บทที่ 3 ตอน ญาติสาวแต่งงาน
กณิการ์โบกมือลาเพื่อนที่ทางสายการบินเรียกขึ้นเครื่อง หน้าสดชื่นของคนที่ต้องยืนอยู่คนเดียวเริ่มบอกแววเหงา เฮ้ย...เขาไปกันสองคน เหลือเราอยู่ตรงนี้คนเดียว
เพราะสารพัดสมบัติของสองหนุ่มสาว เลยยืมรถปิกอัพมาเพื่อขนของ พี่ปุ๊ผลัดกันขับมากับเจ้ากา แต่ขากลับนี่ซิ เจ้ากิ๊ฟมือเดียวล้วนๆ
หญิงสาวชูสองมือเหยียดเหนือศีรษะ...สู้ๆ ...อาการนั้นทำให้เศษกระดาษที่ยัดใส่ไว้ในกระเป๋าเอี๊ยมดีดตัวขึ้นมา กณิการ์ล้วงกระดาษออกมาอ่าน ไม่มีอะไรมาก ที่อยู่สั้นๆ ที่อยู่ของย่าเหมือน อาคนเล็กของพ่อที่ไม่พบกันนานมาก แม่บอกว่าถ้าว่างก็ไปเยี่ยมย่าด้วยล่ะ
กณิการ์เคยไปครั้งแรกเมื่อเข้ามาเรียนเมืองหลวงใหม่ๆ ไกลก็ไกล รถก็ไม่ค่อยจะมี ต้องอาศัยไหว้วานแกมบังคับพร้อมติดสินบนเพื่อนให้พาไป ทุกทีที่เปิดเทอมใหม่ แม่ฝากของมาให้ย่า แต่ตอนนี้มีรถแล้ว ต้องแวะไปเยี่ยมย่าเสียหน่อย ไปทีไรย่าก็ใจดี เลี้ยงขนมจนจุกทีนั้น ทั้งเธอและบรรดาโขยงเพื่อน
โชคชัยมองสองมือที่เหยียดขึ้นแล้วยังสูงไม่เลยระดับสายตารู้สึกสังหรณ์แปลกๆ เสียงสายการบินที่เขาจะเดินทางเรียกผู้โดยสารพอดีทำให้ไม่ได้เดินตามไปดูว่าจะใช่สาวตัวเล็กเท่าหัวใจคนนั้นหรือเปล่า ชายหนุ่มยักไหล่ เรื่องที่เขาล้อเจ้าฝ้ายเล่น น้องตัวแสบเอาไปบอกแม่กับพ่อทำเอาครั้งสุดท้ายที่กลับบ้านโดนแม่จับซักไซ้ เพิ่งจะรู้นะนี่ว่า เจ้ากิ๊ฟกั๊บ เป็นขวัญใจของพ่อแม่เขา
กณิการ์ขับรถไปก็ถามทางเจ้ายอร์ชไปด้วย ก็ทุกครั้งเจ้ายอร์ชเป็นคนขับรถนี่ ไม่ให้ถามเจ้ายอร์ชแล้วให้ถามใคร เพื่อนสุดรักก็ตอบแสนจะกวนว่า ในเมื่อกณิการ์ไม่ชวนให้ไปกินขนมอร่อยด้วย ก็จงถามทางไปเองเถอะ แถมหยอดมาอย่างชวนโมโหว่า ถ้าหาบ้านย่าเหมือนเจอ แล้วย่าแจกขนมอย่าลืมเอามาฝากด้วยนะ ฝันไปเถอะเจ้ายอร์ช
กณิการ์เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา ก่อนหยุดที่ประตูไม้ คุ้นตาทั้งบ้านเลขที่ที่ทำจากไม้ สีที่ช่วยกันทาตั้งแต่ครั้งนั้น เริ่มซีดจาง หญิงสาวอดยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงความหลัง ความที่เพื่อนๆ ถูกใจขนมย่าเหมือน ก็พากันชักชวนมาทุกปี มาช่วยซ่อมรั้ว ทาสี แต่ยังไงก็มาได้แค่ปีละหนแถมเมื่ออยู่ปีสุดท้ายงานเยอะมาก ทำให้ไม่ได้มาเลย หญิงสาวกระโดดมองเข้าไปในบ้าน
“ย่าจ๋า ย่าเหมือน” กณิการ์ตะโกนเรียก ก่อนหัวเราะกับเสียงเห่าตอบของสุนัขบ้านสวนหลายตัวของย่า
หญิงสาวที่เดินมานั่นไม่ใช่ย่าเหมือน ย่าอายุเจ็ดสิบกว่าแล้ว ไม่สาวขนาดนี้หรอก
“มาหาย่าเหมือนค่ะ กิ๊ฟค่ะ” กณิการ์แนะนำตัว เมื่อเห็นแววไม่แน่ใจในดวงตาโต
“กิ๊ฟ ลูกพ่อน้อยค่า” เธออธิบายเพิ่มเติมถึงโคตรตระกูล แล้วก็ได้รอยยิ้มกว้างตอบมา
“อ๋อ ลูกอาน้อยนี่เอง พี่นกจ้ะ ลูกสาวพ่อใหญ่” สาวสวยผิวขาวผ่องยกมือรับไหว้ แล้วเปิดประตูให้ ใครนะช่างว่าชาวสวนตัวดำมาดูพี่สาวคนนี้ซิ
กณิการ์เข้าไปประจำหลังพวงมาลัย ยิ้มขำกับการต้องแนะนำพ่อในการรู้จักกัน พ่อใหญ่ อย่างนั้นอาจจะเป็นพี่ชายพ่อที่มีศักดิ์เป็นลุงของเธอ หญิงสาวนำรถเข้าไปจอดใต้ร่มไม้ ใต้ถุนเรือนของย่าเหมือนดูจะมีกิจกรรมวุ่นวายอะไรอยู่
“ย่าจ๋า กิ๊ฟจ้า” กณิการ์ยกมือไหว้ย่ามาแต่ไกล ก่อนเข้าไปแปะกับบ่า ผู้เฒ่าเขม่นมองก่อนยิ้มกว้าง
“เออ เจ้ากิ๊ฟไม่เห็นหน้ามานาน มากันกี่คนล่ะ”
หญิงสาวหัวเราะกิ๊ก ย่ายังจำโขยงเพื่อนของเธอได้
“คนเดียวจ้า เพื่อนๆ เขาจบหมดแล้ว นี่ย่าทำอะไรคะ”
“ขนมขันหมาก” ย่าเหมือนบอก กณิการ์มองแผ่นข้าวเหนียวอันใหญ่บิ๊ก เอ๋ มันนางเล็ดนี่น่า
“ขนมนางเล็ดยักษ์เหรอคะ”
ย่าเหมือนหัวเราะจนน้ำลายกระเซ็น ดีว่าย่าไม่ได้กินหมาก
“ขนมขันหมากลูก เขาทำอันใหญ่ๆ อย่างนี้ล่ะ เดี๋ยวมีฝักบัว ข้าวเหนียวแดง ยังไงอยู่ค้างกับย่าไหม พรุ่งนี้รอรับซองแดงจากพี่เขาก่อน”
“นั่นซิ” หญิงสาวที่ไปเปิดประตูรับพยักพเยิดมา “กิ๊ฟอยู่ก่อนนะ เสื้อผ้ามีไหมล่ะ นุ่งผ้าเป็นไหม”
กณิการ์ยิ้มกว้างจนตาเป็นสระอิ
“มีเสื้อมาค่ะ แต่กิ๊ฟไม่แน่ใจว่าเหมาะกับงานแต่งไหม” เจ้าตัวพูดจากประสบการณ์งานแต่งงานสองงานที่เพิ่งไปร่วมมาอย่างใกล้ชิด
“นุ่งผ้าได้ไหมล่ะ เอาเจ้ากิ๊ฟนี่แหล่ะเป็นเด็กจูงเจ้าบ่าว นะแม่นก ตัวเล็กๆ”
พี่นกว่าที่เจ้าสาว มองน้องญาติสาวตัวเล็ก ตาหยี แก้มอิ่ม เป็นเด็กๆ ก่อนจะอมยิ้มพยักหน้าเห็นด้วยกับผู้เป็นย่า “ดีค่ะ มาๆ ช่วยกันทำเร็วๆ เดี๋ยวพี่จะไปหาเสื้อผ้าให้”
ฮือม์ ช่วงนี้มันเป็นดวงร่วมงานแต่งงานหรือยังไงนะ กณิการ์ถามตัวเอง ด้วยนิสัยที่ไม่อยู่เฉย เจ้าตัวเข้าไปช่วยทำโน่นทำนี่ ช่วยไม่ได้มาก เพราะยังเป็นสาวไม่มีคู่เลยช่วยเขาปั้นไม่ได้ ก็ช่วยตาก ช่วยทอดนางเล็ดได้ นางเล็ดอันใหญ่ยักษ์ ขนาดว่าใหญ่กว่าหน้าเธอล่ะ
หลังจากจัดข้าวของตามคำสั่งย่า เรียงถาดไว้เรียบร้อยแล้ว กณิการ์ก็อาบน้ำผลัดผ้าเป็นเสื้อยืดกางเกงเลที่ติดกระเป๋ามาด้วย พี่นก กลับไปบ้านตั้งแต่เย็น หลังจากหาเสื้อผ้าสำหรับวันพรุ่งนี้มาไว้ให้
กณิการ์ถอนหายใจเมื่อนึกถึงชุด เธอใส่จะเหมือนกุมารทองไหมนั่น ผ้านุ่งหางกระรอกไว้นุ่งโจงกระเบน แถมด้วยเสื้อคอกระเช้า แบบมีระบายฟูๆ เพราะผมสั้นๆ ของเธอ เลยได้ที่ครอบผมประดับมุกที่พี่นกใช้เด็กวิ่งไปซื้อมา อันล่ะ ยี่สิบอีกหนึ่งอัน ถ้าไว้ผมยาวมิแคล้วถูกเกล้าจุกเสียบปิ่นเป็นเด็กน้อยสวัสดีเป็นแน่ หญิงสาวมองชุดที่เตรียมไว้อย่างทอดอาลัย ตลบมุ้งมุดเข้าไปนอนข้างย่า
“เสร็จแล้วหรือ กิ๊ฟ”
“เสร็จแล้วค่ะ” หญิงสาวก้มกราบหมอนสามทีก่อนนอน ปกติก็ไม่ค่อยจะได้กราบหรอก แต่นี่แปลกที่ ยังไงขอพระคุ้มครองไว้ก่อนล่ะ
“ได้งานทำหรือยัง” ย่าเหมือนพลิกตะแคงมาถาม หลานสาวคนนี้ไม่ได้ใกล้ชิด แต่แม่เลี้ยงดูมาดี มีสัมมาคารวะ มาเรียนเมืองหลวงนานๆ ทีมาหา พาเพื่อนมากลุ่มใหญ่ช่วยซ่อมนั่นทำนี่
“ยังค่ะ” กณิการ์ตอบตามตรง ก่อนคุยหงุงหงิงตามนิสัย
“กิ๊ฟมัวแต่วิ่งวุ่นอ่ะค่ะย่า ไม่รู้เป็นยังไง พักนี้กิ๊ฟถูกโฉลกกับงานแต่งงานจริง”
“เรอะ ยังไงล่ะ” ผู้อาวุโสกว่าถามอย่างนึกสนุก ฟังเสียงแจ๋วๆ ตาใสๆ
“ก็พอสอบเสร็จ เพื่อนกิ๊ฟก็แต่งงาน กิ๊ฟวิ่งวุ่นช่วยงานเขา แหมกิ๊ฟก็เพิ่งรู้ว่าเจ้าสาวเค้าไม่ให้ทำอะไร เพื่อนเจ้าสาวอย่างกิ๊ฟเลยวิ่งวุ่น”
“อ้าว ก็เจ้าสาวจะได้สวยๆ ไงลูก” ย่าปลอบปนหัวเราะ เจ้าคนนี้ โตแล้วเหมือนยังไม่โต
“เฮ้ย นั่นซิคะ เจ้าฝ้ายก็สวยเสียด้วย ย่าจำเจ้าฝ้ายเพื่อนกิ๊ฟได้ไหมคะ คนที่สวยๆ น่ะค่ะ สวยที่ซู๊ด”
ย่าเหมือนอมยิ้มกับเสียงได้อารมณ์ของหลานสาวอีกครั้ง
“จำได้ แต่งกับใครล่ะ พ่อยอร์ชหน้ากบนั่นหรือเปล่า”
กณิการ์หัวเราะชอบใจ ฮาฮาฮา เจ้ายอร์ชหน้ากบ ย่าพูดได้เหมือนใจคิดเลย
“ย่าเหมือนรู้ได้ไงคะว่าแต่งกับเจ้ายอร์ช”
ผู้แก่กว่าอมยิ้มอย่างคนที่ผ่านโลกมามาก ทำไมจะไม่เห็น เจ้าหัวโจกหน้ากบ กับใครๆ พ่อไม่มีกลัว พอมาเจอแม่สาวสวยตาดุ ทำเมินๆ เหมือนไม่สนใจ ปิดตาคนแก่ไม่ได้หรอก
“แต่งกันไปไม่กี่เดือนมานี่เองค่ะย่า เจ้ายอร์ชหงอไม่กล้าหือเลย” สาวน้อยหัวเราะอย่างสะใจ
“นี่กิ๊ฟเพิ่งจะไปส่งเพื่อนไปเรียนเมืองนอก เพิ่งแต่งกันอีกเหมือนกัน มาหาย่า พี่นกก็แต่งงาน”
ย่าเหมือนหัวเราะเสียงถอนหายใจของหลานสาว อายุเท่านี้ทำถอนหายใจเหมือนเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต ผู้เฒ่าซักถามเรื่องงานแต่งงานสองงานเจ้าตัวเล่าให้ฟังอย่างสนุกสนานพร้อมอะไรขำๆ ที่เจ้าตัวเก็บเอามาเล่า
ย่าเหมือนมองเจ้าตัวเล็กที่หลับไปแล้ว พอเงียบเสียงก็หลับไปเลย เด็กเอ๋ยเด็ก
