Welcome
Welcome to <strong>mookfah</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

บทที่ 1

"เพราะฉันตัดสินใจช้าไปใช่ไหน ถึงได้ไม่มีเธออยู่ตรงนี้"

เรื่องรักจากปลายปากกา "ฟ้าใส"

คำเตือน..18 พอดิบพอดี...อิอิ


บทที่ 1

Postby white flower on Sun Jun 10, 2007 4:54 pm

เงาของคนรัก 1

แจ้จ้ะ ฉันรักแจ้ ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไร ฉันก็ยังรักแจ้

รักเสมอ

ตั้งแต่เริ่มรักแจ้มาจนถึงเดี๋ยวนี้ แต่อย่าถามถึงอนาคตเลยนะจ้ะ เพราะฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น มีอะไรมาทำให้ฉันเปลี่ยนแปลง

แต่ขณะนี้ ฉันรักแจ้จ๊ะ รักมากที่สุด อยากให้แจ้มายืนตรงหน้า ฟังหัวใจของฉัน มันคงเต้นได้ทำนองเดียว คือ รักแจ้ รักแจ้ รักแจ้ตลอดไป

ฉันไม่รู้จะเอาอะไรมาเปรียบ แต่ต่อให้ภูเขา ทะเลแม่น้ำทั้งโลกมารวมกันคงไม่เท่าที่ฉันรักแจ้ ขอให้เชื่อเถอะนะจ้ะว่าฉันรักแจ้ รัก รัก รัก

รักแจ้เป็นคนแรก ฉันยอมตายแทนแจ้จริงๆ นะจ้ะ ฉันอยากจะบอกว่ารักแจ้ รักแจ้ รักแจ้ที่สุดในโลก

หยาดน้ำตาที่คลออยู่นานค่อยๆ ไหลเอ่อออกมา ภารดีกลั้นสะอื้น หมดความพยายามที่จะควบคุมตนเอง เธอทิ้งปากกาในมือ ฟุบหน้าลงร้องไห้

กระดาษเขียนจดหมายสีชมพูที่ถูกเขียนระบายความในใจ เปื้อนหยดน้ำตา เลอะไปทั้งแผ่น

เธอยังจำได้รอยยิ้มที่ค่อยๆแย้มจนเห็นเขี้ยวเกๆ ทั้งสองข้าง ตาค่อยๆ พราวยิ้ม จมูกโด่ง ผิวคล้ำๆ สูงสะโอดสะองเหมือนกระเทย เธอยังเคยปรามาสไว้ในใจเมื่อพบหน้า ท่าทางยังกะผู้หญิงอย่างนี้จะไปได้สักกี่น้ำ

แต่เขาก็ทำได้ ฟาร์มของเขาจากวัวไม่กี่ตัว กลายเป็นฝูงใหญ่ ที่ไม่กี่ไร่ ขยายเป็นร้อยๆ ไร่ เขาแนะนำตัวเองกับเธอ เมื่อพบกันครั้งแรก ด้วยตาพร่างพราย ฉันยังเคยคิดว่าเขาว่าตาเจ้าชู้

“เรียกผมว่าแจ้ก็ได้”

ฉันยิ้มรับคำเขา

“คุณจ๋า จะไปดูวัวของเราไหมครับ ถ้าชอบม้าก็มี”

“วัวของเราเรอะ” ฉันหันกลับมาท้วงเขา เพื่อนๆ พากันยิ้ม

“ขอโทษครับ” เขาบอกอย่างตกใจ

ใครๆ ก็เข้าใจอย่างนั้น แต่ฉันรู้ว่าเขาตั้งใจพูด ตาเขายิ้มล้อฉัน ฉันเล่นงานเขาต่อ คนไม่สำนึกผิด

“ใครบอกว่าฉันชื่อเล่นว่าจ๋า”

“ไม่ใช่หรือครับ ผมขอโทษ” ท่าทางเซื่องๆ บอกแววขอโทษอย่างจริงใจ แต่ฉันไม่เชื่อเขาเสียแล้ว

ฉันกับเพื่อนใช้เวลาช่วงหยุดยาวไปกับการตะเวณเที่บวบ้านเพื่อนที่อยู่ต่างจังหวัด พ่อเพื่อนแนะให้ไปเที่ยวฟาร์มของแจ้ ฟาร์มของพ่อหนุ่มชาวกรุง พ่อว่าอย่างนั้น

เขาเป็นกันเองกับเพื่อนฉัน ทุกคนชมว่าเขาน่ารัก ฉันเห็นด้วย ฉันลืมไปแล้วว่าเคยแอบนินทาเขาในใจว่าอย่างไร

หุ่นเขายังสะโอดสะองอยู่เหมือนเดิม กางเกงยีน เสื้อเชิ้ตทำให้เขาดูผอมสูง ท่าเดินสะบัดๆ เหมือนผู้หญิง แบบที่ฉันเคยค่อน

แต่ฉันไม่คิดแบบนั้นอีกแล้ว เขาเป็นลูกผู้ชายที่น่ายกย่อง พอที่จะเป็นที่รักที่พักพิงของผู้หญิงคนหนึ่งได้ ฉันโง่ไปเอง เมื่อเขาบอกฉันที่น้ำตก น้ำตกเล็กๆ แถวๆ ไร่ ที่เด็กๆ พากันไปเล่น ฉันกับเขาไปเล่นน้ำตกด้วยกัน

“ไม่ห่วงงานหรือ” ฉันถามเขา ที่กระโดดขึ้นจักรยานมาอีกคัน

“สำหรับคุณจ๋า แจ้มีเวลาให้” เขาบอกฉันด้วยสายตาพราวไปด้วยรอยยิ้ม

เขาพลั้งปากเรียกฉันว่าคุณจ่าเสมอจนฉันเคยชินเลิกรำคาญและต่อว่าเขาแล้ว

“คุณจ๋าอยู่กับผมที่ไร่นี้นะ”

“เหอะ อยู่ทำไมจ้ะ อยู่กับสาบวัวหรือ” ฉันบอกเขาไปอย่างนั้น แต่ใจจริงของฉันดีใจที่เขาบอก ฉันเชื่อว่าเขาพูดจริง

“ชวนคุณจ๋ากี่คนแล้วจ้ะ ให้มาอยู่กับแจ้นะ”

“คนนี้คนเดียว” เขากระซิบข้างหูฉัน เอาจมูกมาชนแก้ม

“เอากำไรนี่” ฉันทุบเขา เขาไม่หลบ กอดฉันไว้อย่างนั้น

พระเจ้า ! ถ้าฉันรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นฉันจะปลอบโยนเขา ตามใจเขาเขา ไม่ทำอะไรให้เขาเจ็บปวดแม้แต่นิดเดียว

“ปล่อยฉันนะ เดี๋ยวแฟนฉันว่าเอา”

“คนไหน คนนี้หรือเปล่า” เขายังถามฉันด้วยตาพร่างพราย คิดว่าฉันพูดเล่น

“ไม่ใช่” ฉันตอบ

เขาสลด หัวใจฉันห่อเหี่ยว ฉันไม่อยากทำอย่างนั้นเลย แต่ฉันก็หยิ่งในเกียรติของลูกผู้หญิง

“คุณจ๋ากลับไป ลองคิดดูนะครับ ถ้าความรู้สึกของคุณจ๋าตรงกับผม ตรงกับที่ผมคิด มาหาผมนะครับ หรือจะให้ผมไปรับก็ได้ ผมรอคุณจ๋าเสมอ” แล้วเขาก็ยิ้มล้อๆ

“แต่อย่าให้ผมรอนานนะครับ แจ้คนนี้รอนานๆ ๆม่เป็น ถ้าคุณจ๋าช้า แจ้จะให้คุณจ๋ารอบ้าง” เขาบอกเป็นประโยคสุดท้าย เมื่อเขามาส่งฉันที่สถานีรถไฟ

ฉันคงปล่อยให้เขารอนานไป เขาถึงจากฉันไป ให้ฉันเฝ้ารอเขาอยู่อย่างไม่มีกำหนด ทำไม เวลาของการรอคอยของเขาถึงสั้นนัก ฉันกำลังจะกลับไปหาเขาอยู่แล้ว

“ภา ภา อี๊ดโทรมาแน่ะ”

“ค้า” ภารดีส่งเสียงรับทราบ ปาดน้ำตาให้แห้ง วางที่เขี่ยบุหรี่ทับกระดาษกันปลิว ก่อนวิ่งไปรับโทรศัพท์ในบ้าน

“เป็นอะไร ร้องไห้ลูก ปวดหัวหรือ” คุณวิภาถาม เมื่อเห็นน้ำตายังเปื้อนเป็นคราบอยู่ ภารดีพยักหน้าส่งๆ ไป

“ไปนั่งตากลมอยู่หลังบ้านได้ตั้งนาน แม่บอกอย่าไปนั่งก็ไม่เชื่อ”

ภารดีพยักหน้าไปเรื่อยๆ ยกหูโทรศัพท์ขึ้น

“อี๊ดหรือ ภาจ้ะ”

“ภาหรือ คุณจ๋าทำไมให้รอนานนัก” อี๊ดต่อว่ามา

แม้แต่เพื่อนของเธอ ก็ยังเรียกเธอตามเขาไปด้วย

“มีอะไรจ้ะ”

“นิดหน่อย วันจันทร์นี้เวลาตัวไปทำงาน ตัวแวะมาหาเราหน่อยซิ” ฮี๊ดบอก

ที่ทำงานสองสาวห่างกันประมาณหนึ่งแยก บ้างครั้งก็นัดรับประทานอาหารเที่ยงด้วยกัน

“มีอะไรจ้ะ” ภารดีถามงงๆ อี๊ดหัวเราะมาตามสาย

“ก็ผู้จัดการของตัวนะซิ”

“ผู้จัดกรของเรา ตาช้างบินนะหรือ” เธอหมายถึงผู้จัดการอ้วนขี้โมโหของเธอ

“ไม่ใช่ ผู้จัดการคนใหม่ซิ หล่อขนาดไหน กลับมาเล่าให้ฟังบ้างนะ”

“เดี๋ยวๆ บอกให้รู้เรื่องก่อน” ภารดีรีบพูด ก่อนเพื่อนวางสาย
“ทำไมตัวรู้ดีหว่าเราล่ะ”

“ก็ตัวขาดงานตั้งสามวัน”

อี๊ดบอกล้อๆ มา ก่อนจะนึกได้ว่าทำไมภารดีถึงหยุดงาน วันครบรอบการจากไปปีแรกของแจ้ ชายหนุ่มแสนดีคนนั้น

“ขอโทษนะคุณจ๋า อี๊ดลืมไป แต่ขาดงานอย่างนี้ระวังโดนไล่ออกนะ” แล้วอี๊ดก็วางสาย

ภารดีทำหน้างงๆ เอียงคอไปซ้ายที ขวาที ก่อนวางโทรศัพท์ลง แจ้ชอบมองเวลาเธอทำ แล้วก็หัวเราะ

“คุณจ๋า ทำท่านี้ให้รู้หรือฮะ ว่างงจริงๆ”

“ฉันงง ก็งง ไม่เห็นต้องทำท่าประกอบ”

“อย่างนี้ไม่ทำหรือฮะ” แล้วเขาก็ทำท่าล้อฉัน


white flower
 
Posts: 29
Joined: Sun Jun 10, 2007 4:09 pm

Postby ท้องฟ้า on Mon Jun 11, 2007 4:56 pm

อ่า..ท่าจะเศร้า. :cry:
เม็ดทราย ไร้ค่า ร่วงหล่น

Image
ท้องฟ้า
 
Posts: 21
Joined: Wed Jun 06, 2007 7:46 am


Return to เงาของคนรัก

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron