บทที่ 4 “งานแต่งงานของคุณแม่”
เยส ได้งานแล้ว กณิการ์แทบเต้นแท๊บหน้าบริษัท ว๊าวๆๆๆๆ เริ่มงานวันจันทร์ ถึงจะเป็นงานในบริษัทเล็กๆ แต่มันคืองาน และงานคือเงิน จบบริหารเอกการตลาด มาทำงานขาย ขายกระดาษ แต่ตัวเท่าลูกหมา เขาไม่ให้ออกไปขายหรอก เขาเก็บเธอเอาไว้ทำสต็อกที่บริษัท กรรม เรียนขาย มาทำบัญชีสินค้า
โชคดีที่ผู้จัดการเป็นรุ่นพี่เลยผ่านง่ายหน่อย แต่จะว่าใช้เส้นหรือเปล่านะ อีกตั้งสิบห้าวันจะสิ้นเดือน แต่อีกสองวันจะเป็นวันจันทร์แล้ว ว๊าว สาวตัวเล็กเดินแกมเต้นไปรอรถประจำทางที่ป้าย เอาแฟ้มปิดปากที่ยิ้มกว้างเดี๋ยวจะมีคนเข้าใจผิดว่าเธอบ้า เดี๋ยววันนี้ต้องกินมาม่าปิดท้ายเสียหน่อยแล้ว ไม่ใช่เหนื่อยปล่อยให้ มาม่า นอนรอจนอืดไปถึงเช้าอย่างทุกที
กณิการ์ต้มน้ำกดใส่มาม่า เดินไปอาบน้ำกลับมา เปิดชามดมกลิ่นหอมฉุยน่ากิน หยิบส้อมม้วนพันเส้นขึ้นมา ยังไม่ทันจะเอาเข้าปาก เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียก่อน เสียงเพลงเจ้าพ่อสายลับ เพลงประจำตัวเจ้ายอร์ช กณิการ์ถอนหายใจเฮือกวางส้อมลงอย่างเสียดาย ไม่ได้สนใจยอร์ชหรอก แต่คนอยู่เบื้องหลังนี่ซิ สาวฝ้ายน่ากลัวจริงๆ นะ
“กิ๊ฟกั๊บ”
“ฝ้ายจะคุยกับนาย” ยอร์ชบอกเสียงเข้ม จนน่าแปลกใจ
“กิ๊ฟ” เสียงสาวฝ้ายคลอสะอื้น
“จ๋า จ๋า ฝ้าย เกิดอะไรขึ้น ยอร์ชทำอะไรฝ้ายบอกกิ๊ฟมา”
“ยอร์ชไม่ยอมซื้อลูกให้ฝ้าย”
ถ้าตอนนี้ใครเป็นหน้าสาวกิ๊ฟจะเห็นเครื่องหมายคำถามเต็มหน้า
“อ่ะลูกเหรอ” เอ๋ ก็ ท้องอยู่ จะไปซื้อลูกที่ไหนมาอีกล่ะ
“ฮือ มันน่ารักมากเลยนะกิ๊ฟ สีช็อกโกแลต ตาแป๋ว มันเสียใจมากเลยอ่ะ ที่ยอร์ชไม่ยอมเอามันกลับบ้านด้วย ยอร์ชใจร้าย”
สลับกับเสียงสะอื้นฮักๆ ของสาวฝ้ายที่กิ๊ฟไม่รู้ว่าเพื่อนรักอยู่ในอารมณ์ไหน เริ่มเข้าใจล่ะ ว่าที่อยากได้ต้องเป็นลูกหมา แต่สาวฝ้ายท้องอยู่ เลี้ยงหมามันไม่น่าจะดีเท่าไร แล้วไปเห็นหมาที่ไหน
“อ่ะจ้า ให้กิ๊ฟคุยกะยอร์ชหน่อยนะคะ นะ ฝ้าย กิ๊ฟจัดการให้น้า” กณิการ์บอกเพื่อนเสียงอ่อนเสียงหวาน มองชามมาม่าตาละห้อย อดอีกฉัน วันนี้พี่มาม่า
“กิ๊ฟ” เสียงเพื่อนหนุ่มบอกแววเบื่อหน่าย ชิชะ แต่งมาไม่ถึงปีทำเสียงเบื่อหน่ายเพื่อนฉันเรอะ เจ้ายอร์ช
“ฝ้ายไปเห็นหมาใคร” กณิการ์ถามตรงจุด
“หมาพี่โชค เขาไปได้หมามาจากเพื่อนคู่หนึ่ง มันคลอดพอดี”
“แล้วทำไมเอามาไม่ได้” กิ๊ฟถามเสียงเอาเรื่อง
ยอร์ชยักคิ้วให้ภรรยาที่เอากระดาษเนื้อนุ่มเช็ดน้ำตาที่ทั้งบีบทั้งเค้นเมื่อกี้ สาวเจ้ายิ้มหวานตอบ
“พี่โชคบอกว่าฝ้ายกำลังท้องอยู่ใกล้หมาไม่ดีต่อลูก”
“เหรอ กิ๊ฟก็ว่าอย่างนั้น” กณิการ์คลายเสียงเครียดลง
“มาหน่อยซิ อยู่บ้าน”
กณิการ์มองชามมาม่าตาละห้อยอีกครั้ง
“ฮือ รอเดี๋ยว” เธอบอก ก่อนตัดสาย
ยอร์ชวางโทรศัพท์เดินไปกอดภรรยาแรงๆ อย่างหมั่นเขี้ยว
“ทำให้ยอร์ชหึงนะ อ้อนเจ้ากิ๊ฟเกินไปแล้ว”
“น่า ไม่อยากให้พี่โชคแต่งกับกิ๊ฟเหรอ”
“ไม่อยาก เจ้ากิ๊ฟน่าจะได้คนที่ดีๆ กว่าพี่โชค”
แทนที่จะโกรธ ฝ้ายกลับหัวเราะ ใช่...ถ้าพี่โชคไม่ใช่พี่ชายของเธอนะ เธอไม่มีทางเชียร์แน่นอน
หญิงสาวจัดเสื้อผ้าสำรองใส่กระเป๋า ไปหาอย่างนี้ ไม่เคยพลาดล่ะ ถูกดึงให้นอนค้างประจำ
ยายคนติดเพื่อน เมื่อไรแกจะเลิกติดฉันเสียที ทั้งๆ ที่บ่นอย่างนั้น แต่เธอก็ไม่แน่ใจนักหรอกนะว่าที่เจ้าฝ้ายโทรมาเรียกนี่ จริงหรือแกล้ง แกล้งหรือจริง แต่เพื่อนกันน่ะ นิดๆ หน่อยๆ กิ๊ฟไม่ถือสา ขอกันกินมากกว่านี้ แล้วตอนนี้ เพื่อนสาวอยู่ในช่วงอ่อนไหว จะจริง...ไม่จริง ทำให้อารมณ์ดีไว้ก่อนดีกว่า อาบน้ำแต่งตัวออกมา หยิบกุญแจหยิบโทรศัพท์ที่ดังทันใจ
“เออ กำลังจะไปคุณแม่” สาวกิ๊ฟงึมงำก่อนมองหน้าจอ อ่ะ คุณแม่ตัวจริง
“ค่า กิ๊ฟค่ะแม่”
“จ้า เมื่อไรจะกลับบ้านแม่สาคิดถึง” เสียงคุณแม่ตัวจริงบอกมาอ้างถึงแม่คนที่เลี้ยง ลูกสาวแยกเขี้ยวยิ้ม อ้างแม่สาน่ะซิ บอกว่าคิดถึงลูกสาวหน่อยไม่ได้หรือยังไงนะ
“กิ๊ฟได้งานแล้ว” เจ้าตัวเล่าแจ้งแถลงข่าว
“อ้าว งั้นก็มาไม่ได้นะซิ” เสียงคุณแม่เสียดาย จนสะกิดใจ
“มีอะไรเหรอคะ” กณิการ์ถามเสียงอ่อย
“แม่จะแต่งงาน”
“แต่งงาน” กณิการ์ร้องลั่น คุณแม่จะแต่งงาน ในวัยจะห้าสิบนี่นะ คุณแม่แต่งงานได้ไง!!! อยู่เป็นโสดมาตั้งนานไม่นึกถึงพ่อของลูกสาวตัวน้อยหรือไง สาวน้อย ร้องวุ่นวายในใจ ได้แต่อ้าปากค้างไม่มีเสียง
“ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไรลูก แต่ยังไงหนูหาเวลาว่างกลับบ้านสักวันสองวันได้ไหมลูก”น้ำเสียงคุณแม่จริงจัง จนกณิการ์ต้องเรียกสติตัวเองกลับมา
“ค่ะ อ่ะ แม่จะแต่งงานเมื่อไร”
“ปลายเดือนนี่ล่ะจ้า แต่แม่ว่าแม่จะย้ายตามคุณอุดม คุณอุดมเกษียณแล้วจะกลับบ้าน”
ลุงอุดม แสนหล่อนั่นนะหรือจะแต่งงานมาเป็นพ่อใหม่ของเธอ แล้ว ยังหล่อขนาดนั้นจะหกสิบ จะเกษียณแล้ว โธ่แม่นะแม่ จะแต่งงานใหม่อีกสักครั้ง เลือกหนุ่มเอ๊าะๆ ให้สาวๆ กรี๊ดหน่อยไม่ได้หรือยังไง ลูกสาวตัวน้อยได้แต่งึมงำในใจ
ซ้าย...แม่คุณเพื่อนรัก ขวา...คุณแม่จะแต่งงาน ตรงหน้า...วันจันทร์ทำงาน ข้างหลัง...ยังไม่มีอะไร มองซ้ายขวาหน้าหลังแล้ว เจ้ากิ๊ฟก็ต่อโทรศัพท์ขอเลื่อนไปทำงานต้นเดือน โทรไปหาเพื่อนรัก อันนี้ยากหน่อยกว่าจะเกลี่ยกล่อมให้เข้าใจว่าฉันจะกลับบ้าน โดยไม่ต้องบอกสาเหตุ แม่จะลุกมาแต่งงานใหม่นี่นะ น่าบอกตายล่ะ
กระเป๋าจัดเสร็จแล้วเหลือแต่ไปตีตั๋วรถ กณิการ์ถอดอุปกรณ์ไฟฟ้าออก ล็อกห้อง แวะบอกคุณป้าเจ้าของหอว่าจะกลับบ้านนะคะ
