Welcome
Welcome to <strong>mookfah</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

ตอนที่2

“เบสเต้...ข้าไม่รู้ล่วงถึงความฝันนั้นว่าข้าจะกระทำเยี่ยงใดต่อไป...แต่หากข้าเจอเหตุการณ์เยี่ยงนั้นจริงๆ เจ้าก็ย่อมรู้ ไม่ว่าเทพเจ้าองค์ใดก็ไม่สามารถเปลี่ยนหัวใจของข้าให้เลิกรักราชิคได้”

นิยาย รักโรแมนติกแฟนตาซีโดย พลอยชนา

ตอนที่2

Postby polychana on Sun Jun 10, 2007 4:25 am

ประตูทองคำบานคู่ขนาดใหญ่ถูกผลักให้เคลื่อนเปิดอย่างช้า มันส่งเสียงอื๊ด...อ๊าด บอกให้รู้ถึงน้ำหนักของตัวมันเอง บุรุษหนุ่มผู้ที่เดินก้าวผ่านเข้ามาสวมรองเท้าที่ทำด้วยหนังสัตว์บ่งให้รู้ถึงฐานันดรที่เหนือกว่าผู้ใดในดินแดนแห่งนี้ ท่อนพระวรกายมิได้เปลือยเปล่าเหมือนเหล่าทหาร ทรงพระภูษาซึ่งทอจากลินินเนื้อดีตวัดไว้บนพระอังสา หากแต่ยังเห็นนวลพระฉวี องอาจอย่างวัยหนุ่ม และท่อนล่างทรงพระภูษาสั้นจับจีบรอบองค์ลักษณะโดยรวมของเด็กหนุ่มผู้งามสง่า ดูน่าเกรงขามด้วยเพราะทหารหนุ่มที่ติดตามมาเบื้องหลังนั้น ก้มหน้ายืนนิ่งทันที ที่เด็กหนุ่มนั้นหยุดเดิน

“เจ้าน่าจะบอกเราเสียแต่แรกว่า เสร็จพ่อทรงมีรับสั่งเรียกหาข้าให้ไปพบวันนี้” คำตำหนิด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ก้องกังวานชัดเจนทุกถ้อยคำ แม้จะมีเสียงรองเท้าที่เสียดสีกับพื้นดังขึ้น ทุกครั้งก้าวย่าง บอกให้รู้ว่าเจ้าชายไม่สบอารมณ์ที่ต้องเข้าพบพระบิดา

“ก็คงจะเรียกข้าไปดูตัวนางใดนางหนึ่งอีกตามเคย ถ้าข้ารู้ตั้งแต่แรก” เจ้าชายหันพระพักตร์กลับมามองหน้า ทหารหนุ่มที่ยืนก้มหน้านิ่ง

“ข้าจะได้อยู่ที่ปิรามิดนั่นจนพลบค่ำ…ว่ายังไงเจ้าเพื่อน ทำไมจึงไม่บอกข้าตั้งแต่ที่ข้ายังอยู่ที่ปิรามิดนั่น”

“ฝ่าบาทจะให้หม่อมฉันทูลตอบกลับไปอย่างไรพระเจ้าข้า ถึงอย่างไรหม่อมฉันก็มิบังอาจขัดรับสั่งองค์ฟาโรห์ได้” องค์รักษ์หนุ่มอ้ำอึ้งที่จะตอบ จะเข้าข้างฝ่ายไหน ก็ดูจะเข้าตัวเองเสียสิ้น

“เอาเถอะ...หากข้าได้ขึ้นเป็นฟาโรห์วันใด ข้าจะได้จดจำไว้จนวันตาย ใครก็อย่าได้หมายขัดใจข้า” เจ้าชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียบเรียบๆหากฟังแล้วน่าเกรงขามยิ่งนัก จนอีกฝ่ายที่รับฟังอยู่ ต้องแอบกลืนน้ำลายลงคอเงียบๆ เพราะถึงแม้จะยังไม่ได้ขึ้นครองราชบัลลังค์ ใครๆต่างๆก็รู้ในแผ่นดินแห่งนี้ ว่าพระบิดาตามพระทัยเจ้าชายไซอัสเพียงใด ใครก็อย่าได้หมายขัดใจ แม้แต่พระบิดาเองสิ่งใดที่เจ้าชายทูลขอหากไม่เหลือกำลังมีหรือที่จะขัดพระประสงค์ ก็ดูเอาเถิดทรงรับสั่งให้สร้างมหาปิรามิดที่ยิ่งใหญ่เพียงเพราะเจ้าชายไซอัสมีพระประสงค์

“ไม่ต้องเสนอหน้าทูลพระบิดา ว่าข้าไปที่ใดมา มีสิ่งใดข้าจะทูลตอบเอง” พอรับสั่งตรัสเสร็จแล้ว ก็ย่างพระบาทอย่างไม่สบพระทัยไปยังห้องทรงงานของพระบิดาทันที


“มาแล้วหรือไซอัส พ่อมีเรื่องจะถามเจ้า” ฟาโรสคาโอสตรัสถามขึ้นทีเมื่อเห็นพระโอรสเดินก้าวผ่านประตูเข้ามาในห้อง

ฟาโรห์คาโอสแจกแจงร่ายยาว สุดท้ายสิ่งที่เจ้าชายไซอัสจับใจความได้ก็ไม่พ้นเรื่องเดิมๆ เรื่องของอิสตรี

“พระบิดา” บุตรชายแห่งเทพเจ้าทูลถามด้วยน้ำเสียงกึ่งรำคาญแต่ก็ยังมีความเคารพอยู่ในที

“หากท่านจะรับนางใดมาเป็นนางห้าม ท่านมิต้องเรียกให้ข้ามาดูนางพวกนั้นหรอก ข้ามิได้สนใจอิสตรีของท่านแม้แต่น้อย หากนางเหล่านั้นมีมาก จนเหลือใช้ ใยไม่แบ่งไปให้ทหารสนิทของข้าบ้างเล่าท่านพ่อ”

“เจ้าก็รู้นางเหล่านั้นมาอยู่ในฐานะอะไร และเพื่ออะไร เจ้าก็แค่รับไว้ มันสร้างความลำบากใจให้เจ้ามากนักหรือ”

“ถ้าเช่นนั้น พระบิดาก็รับนางไว้ดูเองเถิด มิต้องแบ่งปันนางหนึ่งนางใดมาให้ข้าหรอก ข้ามิได้ต้องการแม้แต่น้อย”

“เจ้าย่อมรู้อยู่ที่ตัวของเจ้าเองว่ากาลภายหน้า ตำแหน่งฟาโรห์ย่อมมิได้เป็นของพ่อ พ่ออยากให้เจ้า จงเรียนรู้ว่าสตรีแต่ละนางเป็นเช่นใด เพราะสตรีเหล่านั้นมิใช่ลูกไพร่ลูกทาส หากแต่เป็นถึงธิดาของชนชั้นปกครองในหัวเมืองต่างๆ ทั้งบางนางก็ยังเป็นธิดาขุนนางที่เจ้าจะต้องเรียนรู้ผูกสมัครนางไว้เพื่อมิให้บิดาและญาติของนางเหล่าแปรพักตร์เป็นศัตรูแก่เราเอง”

“เอาเถิดพระบิดา ท่านตรัสเช่นนี้ทุกครั้งที่เรียกข้ามา มาครั้งนี้ นางใดกันเล่าที่ท่านมีพระประสงค์จะยกให้เป็นนางห้าม”
พลอยชนา
polychana
 
Posts: 3
Joined: Sun Jun 10, 2007 4:12 am

Return to มัมมี่ยะ หัวใจรักข้ามภพ

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron