาเที่ยวนะ อีกไม่กี่วันก็ได้กลับบ้านไปหาพี่ธันวาแล้ว ไม่เห็นต้องเศร้าเลย หญิงสาวครุ่นคิดในใจ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำต่อ โดยไม่รู้สักนิดว่าสิ่งที่ลี้ลับกำลังรอเธออยู่ และรอมานานถึงสามพันห้าร้อยปีแล้ว...
มัลลิกา
 
Posts: 11
Joined: Mon Jun 11, 2007 5:52 am

Return to ลิขิตรักลำน้ำไนล์

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron