Welcome
Welcome to <strong>mookfah</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

ตอนที่3

“เบสเต้...ข้าไม่รู้ล่วงถึงความฝันนั้นว่าข้าจะกระทำเยี่ยงใดต่อไป...แต่หากข้าเจอเหตุการณ์เยี่ยงนั้นจริงๆ เจ้าก็ย่อมรู้ ไม่ว่าเทพเจ้าองค์ใดก็ไม่สามารถเปลี่ยนหัวใจของข้าให้เลิกรักราชิคได้”

นิยาย รักโรแมนติกแฟนตาซีโดย พลอยชนา

ตอนที่3

Postby polychana on Sun Jun 10, 2007 4:30 am

ร่างโปร่งสูงสง่า เสด็จไปมาอย่างกระวนกระวายพระทัยจากผนังห้องด้านหนึ่งสู่ผนังห้องอีกด้านเมื่อเสด็จไปจนสุดทางก็หมุนกลับเสด็จไปเสด็จมาอยู่อย่างนั้น จนผู้ติดตามหนุ่มเริ่มวิงเวียนแต่มิสามารถกล่าวถ้อยคำทักท้วงได้ ซาเตลอบมองพระพักตร์คมเข้มของเจ้าชายหนุ่มรูปงามแล้วก็นึกขำอยู่คนเดียว จะทรงได้นางห้ามมาเป็นเมียถึงกับกระวนกระวายพระทัยเช่นนี้เชียวหรือหากเป็นกระหม่อมไม่ได้ เสียดายนักทรงพระพักตร์งามเช่นนี้ แต่กลับเมินสิ้นสตรี หากเมื่อพลั้งปากทูลถามคราใด คำตอบที่ได้ ก็ไม่พ้นแต่ พระพักตร์บึ้งตึง
“เด็กนั่นอายุเพียงสิบเอ็ดปีเท่านั้น” พระสุรเสียงที่กล่าวออกมานั้นเย็นชา ราบเรียบ จนผู้ยืนฟังถึงกับวางหน้าไม่ถูก ก็เด็กจริงๆนั่นแล่ะ แต่ได้มาโดยชอบธรรมใครบ้างเล่าไม่อยากได้ และหากเป็นเครื่องบรรณาการที่ทูลถวายแก่องค์ฟาโรห์สิ่งนั้นต้องดีที่สุด เมื่อดีที่สุดแล้วใยต้องปฏิเสธ

“เจ้าว่าเราควรจะทำอย่างไร” กระแสเสียงราบเรียบนั้น มีหรือผู้ถูกถามจะไม่รู้ ทรงมีคำตอบในพระทัยแล้ว หากแต่ต้องการคำตอบที่ตรงพระทัย หากตอบไม่ตรงอย่างหมายก็คงพิโรธใหญ่อีกครา
“เกล้ากระหม่อมไม่บังอาจถวายคำแนะนำในคำตอบที่ฝ่าบาททรงตั้งไว้แต่ต้นเพราะคำตอบที่กระหม่อมอยากจะทูลถวายย่อมไม่ต้องแก่ใจฝ่าพระบาท” คำกราบทูลนั้นชัดเจนที่สุดแล้วแต่ก็ยังไม่เป็นที่ต้องพระทัยอยู่ดี ทรงหมดสนุกเพราะคำตอบนั้นตรงและง่ายเกินไป
“เราให้เจ้ากล่าวแนะนำด้วยมองเจ้าอย่างมิตร หากแต่น่าขำนักที่คำแนะนำของเจ้าดูขลาดเขลา เจ้าไม่แนะนำก็เพราะรู้แจ้งสิว่า ถึงอย่างไร เราก็หาทำตามด้วยไม่” พระสุรเสียงนั้น เย้ยหยัน ทรงทอดพระเนตรจับ บุรุษตรงหน้า ที่ยืนก้มหน้านิดๆ จนราชองค์รักษ์หนุ่มต้องขยับตัวน้อยๆ ด้วยความอึดอัดใจ
“หากฝ่าบาทไม่ต้องพระประสงค์เห็นทีหม่อมฉันต้องกราบทูลลา”
“เจ้าจะไปไหนซาเต”
“หม่อมฉันจะไปดูดวงหน้านางห้ามคนใหม่ของฝ่าบาทว่าเป็นเช่นไร จะได้มากราบทูลถวายก่อนที่ฝ่าบาทจะตัดสินพระทัยมอบให้กระหม่อม”
“ไปดูแล้วก็จงเก็บไว้กับตัวเจ้า...เราถือว่ายกให้เจ้าแล้ว”
“ขอให้ทรงประทานมาให้เรื่อยๆ อย่าได้ทรงขอคืนนะพะย่ะค่ะ”

พระพักตร์คมคาย ปรายพระเนตรสีศิลามองทหารคนสนิทที่ถวายบังคมลาแล้วเดินผ่านบานพระททวารด้วยความเอือมระอาพระทัย ทั้งพระบิดา แลทั้งมิตร หมกหมุ่นแต่เรื่องสตรีมิรู้หน่าย

โบราณราชประเพณีที่ยกสตรีให้แก่องค์ฟาโรห์มันน่าจะยกเลิกให้สิ้น และเมื่อยิ่งคิดพระอารมณ์ก็ยิ่งพลุ่นพล่านทีเครื่องราชบรรณาการอื่นๆเจ้าหัวหน้านักบวชต้องเลือกสรรก่อนจะแบ่งปันมาถึงฟาโรห์ แล้วเหตุใดฟาโรห์ยังเมินเฉยไม่ใช่เพราะเครื่องราชเหล่านั้นต้องนำเข้าวิหารเพื่อบวงสรวงแก่องค์เทพทั้งหลายหรอก เพราะมิใช่ทรงไม่รู้ว่าถึงที่สุดสิ่งเหล่านั้นมันก็ตกแก่หัวหน้านักบวชทั้งสิ้น แต่ที่ทรงเฉยเพราะนักบวชนำสตรีมาล่อให้ลุ่มหลง แล้วยังลูกชายมันกับตำแหน่งวิเซียร์คุมเงินเก็บภาษี เรามิได้โง่เขลา และหูตาใบ้บอดถึงจะไม่รู้ว่า พวกมันกำลังทำอะไรกันอยู่

แล้วอย่างนี้จะให้เรานิ่งเฉยไปด้วยอีกคนหรือ...ใครจะทน ก็รู้อยู่หากสิ้นท่านพ่อ เราก็คือฟาโรห์องค์ต่อไป...ฟาโรห์ไซอัส

ร่างสง่างามเสด็จตรงไปที่พระแกล ดวงเนตรคมจ้องมองไปที่มหาวิหารที่หัวหน้านักบวชดูแลอยู่
“เหอะ”พระสุรเสียงสบถดังลั่น
“หากเราเป็นฟาโรห์เมื่อไหร่ เราจะจัดการเจ้าเป็นคนแรก” พระหัตถ์กำแน่นด้วยความเคียดแค้นพระทัย

“เรามิใช่ฟาโรห์แต่ในนาม สิ่งใดเป็นเสี้ยนหนามจะกำจัดให้สิ้นซาก เราจะดูแล จัดการ ปกครองอาณาจักรของเราให้ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าฟาโรห์พระองค์ใดได้กระทำ”][/color]
พลอยชนา
polychana
 
Posts: 3
Joined: Sun Jun 10, 2007 4:12 am

Postby มุกเรียง on Tue Jun 12, 2007 2:27 pm

มารอ อ่าน มัมมี่(นะ)ยะ หัวใจรักข้ามภพ
มุกเรียง เคียงกระบี่
มุกเรียง
 
Posts: 40
Joined: Wed Jun 06, 2007 1:49 pm


Return to มัมมี่ยะ หัวใจรักข้ามภพ

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron