บทที่ 7 เสือพบสิงห์
โชคชัยจอดรถหน้ารั้วไม้ทาสีขาว เขียนลายเป็นรูปดอกไม้สีชมพูใบเขียวแบบเด็กๆ มีป้ายเล็กๆ Bridesmaid ติดอยู่ ประตูรั้วเปิดแง้มไว้นิดๆ เหมือนจะชวนเชิญให้เปิดและเดินเข้าไปค้นหาว่ามีอะไรอยู่ข้างใน ชายหนุ่มมองเลยรั้วเข้าไปที่ตัวบ้านเรือนไทยใต้ถุนสูง บ้านไม้ส่วนบนเห็นชัดว่าเพิ่งได้รับการซ่อมแซม ทาสีฟ้าอ่อนๆ ตัดคิ้วด้วยสีชมพูและเส้นสีเทา หวานสมกับรับจัดงานแต่งงาน ใต้ถุนเรือนสูงกั้นเป็นห้อง น่าจะเป็น สำนักงานของเจ้ากิ๊ฟกั๊บ
โชคชัยขยับประตูอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นบรรดาสัตว์เลี้ยงสี่ขา ต่างชันตัวขึ้นมามอง หูตั้งลู่ไปข้างหลังเหมือนเตรียมพร้อมพุ่งเข้ามาขย้ำ แทนที่จะส่งเสียงขู่กลับแยกเขี้ยวเหมือนจะยิ้มมาให้พร้อมกับกระดิกหางไปมา
นั่น...เจ้ากิ๊ฟเลี้ยงหมาเฝ้าสวนเป็นหมารับแขกไปเสียแล้ว ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างปลงๆ
“มาหาพี่กิ๊ฟ เรื่องช่วยจัดงานแต่งงานหรือครับ” เสียงแตกหนุ่มถามมาจากด้านหลังด้วยสำเนียงเหน่อๆ
โชคชัยหันไปมอง ถอดแว่นกันแดดออกให้เห็นว่าเขามาอย่างบริสุทธิ์ใจ อดยิ้มขำประโยคเมื่อครู่ของเด็กหนุ่มไม่ได้ เป็นทางการและยาวเหยียด จะต้องท่องนานไหมนั่น ดีกว่าคำถาม มาหาใคร มีเรื่องอะไร อย่างที่เขาคิดว่าจะเจอถ้าเขาเจอลุงใหญ่อีกครั้งนะ
รอยยิ้มของหนุ่มตรงหน้าสว่างกว่าแสงแดดยามสายตอนนี้เสียอีก สมิทธิ์อดยิ้มตอบไม่ได้ อาการเกร็งระแวงว่าจะเป็นโจรมาดูลาดเลาหายไปครึ่งหนึ่งเมื่อชายหนุ่มถอดแว่นกันแดดและหายไปเกือบๆ หมด เมื่อเห็นรอยยิ้มสว่าง ที่เหลืออีกนิดๆ หวังว่าชายหนุ่มแสนหล่อคนนี้จะรู้นะว่า ลุงใหญ่ พ่อใหญ่ ของชาวบ้านแถวนี้ หวงหลานสาวขนาดไหน
“อยู่ไหม” โชคชัยทอดหางเสียงถาม
“อยู่ครับ เชิญครับ”
โชคชัยเดินไปทางเรือนไม้ ขณะที่เด็กหนุ่มเดินไปทางสวนด้านหลัง เขาเห็นหญิงสาวที่ตั้งใจจะมาพบแล้ว ชายหนุ่มเอามือปิดปากเอาไว้กลั้นเสียงหัวเราะ สาวเจ้านั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้ก้มลงเขียนอะไรยุ่งอยู่ ที่คาดผมวัยจ๊าบเป็นรูปเขาของปีศาจสีดำมีการตกแต่งเอง ดอกไม้แดงข้างหนึ่ง อีกข้างประดับด้วย ไข่มุกและลูกปัดสีแถมโบผูกชายยาว
“กิ๊ฟ”
“กั๊บ” เสียงใสๆ ตอบ ยังไม่เงยหน้า
ฮือม์ ยังเหมือนเดิม ลองแบบนี้ดูซิ
“กิ๊ฟกั๊บ”
“คะ”
จากสายตาที่มองอยู่หญิงสาวสะดุ้งเฮือกนั่งตัวตรงก่อนเหลียวกลับมามองตามเสียงเรียกจนกลัวว่าจะคอหันได้
“คุณโชค” ปากอิ่มอุทานออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา
“เจ้าฝ้ายเป็นอะไรเหรอคะ โทรมาก็ได้” หญิงสาวแทบกระโจนออกจากเก้าอี้เข้ามาหา
“ไม่ได้เป็นอะไร ฝ้ายสบายดี”
ชายหนุ่มยิ้มกว้างยื่นมืออกไปจับร่างเล็กๆ ที่แทบเต้นตรงหน้าเอาไว้ กวาดตามองทั่วร่างเล็กๆ ขณะที่น้องสาวของเขา สวย อิ่ม ดุ พร้อมวัยที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เจ้ากิ๊ฟกั๊บนี่แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยน แม้แต่ผมตัดบ๊อบแค่ต้นคอ เสื้อยืดพิมพ์ลาย กางเกงขาสามส่วน สร้างความเชื่อถือได้มากจริงๆ นะ คุณผู้จัดงานแต่งงาน
“เฮ้อออ”
ท่าทางถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกก็เรียกรอยยิ้มออกมาได้ เจ้ากิ๊ฟกั๊บเป็นสาวไม่มีท่าที่สุดเท่าที่โชคชัยเคยพบมา ไม่รู้ว่ามาคบกับคนท่ามากอย่างเจ้าฝ้ายได้ยังไงจนถึงเดี๋ยวนี้ หลังจากถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้ว เจ้าตัวก็ยิ้มกว้าง
“มีอะไรให้กิ๊ฟรับใช้เจ้าคะ” พูดออกไปแล้วก็อดหัวเราะสำนวนตัวเองไม่ได้
“เชิญนั่งค่ะ โต๊ะทำงานรกๆ ของกิ๊ฟ”
หญิงสาวจัดแจงรวบกระดาษที่กระจายเป็นกองๆ บนโต๊ะปีกไม้ เข้าแฟ้ม ก่อนจะรินน้ำจากเหยือกดินเผาใส่แก้วที่วางเตรียมไว้บนโต๊ะให้
“น้ำพุทรานะคะ หรือถ้าอยากได้อย่างอื่น”
“อย่างอื่นมีอะไรล่ะ” โชคชัยถาม จิบน้ำชื่อเหมือนผลไม้ อือม์ ก็ อร่อยดี ไม่ได้เย็นเจี๊ยบเหมือนใส่น้ำแข็ง แค่เย็นชื่นใจเจือกลิ่นดินนิดๆ จากภาชนะที่บรรจุ
“น้ำเปล่า น้ำเย็น น้ำอัดลม น้ำเมา มีหมดล่ะค่ะ” ปากเล็กๆ สาธยายก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์
“แต่เมาไม่ขับ กิ๊ฟไม่แนะนำ เติมน้ำแข็งนิดไหมคะ ลุงให้เด็กเอามาให้ กิ๊ฟไม่ชอบกินเย็นๆ”
“ไม่เป็นไร อร่อยดี”
โชคชัยมองไปรอบๆ ห้องที่กั้นเอาไว้ มองทะลุเข้าไปได้ มีตู้โชว์วางประดับด้วยรูปภาพ การ์ด และของชำร่วยงานแต่งงาน ตู้ใส่ชุดแต่งงาน มีตุ๊กตาสวมชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว อยู่หลายคู่ สายตาชายหนุ่มเลื่อนกลับมาที่กระจาดบรรจุอุปกรณ์การตัดเย็บบนโต๊ะ ก่อนเลยไปสบตาเจ้าของบ้าน
“มีอะไรให้กิ๊ฟช่วยคะ” สาวตัวเล็กถาม ตาใสมีแววใคร่รู้และคาดเดาปนอยู่ ก่อนคิ้วบางๆ จะขมวดมุ่น
“อย่าบอกว่าเจ้าฝ้ายให้มาดูกิ๊ฟนะคะ เนี๊ยะมีลูกสองคนแล้ว ยังไม่เลิกยุ่งอีก เจ้ายอร์ชยังรามือไปแล้วเลย ฝ้ายไปกวนคุณโชคหรือเปล่าคะ ถ้ากวนกิ๊ฟจะไปจัดการให้เอง”
โชคชัยฟังเสียงแจ๋วๆ พูดเป็นรถไฟด่วน เออ ไม่เจอกันนานเจ้ากิ๊ฟกั๊บคุยเก่งขึ้นมากนี่
“ไม่ไม่ พี่มานี่เจ้าฝ้ายไม่รู้หรอก” เขาเห็นสายตาชำนาญอย่างมืออาชีพของเจ้ากิ๊ฟมองมา ฮือม์ น่าจะมืออาชีพของจริงแล้วซิ ไม่ได้ทำเล่นๆ
คิ้วบางๆ เลิกคิ้วสูง “จะมาเป็นลูกค้ากิ๊ฟเหรอคะ” สาวเจ้าถามเสียงสูง
สีหน้าตะลึงพรึงเพริดนั้น ทำให้แทนที่จะบอกว่างานของเพื่อน ชายหนุ่มเปลี่ยนใจไม่ยอมบอกอะไรเสียอย่างนั้น กำลังว่างๆ แกล้งเจ้ากิ๊ฟกั๊บเล่นบ้างดีกว่า ช่วยเรื่องงานแต่งงานเพื่อน เรื่องอะไรเขาจะช่วยไปเหงาไปคนเดียวล่ะ ยังไง สองคนนั้นก็ดันเขาออกหน้าอยู่แล้ว แกล้งเจ้ากิ๊ฟเล่นๆ ดีกว่า
“ใช่”
กณิการ์กระพริบตาปริบๆ ชะเง้อชะแง้ไปทางหน้าบ้าน มีสาวไหนจะนั่งรอในรถกลางแดดแจ๋ๆ บ้าง ชายหนุ่มมองกิริยายุกยิกของหญิงสาวตรงหน้า คาดเดาว่าเจ้าหล่อนกำลังรู้สึกอะไร โชคชัยชายตาไปข้างหลังทิศทางที่เจ้ากิ๊ฟกั๊บพยายามจะมอง อือม์ มองอะไร ก่อนจะนึกออก ชายหนุ่มยิ้มกว้าง เกือบหัวเราะออกมา
“พี่มาคนเดียว”
นั่นละ สาวตัวเล็กถึงได้นั่งตัวตรง วางท่าเป็นงานเป็นการได้บ้าง
“ไม่มาด้วยกันหรือคะ”
ชายหนุ่มยักไหล่ กณิการ์อยากจะยักไหล่บ้าง ผู้ชายนี่นะ ทำไมชอบเผด็จการเสียจริงเลย เป็นตั้งแต่ก่อนแต่ง จนแต่งงานไปแล้ว
“คุณพ่อคุณแม่ทราบแล้วหรือคะ” หญิงสาวหยั่งเสียง
คุณแม่ผู้มีความสามารถที่เธอรู้จัก เรื่องงานแต่งงานของลูกชายคนเดียวสุดสวาทไม่พ้นความสามารถของท่านไปได้แน่ๆ ถ้าอยากจะช่วยเรื่องการเงินของลูกกิ๊ฟ ก็คงเรียกเธอให้ไปช่วยสักอย่างสองอย่าง มีกลิ่นแม่งๆ นะงานนี้ ทำให้อาการกระตุกที่หัวใจไม่มากอย่างที่คิด
รอยยิ้มสว่างกระชากใจเป็นคำตอบ กณิการ์ก้มหน้าก้มตาหากระดาษปากกาเตรียมจดรายละเอียด แหม ถ้าพี่ชายเจ้าฝ้ายแต่งงานจริงๆ ก็น่าเสียดายหนุ่มหล่อๆ อีกคน ที่จะมีเจ้าของเสียแล้ว
“คุณโชคจะให้กิ๊ฟช่วยอะไรบ้างคะ” หญิงสาวถาม กลั้นใจมองสบดวงตาคู่สวยสุดตั้งแต่เคยเห็นมา
ถึงจะเคยจ้องตากับน้องสาว...เจ้าฝ้าย แต่นั่นผู้หญิงแล้วเจ้าฝ้ายมักส่งสายตาดุมาตลอด แต่นี่...หนุ่ม หนุ่มหล่อหน้าตาดี ตาสวย ขนตายาวจนสาวๆ ต้องอิจฉา ตาสีน้ำตาลช็อกโกแลตอบอุ่น จะหลบตามองผ่านๆ เหมือนเคยก็ไม่ได้
“ทุกอย่าง” รอยยิ้มพร่างในดวงตาคู่สวยคม
ทุกอย่าง!!!
“เอ่อ ถ้าอย่างนั้นกิ๊ฟต้องขอดูตัวเจ้าสาวของคุณโชคก่อนได้ไหมคะ” ถามไปก็ใจเต้นตุ๋มๆ ต่อมๆ
“จะดูไปทำไม”
โชคชัยถาม เหลียวมองไปรอบๆ ก่อนลุกไปเดินดู รอบๆ ห้องทำงานกลางแจ้งของเจ้ากิ๊ฟ สาวเจ้าคงอาศัยโต๊ะตัวนี้เป็นที่ทำงานสารพัด ตั้งแต่งานฝีมือ เขียนแผนงาน และ กองของ มือเรียวใหญ่ลูบไปตามเนื้อไม้ลื่นจากการใช้งานมานาน รอยขูดขีดที่แสดงถึงความชื่นชอบที่จะทำงานที่โต๊ะตัวนี้
ไม้ทั้งต้น ตัดผ่ากลางตามยาวความกว้างเกือบสองเมตร ยาวคงใกล้สามเมตร วางเต็มพื้นที่
“โต๊ะตัวนี้เอาไปทำเตียงได้เลยนะนี่”
กณิการ์หันมองตามตั้งแต่ชายหนุ่มทิ้งหางตาดุก่อนลุกเดินวนไปรอบๆ ตอนนี้มาใกล้เก้าอี้ของเธอแล้ว
“เอ่อ กิ๊ฟว่าทำโต๊ะได้ประโยชน์มากกว่านะคะ”
ชายหนุ่มอมยิ้มเจ้ากระต่ายตัวน้อยทำเหมือนเขาจะจับเจ้าหล่อนมากินบนโต๊ะหรือยังไง ขนกระต่ายไม่อร่อยหรอก ถ้าถลกหนังย่างเรียบร้อยเสิร์ฟมาบนจานนะอีกเรื่อง
โชคชัยชะโงกมองสิ่งที่สาวนักจัดงานแต่งงานมืออาชีพจดลงไป ชื่อ วันเวลาแต่งงานนะเข้าใจ แต่วันเดือนปีเกิดนี่ไม่เข้าใจ
“วันเดือนปีเกิด เอาไปทำไม”
โชคชัยนั่งเบี่ยงๆ บนโต๊ะ ปิดช่องว่างที่หญิงสาวจะลุกออกไป กณิการ์ได้แต่กลั้นลมหายใจทำตัวเล็กๆ กลัวว่าถ้าขยับ จะโดนกินนะซิ คุณโชคนี่เหมือนสิงโตเลย เดินวางมาดช้าๆ แล้วอย่างไรล่ะมานั่งแปะบนโต๊ะกักเธออยู่ตรงนี้ขยับไม่ได้
“ดูดวงค่ะ ดูดวงว่าสมพงษ์กันไงคะ”
จมูกเล็กๆ เชิดสูงให้น่าหยิก ชายหนุ่มพยักหน้า
“เราเริ่มกันตรงนั้นก็ได้” ก่อนจะเลิกคิ้วนิดๆ ล้อเลียน “คุณหมอกิ๊ฟกั๊บ”
“ไม่ใช่กิ๊ฟค่า” คนที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคุณหมอดูร้องเสียงหลง “ไม่ใช่กิ๊ฟ ว่าแต่คุณโชคสะดวกวันนี้หรือเปล่าคะ”
กิริยาที่ทำตัวยืดมองไปทางรถอีกครั้งทำให้ชายหนุ่มยิ้มกว้างได้อีกครั้ง
“วันนี้ว่างทั้งวัน”
“เอ่อ” กณิการ์ระงับความอยากจะรู้ว่ามีใครรออยู่ในรถที่จอดอยู่หน้าบ้านถึงเจ้าตัวจะบอกว่ามาคนเดียวก็ตาม
“เอ่อ ต้องเอาเจ้าสาวไปดูตัวด้วย” หญิงสาวบอกเสียงอ่อน โชคชัยพยักหน้ารับจริงจัง
“ไม่มีปัญหา”
คำรับรองของพี่ชายเพื่อนทำเอาเจ้ากิ๊ฟถอนหายใจอย่างโล่งอกไปได้เปราะหนึ่ง สาวเจ้าทำตัวลีบขยับออกจากเก้าอี้มาได้เมื่อโชคชัยลุกขึ้นยืน กดโทรศัพท์หาหมอกะกล่ำที่บอกว่าทางสะดวก ว่างมาได้เลย ก่อนเดินไปตะโกนบอก สมิทธิ์ที่มาช่วยดูแลต้นไม้ ว่าจะออกไปข้างนอก ปิดบ้านคว้ากระเป๋าสะพาย
“ไปรถกิ๊ฟนะคะ เดี๋ยวค่อยกลับมาเอารถ หรือว่าจะไปเจอกัน”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวมาส่ง” โชคชัยบอก รอให้สุภาพสตรีเดินนำหน้า เปิดประตูรถให้อย่างมารยาทงามสุดๆ ที่ทำเอาสาวตัวเล็กอยู่แล้วตัวลีบลงไปอีก
“บ้านหมอกะหล่ำค่ะ” กณิการ์บอก ขยับจะบอกทางหากชายหนุ่มดักคอมาก่อน
“ฝั่งธนฯ”
“ค่ะ” กณิการ์พยักหน้า เหอะ เจ้าฝ้ายรู้จัก...หนิดหนม...มาตั้งแต่เด็ก ทำไมคุณพี่ชายจะไม่รู้จักล่ะ
“เพิ่งจะรู้นะนี่ว่ากะหล่ำมาเป็นหมอดู เป็นนานหรือยังนี่”
...เป็นนานหรือยัง...กณิการ์ถามตัวเองแล้วก็ต้องยิ้มแห้งๆ รู้จักหมอกะหล่ำก็ตอนที่เริ่มทำกิจการเพื่อนเจ้าสาวเต็มตัวนี่เอง เนื่องจากมีเจ้าสาวที่อยากให้ช่วยหาฤกษ์งามยามดีให้ เจ้าฝ้ายเลยแนะนำหมอกะหล่ำก็เริ่มรู้จักตอนนั้น จริงๆ ก็พอรู้จักคุณหมอหลายท่านที่ตามติดบรรดาว่าที่เจ้าสาวทั้งหลายไปด้วย แต่ถ้าให้เธอแนะมักจะเลือกใช้บริการของหมอกะหล่ำมากกว่า อาจจะด้วยความที่เป็นสาวน้อยน่ารัก เปรี้ยววันที่อยากเปรี้ยว และ แม่นยังกับตาเห็นที่เธอสังเกตมาหลายครั้ง อะไรที่กะหล่ำทักแล้วอย่าริท้าทายไปทำเชียว แล้วคุณหมอกะหล่ำยังทำให้ทึ่ง ด้วยการแนบจดหมายน้อยมาให้คอยแก้ไข ยามเกิดปัญหา จากการท้าทายเสียด้วย จะไม่ให้มาพึ่งพาหมอกะหล่ำได้ยังไง จริงไหมคะ
“ต้องถามเจ้าฝ้ายแล้วค่ะคุณโชค เจ้าฝ้ายแนะนำมาให้”
โชคชัยพยักหน้าขรึมๆ ไหนๆ ก็มีตุ๊กตานั่งข้างแล้วนี่ ชายหนุ่มบัญชาให้เจ้ากิ๊บกั๊บต่อโทรศัพท์ถึงสุธีราให้ แถมใช้จดวันเดือนปีเกิดด้วย เขาถามถึงส่วนของจิม สุธีราบอกว่าเดี๋ยวเธอจะโทรกลับมาบอก พอหญิงสาวโทรกลับมาแทนที่โชคชัยจะรับเขากลับให้กณิการ์ถามแล้วจดเอาไว้ในสุดโน้ตของเธอ กณิการ์ปิดโทรศัพท์ ขว้างค้อนน้อยๆ ใส่คนขับรถ
“ทำไมให้ช่วยจดแค่นี้ งานของกิ๊ฟเลยนะนั่น” โชคชัยจับกริยาค้อนนั้นได้ หรือจะว่าเดาได้ว่าสาวน้อยจะทำอะไร
“ไม่มีอะไรค่า ไม่มีปัญหา”
กณิการ์รีบบอกตามความเคยชินที่คบกับเจ้าฝ้ายมา พี่ชายโหดไม่แพ้น้องสาว อาจจะโหดกว่าเพราะเป็นโมเดลแรก หรือเจ้าฝ้ายจะโหดกว่าเพราะได้รับการปรับปรุงหว่า คิดได้อย่างนั้น ปากอิ่มๆ เลยเผลอยิ้มหวานให้คนขับรถใจวอกแวก
“ยิ้มอะไร”
อ้าว ยิ้มก็ไม่ได้ หญิงสาวเลยปรายตาค้อน “กิ๊ฟคนทำมาค้าขายนะคะ ยิ้มติดแก้มอยู่แล้ว”
ใครจะไปคิดว่าพี่โชคจะเอื้อมมือมาป้ายแก้มเอาดื้อๆ เห็นเธอเป็นสาวฝ้ายหรือยังไงคุณโชคชัย สาวตัวเล็กแอบติดข้างรถตัวลีบ
“ลบแล้ว”
ดูดิ พี่น้องผิดกันตรงไหน กณิการ์เลยชักหน้ายักษ์ขึ้นมาสวมแทน ทำหน้ามุ่ยไม่พูดไม่จา เหอะ ถึงเป็นลูกค้า แต่จัดว่าเป็นลูกค้าที่คุ้นเคย ไม่ต้องยิ้มก็ได้ไปจนถึงบ้านหมอกะหล่ำ กณิการ์ชี้ทางแยกเข้าซอยเล็กๆ ก่อนถึงประตูใหญ่ของบ้านหมอกะหล่ำ
“เข้าทางนี้ค่ะ จะได้ไม่ไปรบกวนผู้ใหญ่ที่เรือนใหญ่ ทางนี้ไปถึงเรือนหลังเล็กของหมอกะหล่ำเลย”
โชคชัยนึกถึงบริเวณบ้านที่เขามาวิ่งเล่นตั้งแต่สมัยยังเด็ก
“อ๋อ เจ้ากะหล่ำยึดเรือนริมสระว่ายน้ำเป็นสำนักหรือ” แล้วอดแอบยิ้มกับค้อนน้อยๆ อีกอันไม่ได้
“ไม่ได้เปิดสำนักค่ะ เอาไว้รับรองเพื่อนๆ ที่จริงหมอกะหล่ำไม่ค่อยรับแขกที่บ้าน ถ้าคุณโชคไม่รู้จัก...”
หญิงสาวชะงักเมื่อนึกได้ว่าเธอก็ไม่ได้ถาม แต่คิดรวมเอาว่า เจ้าฝ้ายรู้จัก พี่โชคก็น่าจะรู้จักไปด้วย
“...นะคะ หมอกะหล่ำเปิดร้านดูอยู่อีกที่ค่ะ ปกติกิ๊ฟนัดที่นั่น”
มีหรือโชคชัยจะจับอาการชะงักไปนิดหนึ่งของหญิงสาวตัวสูงเท่าหัวใจไม่ได้ ครั้งนี้ปล่อยไปก่อน แค่นี้สาวเจ้าคงไม่อยากนั่งรถกลับไปกับเขาแล้วล่ะ
“สวัสดีค่ะ คุณพี่ชาย คุณน้องสาวไปไหนล่ะคะ แหม...ตอนที่กิ๊ฟกั๊บโทรมาบอกเรื่องลูกค้า กะหล่ำไม่คิดนะคะ ว่าเป็น คุณพี่ชาย”
หญิงสาวเจ้าของบ้าน วันนี้ อยู่ในอารมณ์สดใสเรียบร้อย เสื้อผ้าเลยเป็นเสื้อผ้าลินินปักแขนกุดเข้ากับกางเกงผูกเอวผ้าปาติกสีสด ทำให้กณิการ์หายใจอย่างโล่งอกมาได้หน่อยนึง
“เชิญค่ะ บอกเลิกสาวคู่ควงไม่ได้สักทีหรือคะถึงมาหากะหล่ำ”
โชคชัยหัวเราะพรืดกับตลกหน้าตายของหญิงสาวที่เขารู้จักและรักเหมือนน้องส
