“...มาเรีย...มาเรีย....ในที่สุดข้าก็เจอเจ้า....มาเรียของข้า....”
เสียงนั้นก้องกังวานในความมืดมิดหญิงสาวนามว่ามาเรียนั้นก็สะดุ้ดตื่นขึ้นมา เธอฝังเห็นชายหนุ่มดวงตาคมดุสีฟ้าเข้ม ทำให้ลมหายใจของมาเรียแทบจะสะดุดลง เรียวหน้าของเขาคมเข้ม ริมฝีปากหยักชวนให้วาบหวิว หากแต่ใบหน้าคมสันนั้นกลับดูคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก แต่เธอก็นึกไม่ออกว่า เคยเจอเขาที่ไหนนี่สิ มาเรียพยายามนั่งนึกอยู่นาน แต่เธอก็นึกไม่ออกเสียที...หญิงสาวทำท่าว่าจะนอนต่อหากแม่ของเธอไม่ตะโกนขึ้นมาว่า
“มาเรีย...มาเรีย...เสร็จหรือยังลูก เดียวก็ไม่ทันเข้าเรียนหรอก”
“คะ...ค่ะ ...ตื่นแล้วค่ะ..”แล้วหญิงสาวก็ลุกไปอาบน้ำ
มาเรียนั้นถึงจะบอกว่าเป็นเด็กม.ปลายปี 2 แต่ก็คงไม่มีคนเชื่อหากแต่งชุดไปรเวทย์ ด้วยแล้วยิ่งไม่รู้เข้าไปอีก คนจะนึกว่าเป็นเด็กประถมด้วยซ้ำทั้งนี้เพราะเธอสู่แค่ 154 แถมหน้าก็ยังดูเด็กอีกด้วย
“มาเรีย...ฮาโกะมาแล้วนะ เร็ว เร็ว ! ”แม่ตะโกนขึ้นมาอีก เป็นเหตุให้หญิงสาวต้องรีบสาระวนแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ก็ถ้าบอกว่าฮาโกะมาก็7โมง เกือบ8โมงแล้วเธอจะมาชักช้าอยู่อย่างนี้ไม่ได้
“ค่ะ..เสร็จแล้วค่ะ” หญิงสาวรีบวิ่งลงจาฉันบน
ทั่ง...ทั่ง...ทั่ง...
หญิงสาวรีบวิ่งลงมาจากข้างบนอย่างรวดเร็ว จนเสียงส้นเท้ากระทบกับบรรไดเสียงดัง ทำให้มารดาของหญิงสาวร่างเล็ก ถึงกับส่ายหน้าอย่างระอา มาเรียได้แต่ส่งยิ้มแหะ ๆ ก่อนจะกล่าวทักทายเพื่อนสาว และวิ่งไปหยิบขนมปังปิ้งที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาหนึ่งเผ่น และทำท่าจะวิ่งออกไปด้านนอก แต่มารดาของเธอได้เรียกไว้ก่อน
“มาเรีย...วันนี้ลูกกลับเร็วหน่อยนะจ้ะ พ่อกับแม่มีเรื่องจะคุยด้วยจ้ะ”มารดาของเธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ใจดี้...ใจดีผิดปกติ แต่หญิงสาวก็ไม่ได้คิดอะไร ก่อนจะตอบออกไปว่า
“ค่ะ..หนูไปแล้วนะคะ”
“เดี๋ยวจ้ะ อ่ะ ลูกลืมข้าวกล่อง” คุณนาโอมิ ยื่นกล่องข้าวที่ถูกจัดไว้อย่างดี ส่งให้บุตรสาว ก่อนจะโบกมือบ๊าย บาย ด้วยท่าทางที่มีเล่ห์นัย แต่ก็อย่างว่า ความที่เร่งรีบ ทำให้มาเรียไม่ได้สังเกตนัก เธอรีบพูดขอบคุณ ก่อนจะวิ่งตามฮาโกะไปตามท้องถนน ทันที
“เร็ว...เร็ว...สายแล้วนะ” ฮาโกะร้องบอกเพื่อนสาวตัวดี ที่ไม่ค่อยจะพัฒนาให้ตัวเองตื่นเช้าอย่างที่ชาวบ้าน ชาวช่องเขาตื่นกัน แต่ดูเหมือนว่า ตอนนี้สปีทของมาเรียจะตกลง เธอร้องตอบเพื่อนสาวว่า
“เร็วอยู่” มาเรีย หอบแฮก ๆ ก่อนจะรีบวิ่งไปให้ทันฮาโกะ ๆ
ทั้งคู่วิ่งไปจนถึงหน้าห้องเรียน ก่อนจะใช้มือน้อย ๆ ค่อย ๆ ผลักบานประตูออก สายตาของหญิงสาวทั้งสอง สอดส่ายเข้าไปในห้อง จนเมื่อแน่ใจแล้วว่าอาจารย์ประจำชั้นของเธอยังคงไม่มา ทั้งมาเรีย และ ฮาโกะถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เฮ้อทันเวลาพอดี นึกว่าจะแย่” มาเรีย พูดออกมาอย่างหอบ ๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะต้องถึงกับสะดุ้ง เมื่อเสียงอาจารย์ก็ดังขึ้นว่า
“นี่พวกเธอ มาสายอีกแล้วนะ รีบไปนั่งที่สิ” อาจารย์สาวส่งเสียงดุ จนทั้งมาเรียกับฮาโกะหันไปด้านหลัง และพูดด้วยเสียงอ่อย ๆ พร้อมกันว่า “ค่ะ...อาจารย์!”และทั้งสองก็รีบไปนั่งที่โดยด่วน
เมื่อชั่วโมงเรียนในคาบเช้าหมดลง ก็ได้เวลาของพักเที่ยง กลุ่มเพื่อน ๆ ของมาเรียก็มานั่งประจำการที่บริเวณสระน้ำข้างตึก เพื่อรับประทานอาหารกลางวันกัน
“นี่มาเรีย เมื่อเช้า มาสายไง”เสียงดังขึ้นจากข้างหลัง เธอหันไปมอง
“อ้าว อายะเอะ ชิโอริ เองเหรอ ...อืม...ตื่นสายอ่ะ”
“นี่ตื่นให้มันเร็วกว่านี้ไม่ได้ไง” ชิโอริดุเสียงเข้ม จนมาเรียส่งสายตาหง่อย ๆ มาให้ก่อนจะพูดเสียงอ่อย ๆ
“พูดเหมือนฮาโกะเมื่อเช้าเลย อะ”
“ก็มันจริงนี่... ตื่นสายเป็นกิจวัตร” ฮาโกะได้ทีดุมาเรียต่อ
“แหม..มม! ขอโทษค่ะ ขอโทษ” มาเรียทำเสียงสูง ใบหน้าของเธอเริ่มง้อง่ำ จนจมูกของหญิงสาวเชิดขึ้น ทำให้เพื่อน ๆ ในกลุ่ม พากันส่ายหน้ากับอาการนั้นของมาเรีย
ก็พูดจนไม่รู้จะพูดอย่างไง ยัยเพื่อนคนนี้ก็ไม่ปรับปรุงตัวสักที ชักอยากจะรู้แล้วสิ ว่าจะมีใครทำให้ยัยนี้ตื่นเช้าได้
“รีบกินเหอะ เดี๋ยวหมดพักเที่ยงแล้วนะ” อายะเอะเร่ง เมื่อเห็นว่า เพื่อน ๆ เอาแต่พูด ไม่ลงมือทานอาหารกันสักที
“นี่..ตอนเย็นไปกินไอติมกันมั้ย”ชิโอริไม่สนใจที่อายะเอะพูดนัก กลับถามขึ้นว่า
“ไป...ไป...”ทั้งฮาโกะ และอายะเอะรีบตอบรับทันที
“ว้า... ฉันไปไม่ได้อะ พ่อกับแม่ให้รีบกลับบ้าน” มาเรียพูด พร้อมทั้งส่งสายตาหงอย ๆ ไปให้เพื่อน ๆ
“ไม่เป็นไรหรอก วันอื่นยังมี”ชิโอริพูดติดหัวเราะในท่าทีของเพื่อนตน
“อืม...เสียดายอ่ะ” น้ำเสียงของมาเรียติดซึม ๆ ก็ไอศกรีมเป็นอะไรที่เธอชอบมากเลยทีเดียว
มาเรียเดินกลับบ้านคนเดียวด้วยความหงอยเหงา เพราะพวกเพื่อน ๆ ของเธอนั้นหนีไปกินไอศกรีมกันหมดแล้วน่ะสิ
“เฮ้อ... แม่มีอะไรนะ...ถึงได้บอกให้เรากลับเร็ว อดกินไอติมเลย” Y_Y มาเรียรีบเดินอย่างรวดเร็วเพราะเธอนึกขึ้นมาได้ว่าถ้าเกิดช้าเดียวแม่จะเปลี่ยนเป็นนางผีเสื้อมหาสมุทร (เหอ เหอ)
คลืน...คลืน หญิงสาวเปิดประตูบ้านทันทีที่มาถึง ก่อนจะส่งเสียงทักทายมารดา แต่แล้วสายตาของเธอก็เปิดกว้างขึ้น เมื่อเห็นว่าบ้านของเธอตอนนี้กลายเป็นศูนย์รวมของบรรดาเสื้อผ้า เครื่องประดับ และผู้คน
“กลับมาแล้วเหรอค่ะคุณหนู...มะ...มะ มาแต่งตัวเร็วค่ะ” แม่บ้านพยายามที่จะเร่งให้มาเรียแต่งตัว ขณะที่มาเรียนั้นยังยืนงง(โดนลากไปแต่งตัว)พอเธอหายงง ก็พูดว่า
“แม่! O_o? มัน...เอ้อ...เกิดเรื่องอะไรค่ะเนี้ย หนูงงไปหมดแล้ว”
“แต่งตัวเสร็จเดียวค่อยฟังนะจ้ะ” แม่เธอยังพูดด้วยท่าทางอารมณ์ดี
เวลาต่อมามาเรียนั้นโดนจับใส่ชุดกิโมโนสีขาว ปักลาดดอกซากุระสีชมพูอ่อน ผมของหญิงสาวถูกจับมัดครึ่งท่อนอย่างปล่อยปอยผมด้านหน้าให้คลอเคลียที่ข้างหู ใบหน้าอ่อนใสของมาเรีย ก็ถูกละเลงด้วยเครื่องสำอางอ่อน ๆ เมื่อเสร็จแล้วเธอก็มานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามแม่กับพ่อ
“อุ๊ยตาย !... คุณดูลูกเราสิคะ น่ารักเชียว”แม่เธอชมไม่ขาดปากแต่เธอก็ไม่ติดกับ
“แม่ค่ะ...จะบอกได้หรือยัง”มาเรียพูดแบบเซ็ง ๆ
“พ่อนั้นและบอก” แม่โยนให้พ่อพูด
“แม่ก็พูดสิ”พ่อเอโยนกลับจนทำให้มาเรียเหลืออด
“พ่อค่ะ ! แม่ค่ะ !”ทั้งพ่อและแม่หันกลับมามองที่มาเรีย ทำนองว่าเอาไงดี และแล้วตกลงพ่อของมาเรียก็ต้องเป็นฝ่ายบอก
“เอ้อ...เอ้อ...คือ...คือ”พ่อเธอพูดพลางมองมาที่แม่
“คุณน่ะ...ก็ได้ ฉันพูดเอง คืองี้นะมาเรีย เมื่อวานพ่อเขาไปดื่มกับบริษัทคู่ค้าเพลิดไปหน่อย คนที่พ่อเขาดื่มด้วยบังเอิ๊ญ...บังเอิญเป็นประธานของบริษัทคู่ค้าคนสำคัญ...แล้ว...แล้ว...เขาอยากให้ลูกดูตัวกับ...กับ...กับมาเรียน่ะลูก” มาเรียได้ยินดังนั้นก็แทนอึ้งรับประทานไปเลย
“พ่อคะหนูพึ่ง 17 นะคะ ดูตง...ดูตัวอะไรไม่เอา”เธอรีบปฏิเสธทันที
“มันไม่ได้สิ ก็พ่อรับปากเขาไปแล้ว คู่ค้าสำคัญกับบริษัทเราเชียวนะ” พ่อของเธอ พยายามอย่างยิ่งที่จะโน้นน้าวให้ลูกสาวของตนเอง ไปดูตัวให้ได้ จนแม่ของเธอเอง หันมาพูดกับบิดาว่า
“คุณค่ะ พูดจาไม่ให้กำลังใจลูกเลย ไม่เป็นไรหรอกลูก..เขาเห็นลูกเขาก็ไม่เอาลูกหรอกจ้ะ”แม่พูดและหัวเราะรวน
“แม่นั้นไม่ให้กำลังใจลูก .... นะลูกนะ ช่วยพ่อสักครั้งเถอะ อยากได้อะไรพ่อก็จะซื้อให้ จะเอากระเป๋า พาด้า หรือกุ๊สซี่ ก็ได้นะลูกนะ...” มาเรียหันไปมองหน้าพ่อกับแม่ของตน ก่อนจะพูดเซ็ง เซ็งว่า
“ก็ได้ค่ะ...”(ถ้าเกิดเอาขึ้นมาจะทำไงละค่ะ)
มาเรียและครอบครัวมายังสถานที่ดูตัวที่ฝ่ายชายเป็นคนจัดห้องนั้นถูกประดับตกแต่งสไตล์อาหรับ ผสมกับสไตส์ยุโรปอย่างลงตัว โถงกว้างของห้อง ทำจากไม้มะฮอกกานี อย่างดี สั่งตรงจากอังกฤษ จนหญิงสาวถึงกับเบิกตากว้าง อย่างตื่นตะลึง
“พ่อค่ะ เรามาถูกห้องเหรอค่ะ”มาเรียถามด้วยความแปลกใจ
“ไม่ผิดหรอกจ้ะ ถูกแล้ว ก็คู่ดูตัวของหนูนะเป็นลูกครึ่ง อาหรับ กับ อังกฤษน่ะ” คุณนาโอมิตอบ
“ไม่เอา...ไม่เอานะค่ะแม่ คนอาหรับมีเมียได้หลายคนนะคะ”
“ไม่จริงหรอกลูกอาหรับสมัยนี้น้อยนักที่จะมีหลายคน สู้ สู้”แม่เธอพูด หากแต่มาเรียก็ยังหน้าเสียอยู่ดีเพราะถ้าเธอดวงซวยต้องหมั้นเธอคงแย่ แต่แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ว่า ‘ในเมือเราปฏิเสธไม่ได้ก็ต้องให้ฝ่ายชายปฏิเสธสิ’แล้วเธอก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย
“แม่ค่ะหนูขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”
“อืม...พ่อกับแม่ไปรอที่ห้องก่อนนะ”
“ค่ะ”แล้วมาเรียก็วิ่งไปเข้าห้องน้ำ
ห้านาทีต่อมาเธอก็เปิดประตูมาที่ห้องดูตัวแล้วเธอก็ต้องตกตะลึงเพราะผู้ชายที่เธอฝันเห็นนั้นนั่งอยู่ตรงหน้า ต่อมาเมื่อเธอรู้สึกตัวก็เดินไปนั่งข้างแม่ หนุ่มตรงหน้าเธอนั้นสวมชุดการะเบียสีขาวปักมุก บงบอกถึงราคาอันแพงหูฉีกหน้าตาดูดีหากแต่ไม่ยิ้มหรือทักทายเธอเลย เธอคิดว่า
‘สงสัยลางดีแน่เลยเรา ตานั่นคงจะไม่ตอบรับการหมั้นหรอกนะ ^O^’
“นี่...ลูกผมครับ โมฮาหมัด ราชิด”พ่อฝ่ายชายพูดพร้อมทั้งส่งยิ้มให้อีกฝั่งอย่างเป็นมิตร
“นี่...ก็ลูกผมครับมาเรีย”
“แหม..ชื่อเพราะนะคะใช่มั้ยจ้ะลูก^^”
แม่ฝ่ายชายพูดหันไปทางลูกของเธอ แต่ไม่เป็นผลให้หน้าอันไร้อารมณ์นั้นยิ้มได้เลยมาเรียคิดว่าถ้ายิ้มสักหน่อยคงจะดูดีกว่านี้ ก็หน้าตาของนายนั้นนะ ออกจะคมคายซะ
ไม่ได้ไม่ได้เธอต้องทำให้งานหมั้นเป็นหมัน ด้วยมือของเธอให้ได้ ฮุฮุฮุ
++++++++++++++++++++++
เคยลงเรื่องนี้ในเวบเลิฟ ในชื่อว่า หมอกัวหมี ชื่อเรื่อง คู่หมั้นจอมทะเล้นแล้วนะคะ

