รอยรักบนผืนทราย 3 เจ้านายใหม่
ยามแรกอรุณเมื่อแสงทองสาดลำแสงเข้ามายังห้องบรรทมของผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดในประเทศชาร์มา
บทพระแท่นบรรทมว่างเปล่าไร้ร่างกายที่น่าจะยังบรรทมอยู่
พระบัญชรกว้างเปิดออก กลิ่นอายของทะเลถูกสายลมพัดพาเข้ามา พระวิสูตรขาวบางเบาปลิวไสวตามแรงลม
เสียงน้ำทะเลซึ่งสาดซัดเข้าหาฝั่งทรายดังระเรื่อยเข้ามาสู่ห้องบรรทมนี้หากแต่หาได้เข้าพระกรรณไม่
ในสายพระเนตรยังคงจับจ้องไปที่ผนังห้องซึ่งมีรูปภาพขนาดใหญ่ตั้งอยู่
ดูคล้ายพระองค์กำลังตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งฝันมิได้อยู่บนโลกแห่งความเป็นจริงนี้
ร่างหนาของเอกบุรุษนั่งเหยียดพระปฤษฏางค์(หลัง)ตรงบนพระพระราชอาสน์ในพระอิริยาบถที่แสนสง่า
หากในดวงพระเนตรยังปรากฏริ้วรอยของความกังวลอยู่มิจาง
เหตุเพราะไม่อยากจะเก็บเอาความฝันมาใส่ในพระทัย หากแต่วันนี้ความฝันเมื่อใกล้รุ่งช่างชัดเจนนัก
แม้พระองค์จะเคยฝันเห็นบ่อยๆ แต่ก็มักจะเลือนราง ไม่เคยเห็นเด่นชัดเท่าวันนี้มาก่อนเลย
นิ้วพระหัตถ์ลากไล้ไปบนรูปภาพ..ภาพเหมือนของหญิงสาวนางหนึ่งในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อน
นางถักเปียยาวรวบไว้ด้านหลัง ปล่อยชายผมยาวสยายลงมาปกคลุมแผ่นหลังบาง
มวยผมแซมดอกไม้เล็กๆสีขาวมีจุดสีฟ้าตรงกลางซึ่งจัดเป็นช่อเล็กๆดูน่ารัก
หน้าผากเกลี้ยงเกลาประดับจี้ห้อยเพชร คิ้วเรียวโก่งสวย
ดวงตาดำขลับดูเหมือนกำลังตัดพ้อพระองค์อยู่ ริมฝีปากอิ่มเอิบสีชมพูหวานยกขึ้นด้วยรอยยิ้มเศร้า
หญิงสาว...ที่สวยงามราวกับความฝัน
เทพธิดาในฝันของพระองค์…ซาเลห์ นางอยู่กับพระองค์มาตลอด
เนิ่นนานจนยากจะจำแนกได้ว่านานเท่าใด
สตรีที่สวยสง่าเต็มไปด้วยชีวิตชีวา นางอ่อนหวานน่ารัก หากแต่มันคงอยู่เพียงในฝันยามราตรี
เมื่อแสงจากทินกรล่วงเลยผ่านเข้ามา ซาเลห์ของพระองค์ก็จางหายแตกกระจายไปกับเสี้ยวของความฝัน
หากแต่เช้านี้ภาพฝันนั้นยังคงติดตาแนบแน่นมิจางหายเหมือนเช่นเคย
รอยสัมผัสติดแน่นลึกลงในหัวใจ
เรือนผมสีดำสนิทราวกับไหมชั้นดีปลิวสลายไปตามแรงลมในหุบเขามาดาอิน ซาเลห์
ร่างแน่งน้อยที่ลงมือกระทำอัตวินิบาตกรรมต่อหน้าต่อตาเขา
สองพระหัตถ์ของพระองค์ที่ตะกองกอดร่างของนางที่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตแดงฉาน
ชีคหนุ่มจ้องมองไปยังสองมือ คล้ายเลือดในกายนางยังคงติดอยู่
เหตุใดหนอ?? นางถึงฆ่าตัวตาย
กลิ่นคาวเลือดฉุนติดพระนาสิกในขณะที่โลหิตของนางไหลลงบนพระหัตถ์มากขึ้น
น้ำพระเนตรหยดลงบนร่างนั้น...เรือนกายที่เคยอบอุ่นยามพระองค์เคยตระกองกอด
มาบัดนี้กลับเย็นชืดด้วยไร้ซึ่งวิญญาญ์
ทั้งคร่ำครวญหวนไห้ จวนเจียนจักขาดใจตายตามนางผู้เป็นที่รัก
ท่ามกลางดวงตะวันแดงฉานคงเหลือเพียงลมหายใจของพระองค์เท่านั้นที่ยังคงสืบต่อไป
ชายหนุ่มกลับมาสู่ปัจจุบันอีกครั้ง พระดรรชนีลากไล้ไปบนริมฝีปากของภาพวาดของนางในฝัน
ริมฝีปากของซาเลห์ในภาพช่างเย็นชืด ต่างจาก “นางที่ธารีส่งมา”
พระองค์ไม่คิดว่าจะทรงใฝ่หา ความหอมหวานจากเรือนร่างของหญิงไทยคนนั้น
เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่พระองค์กระทำตัวเช่นนั้น
การจุมพิตกับสตรีที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนดูผิดปกติวิสัยของพระองค์ยิ่งนัก
เสียงเคาะพระทวารดังขึ้นสามครั้งเรียกพระสติที่ลอยไปไกลให้กลับมายังที่เดิม
“ชีคคา บิชาเราะห์ ขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ” เสียง ฮาฟา มหาดเล็กรักษาพระองค์ดังขึ้นขัดจังหวะ
“เราจะไปพบที่ห้องนั่งเล่น”
…………………………………………………………………………….
บากรี อิบน์ อับดุลลา ราชเลขานุการส่วนพระองค์ในชีคกาห์เรียน อัลชาร์มา อัลโซกียาห์
ยืนสงบนิ่งรอองค์ชีคเสด็จออกจากห้องพระบรรทม เขาเป็นลูกหลานในตระกูลฐาร์ฮีเลียร์ซึ่งเป็นตระกูลที่อยู่รับ
ใช้เคียงบ่าเคียงไหล่กับราชวงศ์อัลโซกียาห์มานับร้อยปี ความผูกพันแนบแน่นยากที่จะแยกออก ชายหนุ่มมอง
มายัง ฮาฟา ทหารมหาดเล็กหนุ่มหนึ่งในทหารคนสนิทข้างกายชีคกาห์เรียน ฮาฟานั้นถือได้ว่าเป็นทั้งเพื่อน พี่
น้อง ขององค์ชีคเพราะเติบใหญ่มาด้วยกันด้วยน้ำนมของนางไมนาร่า พระนมขององค์ชีคหรือก็คือมารดาของ
ฮาฟานั่นเองส่วนตัวเขานั้นแม้มิได้รับใช้ใกล้ชิดเช่นเดียวกับฮาฟา แต่ความจงรักภักดีก็หาได้ด้อยกว่าไม่
บากรีจัดเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาดีคนหนึ่งหากแต่เขาก็ไม่อาจทาบรัศมีขององค์ชีคผู้เป็นเจ้านายได้อยู่ดี
แว่นตากรอบบางสีน้ำตาลอ่อนไม่ได้ทำให้บากรีดูเชยหากแต่ทำให้เขาดูภูมิฐานมากยิ่งขึ้น ชายหนุ่มมีผิวสีขาว
เหลืองไม่ขาวจัดเช่นผู้เป็นนาย ร่างที่ยืนสงบนิ่งอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวลายทางยาว เนคไทสีน้ำตาล กางเกงสแลคสีดำ
สนิท มือยาวแนบลำตัว เล็บถูกตัดอย่างเรียบร้อยบ่งบอกถึงความเป็นคนรักสะอาดและดูระเบียบจัดพอควร
ริมฝีปากเรียวเม้มสนิท สายตาของเขาจับจ้องไปยังประตูอีกบานซึ่งถูกผลักเข้ามา
แมงหวี่ตัวที่หนึ่ง อิสบาล่า อับเดล ฟาตีล เลขานุการสาวในชีคคาบิชาเราะห์ อัลชาร์มา องค์พระ
ขนิษฐาในชีคกาห์เรียน เปลือกนอกของนางดูจะเรียบร้อยหากแต่ภายในกลับเป็นคนละเรื่อง
บากรีกล้าเอาหัวเป็นเดิมพันได้เลย หญิงคนนี้หาพรหมจารีไม่ได้แล้วแน่ๆ จริงๆเขาเป็นแค่เลขานุการ
การที่ฝ่าบาทจะมีผู้หญิงเข้ามาข้องแวะนั้น ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องขัดขวาง แต่เขารับไม่ได้จริงๆหากคนที่จะมาเป็น
นางสนมจะเป็นเช่นอิสบาล่าผู้นี้ ดังนั้นบากรีสาบานไว้ด้วยชีวิตเขาจะทุ่มเททุกอย่างทุกวิถีทางเพื่อความ
สะดวกสบายในสายพระเนตรพระกรรณขององค์ชีค แมงหวี่แมลงวันเช่นอิสบาล่าอย่าหวังเลยว่าจะบินเข้าใกล้
องค์ชีคได้เลย
.....................................................................................................................................................................
ในห้องทรงพระสำราญ(ห้องนั่งเล่น)
“พี่ชาย หม่อมฉันจะไปประเทศไทยเพคะ”
“อืมม์ ก็ไปสิ ไม่เห็นต้องมาบอกพี่เลยนี่”
บทจะมาจะไปของบิชาเราะห์นั้นเป็นไปตามอารมณ์ที่ขึ้นๆลงๆ อยู่ดีๆก็บินไปปารีสเฉยโดยไม่เคยบอกกล่าวสัก
คำ ชีคกาห์เรียนชักแปลกใจเหตุใดน้องสาวของพระองค์จะต้องมาบอกพระองค์ด้วย ...ยกเว้นเสียแต่ว่านางจะมี
เรื่องมากวนใจเขาเพิ่มเนี่ยสิ
“แหมๆ คืองี้เพคะ” ชีคคาเสด็จมายืนข้างหลังพระเชษฐาและทรงออกพระกำลังบีบนวดพระอังสา เอาใจเสด็จพี่
“หม่อมฉันน่ะจ้างสถาปนิกมาเพคะ แต่หม่อมฉันไม่ว่างสั่งงานหรือว่าคุมงานแล้ว
หม่อมฉันก็เลยอยากให้พระองค์ช่วยดูๆงานตกแต่งให้หม่อมฉันในระหว่างที่ไม่อยู่เพคะ” พระองค์หญิงเอียงคอ
มาทอดพระเนตรเสด็จพี่ที่ทำเป็นทอดพระเนตรหนังสือพิมพ์ จิบกาแฟ ไม่สนใจในสิ่งที่พระน้องนางทรงกระทำ
“เรากับพี่น่ะ สไตล์การตกแต่งต่างกันอยู่แล้วนี่ พี่จะไปคุมแทนเธอได้อย่างไร” พี่ชายบอกปัด
“กับสถาปนิกคนนี้ หม่อมฉันตรวจดูงานพรีเซ็นต์ที่เขาทำแล้วเพคะ ตรงใจหม่อมฉันมากที่สุดเพคะ”
“เราน่ะ ก็ตรงอยู่เรื่อยแหละ สถาปนิกเอย ดีไซเนอร์เอย มาอยู่ที่นี่ได้สักพักก็ต้องเผ่นแน่บไปเพราะความเอาแต่ใจ
ของตัวเธอ”
“พี่ชายก็...เงินของเรานะเพคะเราก็ต้องใช้ให้คุ้มสิ”
พระองค์หญิง ทรงหยุดการบีบนวดและทรงกระฟัดกระเฟียดใส่
“เฮ้อ” พระปัสสาสะถูกถอนออกมาจากพระนาสิกโด่งบนวงพระพักตร์หล่อเหลา
“ไม่รู้ล่ะ เพคะ หม่อมฉัน โอนงานให้เสด็จพี่แล้ว ไงๆก็ช่วยดูงานแทนหม่อมด้วยนะเพคะ”
องค์หญิงบิชาเราะห์สรุปให้เสร็จสรรพโดยไม่ถามไถ่พระเชษฐาสักคำ
“พี่คุมงานให้ก็ได้ แต่เมื่อกลับมาแล้ว ห้ามเปลี่ยนอีกนะ”
องค์ชีคคาบิชาเราะห์พยักหน้าให้ด้วยความยินดี พระองค์ทรงเชื่ออย่างไรเสียพระเชษฐาก็ถือว่ามีรสนิยมสูงแม้ว่า
จะสไตล์แตกต่างกัน หากแต่พระองค์ก็เตรียมเอกสารไว้ครบถ้วนแล้วเช่นกัน
“สถาปนิกคนไทย...งั้นเหรอ”
“เพคะ สถาปนิกเป็นคนไทย” เนื่องจากพระองค์ทรงหมกมุ่นกับแผนการมากมายที่มีอยู่ในหัว..จึงมิได้สงสัยว่า
ทำไมพระเชษฐาของพระองค์จึงรู้ว่าเป็น สถาปนิกชาวไทย
เจ้าหญิงก้มลงจุมพิตที่พระปรางของเสด็จพี่ทั้งสองข้างด้วยความเคยชิน บากรีมองสองพระองค์ด้วยความรู้สึก
เอ็นดู ชายหนุ่มชำเลืองมองเลขาสาวที่ยืนอยู่ข้างๆเขา สายตาที่แสดงความอิจฉาและหึงหวงออกมาโดยที่หล่อน
ปิดไม่มิด อิสบาล่าเสมองไปทางอื่นทันทีที่พบว่าบากรีกำลังจับจ้องมองเธออยู่ราวกับจะจับผิดอย่างไรอย่างนั้น
.............................................................................................................................................................
อินทิกาเปิดคอมพิวเตอร์โน๊คบุ๊คขึ้นมาตามความเคยชิน หญิงสาวตรงเข้าเช็คเมลล์ของตัวเองทันทีและพบอีเมลล์
ใหม่ที่ส่งมาจากคนคุ้นเคย
ถึง อิน น้องรัก
ตอนนี้ไปอยู่ที่ชาร์มาแล้วใช่มั้ย ไปไม่บอกไม่กล่าวเลยนะถ้าพี่ไม่ไปถามจากคุณน้า
พี่จะรู้มั้ยเนี่ยว่าเธอไปอยู่ไหน? ว่าแต่คิดไงถึงได้ไปอยู่ประเทศที่มีสงครามกลางเมืองนั่นได้เล่า หือม์ อยากจะ
ประกาศศักดาว่าตัวหนังเหนียวคงทนลูกกระสุนหรืออย่างไรถึงได้คิดสั้นๆไปอยู่ที่ชาร์มา เอาล่ะ พี่คงจะบ่น
เพียงแค่นี้เพราะรู้ดีลองเธอใช้สาลิกาลิ้นทองเกลี้ยกล่อมคุณน้าได้ พี่เองก็คงไม่พ้นต้องรับหน้าที่เป็นกระโถนให้
คุณน้าบ่นคิดถึงลูกสาวที่ไม่ยอมกลับบ้านมาเสียที คราวนี้ไปสัญญาอะไรไว้ก็ทำตามด้วยนะ ไม่งั้นพี่จะงอนเธอ
แทนคุณน้าเลยทีเดียว
รีบทำงานให้เสร็จแล้วรีบกลับนะ อย่าไปติดใจหนุ่มๆที่นั่นล่ะ หนุ่มไทยอย่างพี่ยังรออินอยู่ แถมยังหล่อ
กว่าหนุ่มชาร์มาด้วย ดีๆแบบพี่หาได้ที่ไหน รีบกลับมาสู่ขอพี่ก่อนที่จะมีสาวๆมาฉกพี่ไปคลุมถุงชนล่ะ
พี่เรของน้องอิน
ปล. อย่าลืมของฝากนะเฟ้ย เอาเป็นสาวอาหรับสวยๆสักคนมาเต้นระบำหน้าท้องให้พี่ดู
ปล.อีกที คิดถึงจ้า
...............................................................................................................................................
อินทิกาเขียนอีเมลล์ตอบกลับไปสั้นๆ หญิงสาวอ่านเมลล์จาก เรษิระ ผู้ชายคนหนึ่งที่เธอนับถือเป็นพี่ชาย
เขาคนนี้วนเวียนอยู่กับเธอมานาน บ้านก็อยู่ละแวกเดียวกัน เรษิระถึงได้เข้านอกออกในบ้านเธอจนคุ้นเคยกับ
มารดาของเธอเป็นอย่างดี
ถึงพี่เรของน้องอิน
ตอนนี้อินสบายดีค่ะ ที่ชาร์มานี่แดดแรงเหลือเกิน อินเป็นไข้ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงนะ ตอนนี้ดี
ขึ้นมาก อาจจะต้องอาศัยเวลาปรับตัวนิดหน่อยแต่ก็โอเคค่ะ อินได้มาพักที่วังหลังแน่ะ พี่เร ตอนแรกคิดว่า อาจจะ
ต้องมาพักที่โรงแรมหรือบ้านพักข้าราชการเสียอีก ไม่คิดว่าจะฟลุ๊คได้มาอยู่ในวังที่สวยติดอันดับต้นๆแบบนี้ หาก
ว่างๆอินจะวาดรูปที่นี่ส่งไปให้นะคะ ตอนนี้อินยังไม่ได้เริ่มคุยงานกับเจ้านายของอินเลยอ่ะ แต่ได้ข่าวมาว่า เอาแต่
ใจสุดๆ หากว่างานอินไม่ถูกใจสงสัยคงจะได้แพ็คกระเป๋ากลับบ้านเร็วกว่าเดิมแน่เลย แล้วก็เรื่องสงครามน่ะไม่
ต้องห่วงนะ ไม่ใช่สงครามกลางเมืองเสียหน่อย มันอยู่ทางภาคเหนือของชาร์มาโน่น อินไม่ได้ไปทำงานในที่แถว
นั้น ฉะนั้นไม่ต้องห่วงนะคะ
ฝากดูแลแม่อินด้วยนะ ถ้าแม่บ่นอะไรก็ทนๆหน่อยละกัน ถือเสียว่า ว่าที่แม่ยายกำลังคุยด้วยนะ
ส่วนเรื่องของฝากที่จะขอเป็นสาวอาหรับล่ะก็ เปลี่ยนเป็นสาวไทยชื่อ อินทิกาคนนี้ละกัน รับรองว่าจะไปฝึก
เต้นรัคส์ ชาคกรี..ระบำหน้าท้องมาให้พี่เรดู อย่าน้ำลายหกตอนอินเต้นล่ะ
อิน น้องรัก
ปล. หากมีสาวมาขอพี่แต่งงานจริง อินจะแถมข้าวสารไปให้อีกหนึ่งกระสอบเลยอ่ะ
ปล. อีกที คิดถึงเหมือนกันค่ะ
หญิงสาวอมยิ้มเมื่อกดส่งอีเมลล์ฉบับนี้ไปแล้ว สำหรับเธอ เรษิระเป็นทั้งเพื่อน พี่ชาย และพ่อในคราวเดียวกัน
แม้ว่าอายุจะต่างกันเพียง 3 ปี แต่เรษิระเป็นผู้ชายที่มีความเป็นผู้ใหญ่มากเหลือเกินพอๆกับความอบอุ่นใจยามที่อยู่
ใกล้ อินทิกาบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าความสัมพันธ์ของเธอกับเขาจะพัฒนาไปในทางคู่รักหรือเปล่า
มันเป็นเรื่องของอนาคต หญิงสาวเคยสัญญากับเรษิระด้วยว่า หากถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วทั้งเขาและเธอยังไม่มี
ใครแต่งงานด้วย ทั้งสองคนจะแต่งงานกัน อินทิกายังจำสัญญานี้ได้อยู่ซึ่งเธอก็รู้ว่าเรษิระเองก็จำมันได้
เช่นเดียวกัน หากแต่เรษิระก็ยังควงหญิงสาวลอยชายไปมายังไม่หยุดที่ใครเสียที ส่วนตัวเธอก็บ้างานจนหา
แม้กระทั่งเวลาออกเดทไม่ได้ หากเป็นอย่างนี้ต่อไป บางที...เราสองคนอาจจะได้แต่งงานกันตามสัญญาซะละมั้ง
.................................................................................................................................................................
สาวรับใช้คนเดิมจากเมื่อวานเดินเข้ามาถาม คราวนี้อินทิการู้แล้วว่า สาวตรงหน้าชื่อ เอเช เอล ดีน อายุ 20 ปี
เพิ่งเข้ามาทำงานในวังหลังนี้ได้ไม่นาน
“มิสจะรับอะไรดีคะ? อาหารเช้าแบบฝรั่งหรือว่าอาหารพื้นเมืองของชาร์มา เอ่อ อาหารไทยก็มีนะคะ?”
“เอ๋ มีอาหารไทยด้วยหรือคะ?”
“ค่ะ ที่นี่มีกุ๊กชาวไทยทำงานอยู่ มิสจะรับแบบไหนคะ”
“เอ่อ งั้นขอเป็นอาหารไทยละกันค่ะ”
“ค่ะ มิส” หญิงรับใช้ทำท่าจะเดินกลับออกมาแต่อินทิกาเรียกไว้ก่อน
“เอเช เอ่อ เมื่อคืน ฉันกลับมาที่ห้องนี่ได้ยังไงคะ”
“อะ เอ่อ คุณ ราอิส ท่านอุ้มคุณมาส่งน่ะเพคะ เอ๊ยค่ะ” หญิงรับใช้ตอบอย่างตะกุกตะกัก
อินทิกาหน้าแดงกะทันหัน...งั้นเมื่อคืนก็ไม่ใช่ความฝันน่ะสิ
“อ๊ายยยยยยยยยยย ตายแล้ว” หญิงสาวร้องออกมาเพียงในใจพลางยกมือขึ้นกุมขมับ
เวรกรรมจริงๆ เธอจูบกับผู้ชายคนนั้นจริงๆ โอย ท่าจะบ้า นี่เธอจะเอาหน้าไปวางไว้ตรงไหนเนี่ย
หมดกันศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง อินทิการู้สึกหนักหัวขึ้นมาทันที
สาวรับใช้รีบปรี่เข้ามาประคอง
“เอ่อ เป็นอะไรไปคะ”
“ปละ เปล่าค่ะ ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”
“มิส นอนพักสักหน่อยดีกว่ามั้ยคะ หมอหลวงบอกว่า คุณยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับอากาศที่นี่ได้
ท่านชีคเลยมีรับสั่งให้คุณนอนพักผ่อนเสียก่อนเริ่มทำงาน”
“ท่านชีค???”
“เอ่อ แฮะๆ คะ ฉันพูดผิดค่ะ คุณราอิสน่ะค่ะ ไม่ใช่ท่านชีคหรอกเพ เอ๊ยค่ะ”
“คุณราอิสนี่เป็นใครกันคะ?”
“อ่า เอ่อ ตำแหน่งสูงมากน่ะค่ะ คือ ถ้าไม่เป็นไรแล้ว ดิฉันไปยกสำรับก่อนนะคะ
