ลิขิตรักลำน้ำไนล์
บทที่ 3
คำร้องขอจากหัวใจ
ตอนที่ 1
ภายในห้องเก็บพระศพเงียบสงบ ร่างบางนั่งหลังตรงอยู่บนเก้าอี้สนามตัวเล็ก ดวงตากลมโตล้อแสงไฟเป็นประกายแวววาวจับจ้องไปยังอักษรภาพไฮโรกริฟฟิคตรงหน้าทีละตัว สลับกับการก้มลงจดข้อความที่ถอดได้ลงในสมุดบันทึกที่วางอยู่บนตัก เมื่อพบคำที่ติดขัดไม่สามารถถอดความได้ก็เอื้อมมือไปคว้าตำราเล่มหนาที่วางอยู่ข้างกายมาเปิดดู จากนั้นจึงลงมือเขียนคำแปลที่ถอดได้ลงในสมุดบันทึกอีกครั้ง ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าอย่างไม่รู้เบื่อหน่าย
อักษรภาพไฮโรกริฟฟิคที่จารึกอยู่ในห้องเก็บพระศพแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกกินเนื้อที่ครึ่งหนึ่งของห้อง เป็นจารึกที่บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับพระประวัติของของฟาโรห์เมนโนฟิส ตั้งแต่ทรงประสูติ ทรงออกรบขยายอาณาเขต ทรงทำนุบำรุงอาณาประชาราษฎร์ และทรงศรัทธาในเทพเจ้าอามุนอย่างเคร่งครัด
ส่วนที่เหลือเป็นการจารึกเรื่องราวของอารยธรรมอียิปต์โบราณในด้านต่างๆ อาทิ การปกครอง ความเชื่อในเทพเจ้าต่างๆ และชีวิตหลังความตาย การทำมัมมี่ การดำเนินชีวิตของชาวอียิปต์โบราณ การทำการเกษตรโดยอาศัยช่วงเวลาที่แม่น้ำไนล์ล้นฝั่ง การทอผ้า การติดต่อค้าขาย และการติดต่อกับอาณาจักรข้างเคียงอื่นๆ
เมษาแปลอักษรภาพให้ห้องนี้มาห้าวันแล้ว เธอถ่ายภาพและจดข้อความที่ถอดได้ลงสมุดบันทึกเล่มใหญ่ของตนด้วยความเพลิดเพลิน เธอรู้เรื่องราวของฟาโรห์รูปงามพระองค์นี้มากขึ้นเรื่อยๆ ฟาโรห์เมนโนฟิสเป็นพระราชโอรสองค์โตของฟาโรห์อเมเนมเฮตที่สาม มีพระมารดาเป็นเจ้าหญิงจากฮิตไทท์ ทรงเสด็จขึ้นครองราชบัลลังก์ตั้งแต่พระชนมายุอายุสิบสี่ชันษา
ทรงมีพระเชษฐภคินีและพระอนุชาฝ่ายละหนึ่งพระองค์ ทรงเก่งกาจด้านการรบจนสามารถขยายอาณาจักรอียิปต์ออกไปได้กว้างใหญ่ไพศาล ศึกที่ได้รับการกล่าวขานมากที่สุด คือศึกที่ทรงยกทัพไปปราบเมืองนูเบีย ทรงรบชนะและยึดครองเมืองนูเบียได้ภายในเจ็ดวัน โดยไม่เสียชีวิตไพล่พลแม้แต่คนเดียว จนใครๆ ร่ำลือว่าทรงเป็นที่รักของเทพอามุนและเป็นเทพฮอรัสมาจุติ
นอกจากนี้ยังทรงเชี่ยวชาญเรื่องปรัชญาและอักษรศาสตร์ ทรงโปรดให้จารึกเรื่องราวต่างๆ ไว้ภายในสุสานของพระองค์ ทรงศรัทธาในเทพอามุนอย่างเคร่งครัดเสมอมา แม้จะทำสงครามรบพุ่งอยู่เสมอ แต่ก็มิเคยละทิ้งราษฎรของพระองค์ ทรงจัดสร้างระบบชลประทานเพื่อช่วยให้การเพาะปลูกได้ผลผลิตดียิ่งขึ้น
ทรงเจริญราชไมตรีกับอาณาจักรข้างเคียงด้วยส่งกองเรือออกไปค้าขายตามหัวเมืองต่างๆ นอกอาณาจักรอียิปต์ แต่เรื่องที่หญิงสาวสนใจที่สุดก็คือเรื่องราวความรักที่ทรงมีให้พระราชินีไร้นาม สตรีอัปลักษณ์ที่ซ่อนพระพักตร์ไว้ใต้หน้ากากทองคำ
จารึกที่กล่าวถึงราชินีพระองค์นี้มีไม่มากนัก แต่ทว่าถ้อยคำที่เอ่ยอ้างถึงพระนางล้วนแล้วแต่ซาบซึ้งกินใจ ฟาโรห์เมนโนฟิสทรงมีพระราชินีที่รักมั่นเพียงพระองค์เดียว บางข้อความกล่าวว่าพระนางงดงามจนพระสวามีโปรดให้สวมหน้ากากไว้เพื่อปิดบังไม่ให้ใครเห็นพระพักตร์
แต่บางข้อความก็กล่าวว่าพระนางอัปลักษณ์จนต้องซ่อนพระพักตร์ไว้ใต้หน้ากากทองคำ แต่ไม่ว่าพระนางจะเลอโฉมหรือว่าอัปลักษณ์ พระนางก็ทรงเป็นยอดดวงใจของจอมราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่เพียงผู้เดียวตลอดกาล
เมษาพยายามแปลอักษรภาพไฮโรกริฟฟิคเพื่อค้นหาว่าฟาโรห์เมนโรฟิสสวรรคตได้อย่างไร แต่หาเท่าไรก็ไม่เจอ ดูเหมือนว่าในพีระมิดแห่งนี้ไม่มีเรื่องราวการสิ้นพระชนม์ของฟาโรห์ลูกครึ่งพระองค์นี้จารึกอยู่เลย ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะชาวอียิปต์โบราณนั้นเชื่อในชีวิตหลังความตาย
เมื่อกษัตริย์ผู้เป็นเจ้าของพีระมิดสวรรคตลง เหล่านักบวชจะนำพระศพมาประกอบพิธีกรรมและจัดทำเป็นมัมมี่ จากนั้นจึงนำไปฝังไว้ในพีระมิดหรือสุสานหลวง พร้อมกับจารึกเรื่องราวและขั้นตอนพิธีกรรมต่างๆ เอาไว้อย่างละเอียด แต่ที่พีระมิดแห่งฟาบานั้นไม่มีเรื่องราวที่กล่าวมาข้างต้นจารึกอยู่เลย
และที่สำคัญไม่มีพระศพขององค์ฟาโรห์ซึ่งผู้คนต่างเล่าขานว่ารูปงามที่สุดในแผ่นดินนอนสงบอยู่ในสุสานที่ทรงสร้างอย่างที่ควรจะเป็น พระองค์เหมือนถูกกลืนหายไปในห้วงเวลาเฉยๆ
เธอเคยคิดว่าอาจจะมีโจรปล้นสุสานเข้ามาขโมยพระศพออกไป แต่เมื่อได้เดินทางไปดูสมบัติล้ำค่าซึ่งขุดพบที่พีระมิดแห่งฟาบา ข้อสงสัยข้อนั้นของเธอก็มีอันต้องตกไป เพราะสมบัติที่เห็นนั้นมากมายเหลือคณา หากโจรปล้นสุสานเคยเข้ามาในพีระมิดแห่งนี้จริง พวกมันก็น่าจะขนสมบัติออกไปมากกว่าจะขโมยแค่พระศพ
“เฮ้อ...” หญิงสาวถอนใจเบาๆ ก่อนจะหันขวับไปมองด้านหลัง เมื่อรู้สึกหนาววูบที่ต้นคอราวกับมีคนกำลังจ้องมอง แต่เมื่อหันไปแล้วก็ไม่พบสิ่งใด นอกจากรูปปั้นขนาดเท่าองค์จริงของฟาโรห์รูปงาม เดี๋ยวนี้เธอเริ่มคุ้นเคยกับดวงเนตรเรียวคมกริบของรูปสลักที่เหมือนจะมองตามเธอไปทุกฝีก้าวแล้ว หญิงสาวส่ายหน้าไปมาก่อนจะหันไปสนใจงานของตัวเองอีกครั้ง
เมษาหยิบรูปถ่ายหน้ากากทองคำกับรูปถ่ายจารึกบนแผ่นทองคำที่สอดไว้ในสมุดบันทึกคู่ชีพออกมาดู เธอได้มันมาในในวันที่กาซิมพาเธอไปชมสมบัติมหาศาลของฟาโรห์เมนโนฟิสที่เก็บรักษาเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กาซิมเชื่อว่าของสองสิ่งนี้จะเป็นกุญแจไขปริศนาลับของฟาโรห์พระองค์นี้
เธอเองพยายามอ่านอักขระโบราณที่จารึกอยู่บนแผ่นทองหลายต่อหลายครั้ง แต่ทว่าอ่านอย่างไรก็อ่านไม่ออก เพราะอักขระเหล่านั้นช่างแปลกตา เหมือนไม่ใช่อักษรภาพไฮโรกริฟฟิคและไม่ใช่อักษรของชนชาติโบราณใดๆ เลย หรือว่าจารึกบนแผ่นทองคำจะยากเกินกว่าความสามารถของเธอที่จะอ่านมันได้
หญิงสาวถอนใจเบาๆ ด้วยหัวใจหนักอึ้ง ก่อนจะยกรูปภาพจารึกบนแผ่นทองคำขึ้นมาดูจนติด คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นเข้าหากันยามเพ่งพิศไปยังรอยขูดขีดที่อยู่ตรงขอบด้านหนึ่งของแผ่นทองคำ
“นี่มันรอยอะไรกันนะ” หญิงสาวพึมพำเบาๆ ก่อนจะหันขวับไปมองด้านหลังเมื่อรู้สึกเหมือนถูกใครจ้องมอง แต่พอหันขวับไปก็ไม่พบสิ่งใดอีกเช่นเคย นอกจากรูปสลักของฟาโรห์เมนโนฟิสที่ดูเหมือนกำลังจ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาอ้างว้าง หญิงสาวสอดรูปถ่ายทั้งสองกลับเข้าไปในสมุดบันทึกอีกครั้ง ก่อนจะผุดลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปยืนเบื้องหน้ารูปสลักฟาโรห์ผู้เป็นเจ้าของพีระมิดแห่งนี้
เมษาสบพระเนตรรูปสลักนิ่ง ก่อนจะยื่นมือไปไล้พระพักตร์คมคายเบาๆ “ฝ่าบาทเกิดอะไรขึ้นที่นี่เพคะ พระองค์หายไปไหน” เงียบไม่มีเสียงใดตอบกลับมานอกจากเสียงหัวใจของเธอเอง
“เฮ้อ...” หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ ด้วยความสะเทือนใจ ฟาโรห์เมนโนฟิสทรงรูปงามยิ่งนัก พระราชินีของพระองค์คงจะรักพระองค์มาก เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าพระนางจะโศกเศร้าอาดูรขนาดไหนในวันที่ทรงสูญเสียพระสวามีไป
ถ้าเป็นเธอคงร้องไห้จนหัวใจแตกสลายเป็นแน่ เพราะคนอย่างเธอยอมพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน แต่ไม่มีวันยอมให้คนที่รักหลุดลอยไป แต่หากสิ่งที่มาพรากเป็นความตายเล่า เธอจะทำอย่างไร ในเมื่อเธอเองก็เป็นแค่มนุษย์ตัวเล็กๆ ที่ไม่มีวันฝืนโชคชะตาได้ ดูอย่างพ่อกับแม่ประไร ทั้งๆ ที่เธอรักท่านทั้งสองสุดหัวใจ แต่ในที่สุดความตายก็พรากพวกท่านไปจนได้
เมษาสะอื้นเบาๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งเศร้า หัวใจที่เต้นอยู่ในอกปวดแปลบขึ้นมาเฉยๆ น้ำตาที่ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไรเอ่อขึ้นมากลบนัยน์ตา
“ฉันอยากช่วยพระองค์ อยากลบแววเศร้าหมองออกไปจากดวงเนตรแสนสวยคู่นี้ อยากให้ทั้งสองทรงสมหวังในรัก”
หญิงสาวเอ่ยเสียงสั่น เธออยากรู้ความจริง อยากลบรอยเศร้าหมองออกจากพระพักตร์คมคายแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี เพียงเสี้ยววินาที เมษาตัดสินใจวิงวอนต่อทวยเทพ ขอร้องให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้เธอได้มีโอกาสลบรอยเศร้าหมองออกจากพระพักตร์งดงาม ให้โอกาสเธอได้เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับพระองค์ให้โลกปัจจุบันได้รับรู้ หญิงสาวพนมมือเรียวขึ้นระหว่างอก ก่อนจะเอ่ยวิงวอนด้วยหัวใจทั้งดวง
“ข้าแต่ทวยเทพผู้ปกปักษ์ดินแดนแห่งลำน้ำไนล์ ได้โปรดดลบันดาลให้ลูกได้มีโอกาสล่วงรู้ความจริงที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ ขอจงช่วยให้ฟาโรห์เมนโนฟิสสมหวังในรักด้วยเถิด...”
สิ้นเสียงร้องขอ พีระมิดที่เคยนิ่งสงบกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง ฝุ่นผงร่วงหล่นลงบนพื้นหิน ก่อนจะลอยฟุ้งไปในอากาศตามแรงลมที่พัดเกรียวอย่างรุนแรง เมษาก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว เธอยกมือปิดปากปิดจมูกพร้อมกับหลับตาแน่น แต่ดูเหมือนฝุ่นทรายก็ยังคงแทรกเข้าไปในจมูกปากของเธอได้อยู่ดี หญิงสาวไอแรงๆ พร้อมกับลืมตาที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาขึ้นมองรอบๆ และสิ่งที่เห็นเบื้องหน้าก็ทำให้เธออ้าปากตาค้าง
ที่กลางห้องเก็บพระศพ หญิงสาวร่างบางอ้อนแอ้นยืนนิ่งอยู่กลางห้อง เธอสวมเครื่องทรงโบราณที่ถักทอด้วยทองคำ ดวงหน้างดงามราวกับเทพธิดา ผมดำขลับยาวถึงกลางหลังคาดทับด้วยเครื่องประดับศีรษะรูปงูเห่า เธอแย้มยิ้มด้วยความเมตตา ก่อนจะเปล่งเสียงหวานพลิ้วออกมาโดยมิได้ขยับริมฝีปากแม้แต่น้อย มันเป็นภาษาที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่น่าแปลกที่เธอกลับฟังออกทุกคำ
“สิ่งที่เจ้าปรารถนาจะเป็นจริง อำนาจศักดิ์สิทธิ์แห่งลุ่มน้ำไนล์จะชักนำเจ้าไปสู่หนทางแห่งชะตากรรม ที่เจ้าเท่านั้นเป็นผู้กำหนด”
เมษาจ้องมองภาพตรงหน้าตาปริบๆ เธอไม่อยากจะเชื่อเลย นี่ขนาดกลางวันแสกๆ นะนี่ เธอ--เธอถูกผีอียิปต์หลอก...
“ผี ผีหลอก...” หญิงสาวพึมพำเสียงสั่น ก่อนจะร้องกรี๊ดดังลั่นแล้ววิ่งเร็วจี๋ออกไปจากห้องเก็บพระศพอย่างรวดเร็ว
“กรี๊ดดดดด”
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
กาซิมเดินเร็วๆ มาตามทางเดินสลัวรางภายในพีระมิดแห่งฟาบา เขามารับเมษาไปทานอาหารเย็นแล้วจะเลยไปส่งหญิงสาวที่โรงแรมด้วย เพราะขณะนี้ได้เวลาเลิกงานของหญิงสาวแล้ว
เมษามีความสามารถในการแปลอักษรภาพไฮโรกริฟฟิคอย่างหาตัวจับยากจริงๆ เธอใช้เวลาไม่กี่วันก็แปลอักษรภาพที่อยู่ในห้องเก็บพระศพได้เกือบหมดแล้ว เขากับเธอเรียนวิชาการแปลอักขระโบราณมาด้วยกัน แต่ดูเหมือนหญิงสาวจะมีความสามารถทางด้านนี้เหนือกว่าเขาหลายเท่านัก
“ช่วยด้วย!!”
น้ำเสียงคุ้นหูที่กรีดร้องมาตามทางดึงให้ชายหนุ่มก้าวเท้าเร็วขึ้น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นวิ่งอย่างรวดเร็ว เมื่อคิดว่าอาจจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับเจ้าของเสียง
“ไอซ์!!” ชายหนุ่มร้องตะโกนด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะผ่อนลมหายใจที่กลั้นไว้ออกมาเมื่อเห็นร่างบางของผู้เป็นเพื่อนวิ่งเร็วจี้ตรงมาที่เขา ร่างสูงใหญ่ตั้งหลักมั่นแล้วอ้าแขนออกรับร่างบางที่ทุ่มตัวเข้ามาในวงแขนด้วยเนื้อตัวสั่นเทา
“เกิดอะไรขึ้นไอซ์ เธอจะวิ่งไปไหน” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลอบประโลมพลางลืบแผ่นหลังที่ยังสั่นระริกของเพื่อนสาวเบาๆ
“ผี กาซิม ฉันถูกผีอียิปต์หลอก” หญิงสาวตอบเสียงอู้อี้ชิดอกผู้เป็นเพื่อน
“เหลวไหล ผีเผอที่ไหนกัน” ชายหนุ่มดุเบาๆ
“ผี ผีจริงๆ นะ ฉันเห็น ในห้องเก็บพระศพโน้น เป็นผีผูู้้หญิงสวยมาก” หญิงสาวหลับตาปี๋พลางชี้มือไปทางด้านหลัง
กาซิมหัวเราะเบาๆ ดันร่างบางออกจากอกพร้อมกับเอ่ยกลั้วหัวเราะว่า “สวยมากเลยเหรอ ไหนๆ อยากเห็นจังเลย”
เมษาหน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อเพื่อนรักเห็นเรื่องที่เธอเล่าเป็นเรื่องตลก หญิงสาวลืมตากลมโตแวววาวขึ้นจับจ้องไปยังเพื่อนหนุ่ม ก่อนจะถลึงตาใส่แล้วเอ่ยว่า “ไม่ใช่เรื่องตลกนะกาซิม ฉันเห็นผีจริงๆ ผีผู้หญิงเธอบอกว่าฉันจะสมหวัง”
ชายหนุ่มหุบยิ้ม ดวงตาดำขลับสบนัยน์ตากลมโตนิ่ง ที่ด้านหลังเหล่าคนงานและผู้ช่วยที่จ้างมาปรับแต่งพีระมิดยืนมุงอยู่ตรงปากทางเข้า พวกเขากำลังซุบซิบกันด้วยภาษาพื้นเมืองอย่างออกรส ซึ่งเรื่องที่คนเหล่านั้นพูดคุยกันไม่ต้องเดาเขาก็รู้ว่าเรื่องอะไร
“ที่นี่ไม่มีผีไอซ์” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเข้มพลางปรายตาไปยังกลุ่มคนที่อยู่ด้านหลัง
“แต่…” หญิงสาวพยายามจะค้าน แต่เพื่อนหนุ่มโบกมือห้าม
“ที่นี่ไม่มีผีไอซ์ ฉันจะพาเธอไปดูเอง” ชายหนุ่มกระซิบเสียงเข้ม ก่อนจะหันกลับไปตะโกนบอกกับเหล่าคนงานที่ยังคงมองมาด้วยความสนใจ “ทุกคนกลับไปทำงานตามหน้าที่ของตัวเอง ที่นี่ไม่มีอะไร คุณผู้หญิงเธอแค่เหนื่อยเกินไปเท่านั้น”
กาซิมรอจนกลุ่มคนงานแยกย้ายกันไปหมดแล้วจึงพาเพื่อนสาวเดินกลับเข้าไปยังห้องเก็บพระศพ
“กาซิมฉันเห็นจริงๆ นะ” หญิงสาวกระซิบเสียงแผ่วจิกเท้ากับแผ่นหินไม่ยอมก้าวเข้าไปในห้องเก็บพระศพ
ชายหนุ่มปล่อยมือจากต้นแขนเรียว แล้วก้มลงกล่าวกับเพื่อนสาวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉันรู้... รู้ว่าเธอไม่ได้โกหก แต่เราจะทำให้คนงานตกใจไม่ได้ พีระมิดแห่งนี้ต้องซ่อมแซมให้เสร็จ ถ้าคนงานตกใจหนีไปเราจะทำยังไง”
เมษากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เธอกลัวจนลืมตัวไป พีระมิดแห่งนี้สำคัญกับกาซิมมาก เขาต้องการปรับแต่งให้แล้วเสร็จในเวลาอันสั้น พวกคนงานพื้นเมืองพวกนี้เชื่อเรื่องอาถรรพ์และคำสาปอยู่แล้ว หากเขาตกใจกลัวจนทิ้งงานไปชายหนุ่มก็จะลำบาก
“ฉันขอโทษ ฉันคงกลัวมากเกินไปเลยลืมคิดเรื่องนั้น” หญิงสาวขอโทษเสียงอ่อย
กาซิมส่ายหน้าไปมาพร้อมกับยิ้มน้อยๆ ด้วยความเอ็นดู “ไม่ต้องขอโทษ เธอไม่ได้ทำอะไรผิด การหมกตัวอยู่ในห้องแคบๆ ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวกทั้งวันอาจทำให้เธอตาฝาดไปได้ แต่ฉันอยากบอกให้เธอรู้ว่าที่นี่ไม่มีผี จะมีก็แต่วิญญาณของทวยเทพที่ปกปักษ์เราชาวอียิปต์เท่านั้น”
ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับพาเมษาเดินกลับเข้าไปในห้องเก็บพระศพ เขาพาเธอไปหยุดยืนกลางห้องพลางผายมือไปรอบๆ “เห็นไหมห้องนี้ก็ยังคงปกติดีทุกอย่าง ไม่มีอะ

