ย้อนกลับไป 1 ปีก่อน
ชายหนุ่มร่างสูงดีกรีนักเรียนนอกที่พึ่งจบมาใหม่ วิ่งตามทางเดินของโรงพยาบาลด้วยใจที่เร่าร้อน เขาได้รับข่าวการประสบอุบัติเหตุของคู่หมั้นสาวที่อีกไม่กี่วัน เธอและเขาก็จะได้เข้าพิธีแต่งงานกัน ร่างสูงหยุดวิ่งทันที ที่เห็นร่างของหญิงคนรักถูกพาออกจากห้องไอซียู
เขามาไม่ทัน !
เธอเสียชีวิตเสียแล้ว ชายหนุ่มเข้าไปลูบไล้ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มให้กับเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน อย่างไม่เชื่อสายตา ทำไม สวรรค์ถึงได้พรากคนที่เขารักไปอย่างนี้ ดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้าง เมื่อเห็นร่างอีกร่างหนึ่งที่ถูกเข็นออกมาเช่นกัน แต่ร่างนั้นยังคงมีลมหายใจอยู่ ชายหนุ่มออกปากถามบรุษ พยาบาลทันที
"คุณครับ ไม่ทราบว่า อีกคนนั้นเป็นใครครับ" และแล้วความสงสัยของเขาก็สิ้นสุดลง เธอคือคนที่ขับรถอีกคัน และเป็นคนที่ทำให้คนรักของเขาตาย... ภูวดลเหมาเอาเองว่า เธอเป็นคนผิด!!!
รสรินตื่นขึ้นมาสายตาของหญิงสาวมองไปยังผู้คนที่ยืนล้อมรอบตัวเธอ ในนั้นมีพี่ธีร์ หรือธีรภัทร อัศวโยคินบุตรชายคนเดียวของคุณ แก้วกานดา อัศวโยคิน เจ้าของบริษัทซอฟต์แวร์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอยู่ด้วย หญิงสาวส่งยิ้มอ่อนๆให้ทันที
"รสเป็นไงบ้างเจ็บตรงไหนไหม" รสรินส่ายศีรษะ ก่อนที่สมองของเธอจะสั่งการ ธีรภัทรก้มหน้าลงจุมพิตลงที่หน้าผากกว้างของหญิงสาวทันที
"ทีหลังอย่าขับรถแบบนี้อีกนะ พี่ใจหายหมด" พี่ชายที่ไม่ได้คลานตามกันมาเอ็ดหญิงสาวอย่างไม่จริงจัง
"พี่ค่ะ แล้วอีกคนเป็นอย่างไงบ้างค่ะ" ธีรภัทรส่ายศีรษะ ทำนองว่าอีกคนที่ขับรถมาประสานงากับหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงนั้นไม่รอด
"โธ่...แย่จังเลย ไม่น่าเลยนะคะ"
ใบหน้าของรสรินซีดเผือด เธอรู้อยู่แก่ใจดีว่าเธอไม่ผิด เธอขับรถตามเลนของเธอไม่ได้ขับเร็วมากมาย แต่รถของคนที่เสียชีวิตกลับขับเข้ามาในเลนของเธอ จะแซงรถของเธอแต่ไม่พ้นเพราะมีรถบรรทุกอีกคันสวนทางมา เธอและคนขับรถอีกคันหลักหลบ ซึ่งอย่างน้อยรสรินก็ยังโชคดีที่ขับรถแข็ง แต่อีกคันนี่สิ ชนเข้ากับเสาไฟฟ้าข้างทางเต็ม ๆ ...
"เอาเถอะ รสอย่าคิดมากเลย อีกเดี๋ยว คุณอา วิ กับคุณอา ภา ก็จะมาแล้วล่ะ" ธีรภัทรพูดถึง เพื่อนของแม่ ที่ชื่อว่า วิมาริน และ อาภา นั้นเอง พูดยังไม่ทันขาดคำ เหล่าคุณอา ก็วิ่งหน้าตั้งมายังห้องที่หญิงสาวอยู่ทันที
"รสเป็นยังไงบ้างลูก" คุณวิมารินร้องไห้ออกมาที่เห็นบุตรสาวทันที หญิงสาวที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ก็ไม่ทำให้ความงามลดลง หล่อนโอบกอดบุตรสาวคนเดียวอย่างเป็นห่วง
"ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะแม่"
คนเป็นแม่ไม่ยอมเชื่อง่ายๆ ลูบหน้าลูบหลังหญิงสาวอย่างสำรวจ จนสามีของเธอต้องเข้ามาห้าม
"วิก็ ยัยหนูไม่เป็นอะไรแล้วล่ะน่า" วิมารินค้อนให้สามี ทันที หากแต่คนเป็นสามี ก็หัวเราะออกมากับท่าทางนั้น
"พี่พล...เงียบไปเลย ลูกวิทั้งคน...จะไม่ให้วิไม่ห่วงได้ไง" ว่าแล้วก็หันไปลูบหน้าลูบหลังบุตรสาวต่อ
"ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะคุณแม่ แล้วนี่ น้องพิไม่มาด้วยหรือค่ะ" รสรินถามหาบุตรสาวของคุณอาภาที่นานทีปีหนจะลงมาจากเชียงใหม่สักที "ไม่หรอกจ้ะ ยัยพิ ติดเรียน แต่ฝากเยี่ยมคนป่วยด้วยน่ะ"
รสรินพยักหน้า หากแต่คนที่ธีรภัทรขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะจะว่าไป เขาเองก็ไม่ค่อยจะได้เห็นน้องพิธิรา คนนี้เสียเท่าไร เพราะมาทีไรก็คาดกับเสียทุกที แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้พูดอะไร
"แม่ค่ะ ทางฝ่ายโน้นเป็นไงบ้างค่ะ" หญิงสาวเอ่ยถามคู่กรณีที่เสียชีวิต
"เฮ้อ....ตำรวจนะบอกว่าเขาผิดนะฝ่ายโน้นนะ แต่ดูเหมือนว่าคู่หมั้นเขาจะไม่เชื่อ เขาโทษว่าเป็นความผิดของเรา แม่ละกลุ้มจริง ๆ เลย สงสารก็สงสารนะ เสียคนรักไปทั้ง ๆ ที่จะแต่งงานอีกไม่กี่วัน เป็นใครก็ต้องรู้สึกแย่ แต่จะมาเหมาว่าเราผิดมันก็ไม่ถูกเหมือนกัน" รสรินพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เธอเองก็สงสารอยู่เหมือนกัน แต่จะทำไงได้ ในเมื่อเธอก็ไม่ได้ทำผิดอะไร
"แม่ว่าเรานอนพักดีกว่านะ อีกวันสองวันเราก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วล่ะ"
"ค่ะ"
หญิงสาวรับคำก่อนจะปิดเปลือกตาลงเธอไม่รู้เลยว่า อีกไม่กี่ชั่วโมง หายนะกำลังจะเกิดขึ้นกับเธอ เหล่าแม่ ๆ และอา ๆ ทั้งหลายรวมถึงธีรภัทรกลับออกไปจากห้องผู้ป่วยวีไอพีแล้ว เพียงครู่เดียวนั้น ก็มีร่างของชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องแทน ดวงตาของเขาดูโกรธแค้นร่างที่ทอดตัวภายใต้ผ้าห่มเป็นยิ่งนัก เธอจะต้องได้รับกรรมที่เธอก่ออย่างสาสม !!!
..........................................
หญิงสาวปรือตาขึ้นมาทันทีที่แสงแห่งรุ่งอรุณสาดส่องเข้ามา เธอเอามือขึ้นปล่องหน้าตัวเอง พยายามปรับแสงให้เข้ากับดวงตาของเธอเอง หญิงสาวเหลียวมองไปรอบ ๆ กับสถานที่ไม่คุ้นเคย เธอจำได้ว่าเมื่อคืนวานเธอยังคงนอนอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่เลย แต่สถานที่ ๆ เธอเห็นนี้ เป็นห้องที่ไม่ถึงกับหรูหรามากนัก แต่ก็ไม่ถึงกับทรุดโทรม
เธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร รสรินถามตัวเองในใจ แต่แล้วหญิงสาวก็ถึงกับสะดุ้ง เมื่อมีเสียง ๆ หนึ่งดังขึ้นจากประตูห้องที่กำลังเปิดออก
"ตื่นแล้วหรือไง"
น้ำเสียงที่ติดห้วน ๆ กับหน้าตาที่ไม่คุ้นเคยทำให้รสรินถึงกับขมวดคิ้ว ก่อนจะสำนึกได้ว่า เธออยู่กับเขาเพียงสองคนภายในห้อง หญิงสาวกระเทิบตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่ก็ไม่เป็นไปดั่งใจ เพราะมีมือแกร่งรั้งร่างของเธอเอาไว้อย่างแน่นหนา
"ค...คุณจะทำอะไรนะ ปล่อยฉันนะ" รสรินพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก มองร่างสูงด้วยสีหน้าหวาดกลัว
"ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกนะ ไม่ต้องห่วง เพราะถ้าผมจะทำ สภาพแบบนี้มันง่ายสำหรับผมจะตายไป" ดวงตาของชายหนุ่มทอดมองร่างของหญิงสาวที่ไม่มีเสื้อผ้าคอยปิดบัง ทำให้รสรินที่ก้มลงมองร่างของตัวเองถึงกับอยากจะร้องกรี๊ดออกมาดัง ๆ มือข้างที่เป็นอิสระรีบคว้านหาผ้าห่มมาบังกายทันที
"คุณต้องการอะไร... เงินหรอ ฉันมีให้นะ อย่าทำอะไรฉันเลย" น้ำเสียงของหญิงสาวติดสะอื้น เธอกำลังกลัวเขาเป็นอย่างมาก แต่ด้วยศักดิ์ศรีที่มีอยู่ทำให้เธอต้องพยายามที่จะไม่ให้ร้องไห้ออกมา ชายหนุ่มตรงหน้าหัวเราะในลำคอ เมื่อเห็นหญิงสาวพูดถึงเรื่องเงิน
"หึ เงินหรอ ไม่หรอก ผมแค่อยากให้คุณทรมาณเท่านั้นเอง" รสรินเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ เธอไปทำอะไรให้ ทำไมต้องมาอยากให้เธอทรมาณ หากแต่ท่าทางของหญิงสาวกลับทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าไม่พอใจ
"อะไรกัน แค่นี้ก็ไม่รู้หรอ ว่าตัวเองทำอะไรลงไป เมื่อสองวันก่อน คุณขับรถประมาททำให้คู่หมั้นผมตาย จำได้ไหม" น้ำหนักที่ชายหนุ่มบีบลงต้นแขนของหญิงสาวแรงขึ้น แรงจนรสรินถึงกับทำหน้าเบ้ ด้วยความเจ็บปวด แต่เธอก็ยังคงกัดฟันทน
"คุณพูดอะไร ฉันไม่ผิดเสียหน่อย ตำรวจก็บอกแล้วว่าคู่หมั้นคุณขับรถประมาณ ทำไมคุณมากล่าวหาฉันอย่างนี้ล่ะ" รสรินเถียงกลับ เธอไม่ผิดเสียหน่อย ทำไมต้องมาโทษเธอด้วย หากแต่ภูวดลไม่ฟังเหตุผล กลับพลักร่างของหญิงสาวออก พร้อมทั้งกระแทกชามข้าวต้มที่เขาซื้อมาจากข้างนอก
"คุณอย่ามาแก้ตัวเลย กินซะ ผมยังไม่ใจร้ายให้คุณอดตายหรอกนะ คุณรสริน" ภูวดลกำลังจะเดินออกไปด้านนอก แต่รสรินก็ร้องขึ้นมาก่อน
"นี้เดียวก่อนสิ แล้วเสื้อผ้าฉันละ" ชายหนุ่มหันกลับมายิ้มเหี้ยมเกี้ยม ก่อนจะเอ่ยปากบอก
"คุณอยู่แบบนี้ก็ดีแล้ว สวยดีออก และก็อย่าคิดหนี เพราะคุณหนีไม่พ้นหรอกนะ ยิ่งสภาพนี้ด้วยแล้วสิ หึหึ"
ว่าแล้วชายหนุ่มก็เดินจากไป โดยที่รสรินได้แต่มองอย่างอึ้ง ๆ จะกรี๊ดก็กรี๊ดไม่ออก เพราะเธอไม่มีนิสัยอย่างนั้นอยู่แล้ว หญิงสาวมองสภาพของตนเองอย่างปลงสังเวช อย่างนี้อย่าว่าแต่หนีเลย เดินออกไปหมาไม่กัดก็บุญแล้ว แต่แล้วท้องของหญิงสาวก็ร้องขึ้นมา เธอพึ่งนึกได้ว่า ตอนที่อยู่โรงพยาบาล เธอไม่ได้รับอาหารเท่าที่ควรนัก หญิงสาวเหลือบมองชามข้าวต้มที่ชายหนุ่มที่พึ่งเดินออกไปนั้น วางกระแทกไว้ พร้อมกับขวดน้ำเปล่าอีกหนึ่งขวด หญิงสาวชั่งใจนิดๆ กลัวก็กลัวว่าในอาหารนั้นจะมีอะไรแปลกปลอมมาหรือเปล่า แต่แล้วหญิงสาวก็สลัดความคิดนั้นไป เพราะตอนนี้ท้องของเธอต้องการรับอาหารอย่างเร่งด่วน
"เอาวะ ตายเป็นตาย"
รสรินหยิบชามข้าวต้มขึ้นมาก่อนจะลงมือทานอย่างรวดเร็ว เมื่อข้าวต้มในชามหมดแล้วหญิงสาวจึงแกะพลาสติกออกจากฝาขวดน้ำเปล่า แล้วยกขึ้นดื่ม
"เฮ้อ...อิ่ม" หญิงสาวตบท้องตัวเองเล็กน้อย ก่อนที่จะใช้สายตาแลมองไปรอบๆด้าน สภาพที่เห็นก็เหมือนห้องธรรมดา มีโต๊ะเครื่องแป้ง มีตู้เสื้อผ้า
ตู้เสื้อผ้า!!!
รสรินรีบหอบผ้าปูที่นอนขึ้นห่มร่างของตนเองไว้ ก่อนจะเดินไปยังตู้นั้นทันที หญิงสาวเปิดตู้ออกมาอย่างมีความหวัง ว่าเธอจะเจอเสื้อผ้าที่เธอพอจะใส่ได้ แต่แล้วก็ต้องเกิดอาการห่อเหี่ยวขึ้นมาทันที เพราะในตู้นั้นว่างเปล่าไม่มีเสื้อผ้าแม้แต่ตัวเดียว รสรินถอนหายใจเล็กน้อย แล้วนี้เธอจะทำอย่างไรดี เสื้อผ้าก็ไม่มีจะให้หอบหิ้วผ้าปูที่นอนอย่างนี้ก็ใช่ที่ หญิงสาวเดินไปเคาะประตูเพื่อให้คนข้างนอกได้ยิน ซึ่งพอเคาะประตูเสร็จภูวดลก็เปิดประตูเข้ามาด้วยท่าทางที่ติดอารมณ์เสียนิด ๆ
"มีอะไร"
น้ำเสียงห้วน ๆ ของชายหนุ่มดังขึ้น วันนี้เขาพึ่งได้ข่าวว่าทางญาติของหญิงสาวที่ตนเชื่อว่าเธอเป็นคนผิด ได้แจ้งความว่าหญิงสาวคนนี้หายตัวไปเรียบร้อย ใจหนึ่งก็สงสารเพราะคนรู้จักของเขาบอกว่า แม่ของหญิงสาวคนนี้ร้องไห้ออกมาปานจะขาดใจ ออกข่าวโทรทัศน์ว่า จะเอาเงินเท่าไรก็ขอให้ติดต่อมาแต่อย่าทำอะไรลูกสาวของเธอเลย มันทำให้เขารู้สึกผิดมากแต่ทำไงได้ คน ๆ นี้ทำให้คู่หมั้นของเขาตาย!!
"ฉันต้องการเสื้อผ้า" รสรินถอยไปตั้งหลักใกล้ๆ ก่อนจะร้องบอก
"ถ้าผมบอกว่าไม่ให้ล่ะ" ภูวดลกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย หากแต่รสรินกลับรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นมันน่าเกลียดน่ากลัวเป็นที่สุด
"เอ๊ะ...นายนิ จะให้ฉันใส่แบบนี้ตลอดฉันก็เป็นปอดบวมตายน่ะสิ"
"อ๋อ กลัวตายเหมือนกันหรอ แล้วที่ทำให้คนอื่นตายละ ไม่รู้สึกอะไรหรือไง" รสรินได้ยินดังนั้นถึงกับควันออกหูทีเดียว คนๆนี้ไม่เข้าใจอะไรเลย ตำรวจก็บอกแล้วว่าเธอไม่ผิด ก็ยังมากล่าวหาว่าเธอผิด
"นี่คุณ สมองคุณมีปัญหาหรือไง ตำรวจก็บอกแล้วว่าแฟนคุณขับรถประมาทเอง อย่ามาหาเรื่องฉันนะ"
ภูวดลฟังที่หญิงสาวพูด ดวงตาของชายหนุ่มแววโรจน์ขึ้นทันที เขาสาวเท้าเข้ามาหาหญิงสาวด้วยท่าทีที่คุกคาม รสรินเห็นท่าไม่ดี หญิงสาวจับปมของผ้าห่มไว้แน่น เธอไม่ต้องการเปลือยให้เขาเห็น แต่แล้วเธอก็ต้องสะดุดเพราะชายหนุ่มตรงหน้า เหยียบเข้าที่กองผ้าห่มทำให้หญิงสาวร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
"ว๊าย...อุ๊ป"
