Welcome
Welcome to <strong>mookfah</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

บทที่ 2

"เพราะฉันตัดสินใจช้าไปใช่ไหน ถึงได้ไม่มีเธออยู่ตรงนี้"

เรื่องรักจากปลายปากกา "ฟ้าใส"

คำเตือน..18 พอดิบพอดี...อิอิ


บทที่ 2

Postby white flower on Tue Jun 12, 2007 3:51 am

เงาของคนรัก 2

ชัดเคาะประตูก่อนเปิดเข้าไป เมื่อมีเสียงอนุญาต เขายิ้มอย่างภาคภูมิใจเมื่อเห็นชายหนุ่มที่นั่งหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ปากกายังถืออยู่ในมือเหมือนเขียนอะไรค้างเอาไว้ ชายหนุ่มเลิกคิ้ว เมื่อเห็นเขาเป็นผู้นำแฟ้มเข้ามา

“เลขาฯผม ไม่มาอีกแล้วหรือ” เขาถาม

คำถามที่ชัดได้ยินมาเท่าจำนวนวันที่ชายหนุ่มผู้นี้ มานั่งทำงานในหน้าที่ผู้จัดการ ก็ไม่นานเท่าไร สามวันเท่านั้นเอง

จักรกฤษณ์ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจเมื่อชายสูงวัยกว่าที่ เปรียบเสมือนญาติหัวเราะเบาๆ

“คุณภาไม่สบาย ขอลาอาทิตย์หนึ่ง”

“คุณพ่ออนุญาตเขาหรือครับ”

คิ้วโค้งสวยราวคิ้วผู้หญิงขมวดมุ่น พ่อเขา อนุญาตเลขาฯ ผู้จัดการให้ลางาน ไม่ใช่ตัวผู้จัดการหรือ มิน่า คุณสมบัติ ผู้จัดการเก่าถึงลาออก อ้างสาเหตุของโรคหัวใจที่รุ่มเร้าเข้าทุกวัน แล้ว ทำให้เขาต้องลากสังขารมานั่งเก้าอี้ตัวนี้ เพราะพ่อขู่ว่า ถ้าเขาไม่นั่ง ก็ปล่อยให้มันว่างไว้อย่างนี้ล่ะ

“ครับ”

ชายหนุ่มขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำตอบคลอหัวเราะ ของ อาชัด ผู้ช่วยส่วนตัวของพ่อเขา พี่เลี้ยงวัยเด็กของเขา แล้วตอนนี้ เลขาฯชั่วคราว อ่านเอกสารที่ชายสูงวัยพามา ก่อนเซ็นชื่อกำกับส่งคืนให้

“วันนี้ผมไม่มีนัดที่ไหนใช่ไหม”

“ครับ” ชัดรับคำ มองนายหนุ่มอย่างฉงนเล็กน้อย

“ดี! เย็นนี้เราไปเยี่ยมเลขาฯ ผมกัน อาชัดช่วยหาของเยี่ยมให้ผมด้วย”

“ครับ”

ชัดก้มศีรษะรับคำ นึกขำในใจ ผู้จัดการหนุ่ม ลูกชายคนเดียว กับเลขาฯผู้จัดการที่ท่านประธาน ถือหางเข้าข้างสุดตัว คราวนี้ เจ้านายใหญ่ของเขาจะเข้าข้างใครล่ะ

เย็นวันนั้น ผู้จัดการคนใหม่ที่ภารดีได้ทราบข่าวจากเพื่อนสาว ได้มาเยือนถึงที่บ้านของเธอ

“คุณชัด ท่านมีธุระกับฉันหรือคะ”

วิภามารดาของภารดีออกมาต้อนรับ เมื่อจำคนที่มายืนอยู่หน้าประตูบ้านได้ รับไหว้บุรุษต่างวัยทั้งสอง

“ไม่หรอกครับ คุณกฤษณ์เธอจะมาเยี่ยมเลขาฯ เห็นป่วยอยู่หายวัน” ชัดบอกอย่างสำรวม

“ป่วยอะไรคะ” วิภาบ่นอย่างถือสนิทกัน

“ร้องไห้ๆ อยู่ๆ ก็ร้องไห้ ฉันกลุ้มอยู่นี่ ไม่ทราบว่าแกคิดยังไง เชิญรอที่ระเบียงด้านหลัง ฉันจะไปตามให้”

ชัดพยักหน้าให้เจ้านายของเขา แล้วกระซิบบอก

“ผมจะไปดูต้นไม้ คุณท่านให้เอามาให้ ไม่รู้มันแตกกอหรือยัง”

“ผมไปด้วยซิ”

“คุณไปรอพบคุณภาเถอะ เธอเบื่อขี้หน้าผมจะตายแล้ว”

ชัดบอก เลี่ยงลงบันไดไป ชายหนุ่มส่ายหน้า ออกเดินไปตามระเบียงที่แล่นรอบตัวบ้าน ไปด้านหลัง ชายหนุ่มเลี้ยวซ้ายเมื่อสุดทาง มีทางเดินแคบๆ ประมาณ 1 เมตร เข้าไปสู่ส่วนที่เรียกว่าหลังบ้าน ระเบียงยื่นเข้าไปในสระบัวกว้าง มีหลังคาโปร่งสบาย ตั้งโต๊ะ เก้าอี้เขียนหนังสือ ยังมีเสื้อปูนั่งหมอนอิงหลายใบ หนังสือ แสดงถึงความชอบของเจ้าของบ้าน ชายหนุ่มเดินอ้อมโต๊ะทำงานไปชะโงกผ่านของลูกกรง น้ำใสแจ๋ว ปลาว่ายมาอ้าปากขออาหาร ด้วยความเคยชิน เขาอมยิ้ม หันหลังพิงสะโพกเข้ากับระเบียง
ไม่ได้ตั้งใจจะดูจริงๆ แต่...กระดาษสีชมพูที่มีรอยด่างนั่น เป็นปริศนาชวนให้ติดตาม น่าสนใจ ชายหนุ่มชะโงกไปดู

“แจ้จ่ะ ฉันรักแจ้”

ตาชายหนุ่มวาบขึ้น เมื่อเห็นประโยคแรก เขาเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาอ่าน ข้อความบางตอน พร่า ไม่ชัดด้วยถูกรอยน้ำตา เขาอ่านจนจบ ปากเหยียดยิ้มนิดๆ ก่อนปล่อยให้กระดาษแผ่นนั้นลอยตามสายลม ปลิวคว้างก่อนร่วงลงสู่สระน้ำ

“แจ้” ภารดีอุทานเมื่อเห็นเงาหลังตรงของชายหนุ่มที่รออยู่ แต่เมื่อเขาหันกลับมามองเธอด้วยแววตาเฉยเมย ธอถึงรู้ว่าเขาไม่ใช่แจ้ แววตาของแจ้พราวด้วยรอยยิ้ม วาววับ อย่างอารมณ์ดี เขาไม่ใช่แจ้ แม้จะเหมือนกันมาก็ตาม ไม่มีรอยยิ้มอวดเขี้ยวเกๆ คู่นั้น

“ขอโทษค่ะ ฉันคิดว่าคุณเป็นเพื่อนของฉัน”

“คุณภารดีใช่ไหมครับ”

แม้แต่เสียงก็เหมือนแจ้ แต่เขาไม่ใช่แจ้เธอบอกย้ำกับตัวเอง เขาไม่มีเขี้ยวเกเร ไม่ว่าจะข้างซ้ายหรือข้างขวา

“ค่ะ” เธอรับคำ ยิ้มเล็กน้อย
“คุณคงเป็นผู้จัดการคนใหม่ของดิฉัน ขอโทษด้วยค่ะ ที่ไม่ได้ไปทำงาน ดิฉันไม่ค่อนสบาย ไปทำงานอาจจะผิดพลาด ทำให้เป็นผลเสียแก่บริษัท คุณคงให้อภัย”

“คุณคงทราบกฎของบริษัท พนักงานถ้าลาเกินกว่าสามวัน ต้องแนบคำรับรองแพทย์มาด้วย” เขาบอก

ภารดีเริ่มคันมือ เกิดอาการอยากกระตุกให้กระทบกับใบหน้าใครบางคน เธอซุกมือลงในกระเป๋ากระโปรงกางเกง ที่สวมอยู่

“ฉันไม่สบายใจ ผู้จัดการพอจะแนะนำแพทย์ให้ได้ไหมคะ”
เธอตอบยวนๆ สู้สายตากับเขาอย่างไม่ยอกมแพ้

“นั่นเป็นเรื่องของคุณ” เขายักไหล่ เธอก็ยักไหล่กลับบ้าง

“ฉันเรียนท่านผู้อำนวยการแล้วก่อนที่จะขอลา ท่านก็อนุมัติแล้ว”


“คุณควรจะทำตามระเบียบ”

ภารดียักไหล่อีกครั้ง วางมือลงบนโต๊ะ กระดาษที่เธอเขียนไว้หายไป หญิงสาวพยายามมองหาไปรอบๆ บริเวณนั้น

“แจ้จ้ะ ฉันรักแจ้”

เธอหันขวับไปทางต้นเสียง เขาไม่ได้หันมาทางเธอ แต่ทอดสายตาไปทางสระน้ำ บอกโดยไม่หันกลับมาดูเธอ

“ถ้าคุณหากระดาษที่เขียนข้อความอย่างนี้ มันอยู่ในสระ”

ภารดีถลามาชิดลูกกรง ชะโงกไปดูอย่างไม่กลัวตก แล้วหันกลับมามองคนที่ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้อย่างโกรธๆ

“คุณอ่านมันหรือ”

“ก็..ไม่มีคำห้ามอ่าน” กิริยาเลิกคิ้ว ยั่วโทโสหญิงสาว

“เสียมารยาทอย่างที่สุด คุณทิ้งมันลงไปซิ”

“ถ้าคุณจะคิดอย่างนั้น” ชายหนุ่มตอบด้วยท่าทางไม่เดือดร้อน

ถ้าความโกรธของภารดีเป็นไฟ มันคงจะเผาบุรุษตรงหน้าเป็นขี้เถ้า

ภายในพริบตาก่อนที่ชายหนุ่มจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ภารดีก็กระโจนลงสระแล้ว เขาทำท่าจะอุทานอะไรออกมา แต่ก็ไม่ทำ

“อะไรตกน้ำจ้ะภา” วิภาถาม ยกถาดเครื่องดื่มออกมา เธอลูปอกอย่างตกใจ ที่เห็นสาวน้อยลงไปลอยคออยู่ในสระ

“ภา ลงไปทำอะไรลูก”

ภารดีโกรธผู้จัดการคนใหม่ก็โกรธ โกรธมารดาเธอก็โกรธที่ท่านถามคล้ายจะล้อเธอ เธอโกรธจนกลายเป็นขัน

“อ้าวคุณภา อากาศก็ไม่ร้อนนี่ครับ” ชัดถาม เขาเดินดูต้นไม้มาถึงริมขอบสระพอดี

ภารดีทำหน้าบึ้ง คว้ากระดาษสีชมพูได้ ก็ดำวูบลงใต้น้ำ มาโพล่ที่บันไดขึ้น ข้างๆ ระเบียง มองมือแข็งแรงที่ยื่นมาช่วยอย่างเฉยเมย

“รีบไปอาบน้ำเร็วภา เดี๋ยวเป็นหวัด”

“เหอะ ภาเรอะ จะเป็น” ยังมั่นขาดเสียง เธอก็จามออกมา

“นั่นเห็นไหม” วิภาขู่

“คราวนี้ฉันคงหาคำรับรองแพทย์ได้แล้วมั่ง” ภารดีพูดลอยๆ ก่อนเดินออกไป


จักรกฤษณ์มองหน้าพี่เลี้ยงเขาที่เปิดประตู้เข้ามาพร้อมแฟ้มงาน

“ไม่มาอีกแล้วหรือ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถาม

“ครับ” ชัดรับคำยิ้มขันๆ

“ควรจะถูกหักเงินเดือนหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มปรารภ

“เธอไปเรียนขออนุญาตกับนายท่านแล้วครับ เมื่อวานนี้”

“เอ ทำไมผมไมไทราบ คงตอนผมออกไปตอนบ่าย”

ชัดยิ้มรับ

“คราวนี้ขอลาอีกกี่วันครับ” เขาถามอย่างหงุดหงิด

“สองวันครับ คุณคงเห็นหน้าผมพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้าย”

ชายหนุ่มพยักหน้ารับทราบ หยิบปากกาขึ้นมา แล้วอดถามไม่ได้

“อาชัดทราบไหมครับ เขาลาด้วยสาเหตุอะไร”

“เป็นหวัดครับ” ชัดตอบพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง




white flower
 
Posts: 29
Joined: Sun Jun 10, 2007 4:09 pm

Return to เงาของคนรัก

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron