ดวงตาของรสรินเบิกกว้างขึ้น เมื่อเธอรับรู้ถึงอะไรอุ่น ๆ ที่ปิดปากเธอไว้ ภูวดลที่เสียหลักล้มลงบนตัวหญิงสาวก็เช่นกัน ตอนแรกเขาแค่ต้องการแกล้งหญิงสาวตรงหน้าด้วยความโมโห แต่ทำไมไม่รู้ถึงได้ล้มลงทับร่างนี้ไว้อย่างแนบแน่น
เมื่อรสรินรู้สึกตัวแล้ว หญิงสาวจัดการพลักร่างที่ล่มทับเธอออกไป ใบหน้าของหญิงสาวแดงก่ำด้วยความอายปนโกรธ ที่เธอต้องเปลือยเปล่าให้ชายหนุ่มตรงหน้าดูเป็นครั้งที่สอง หญิงสาวไม่รอช้ารีบโกยผ้ามาไว้ที่ตัวให้มากที่สุด ก่อนที่น้ำตาเม็ดโบ้งจะรินไหลออกจากเบ้าตา
ดูเหมือนว่าภูวดลเองก็จะตกใจมิใช่น้อยที่เห็นหญิงสาวตรงหน้ามีน้ำตา ด้วยความเผลอตัว มือของชายหนุ่มเอื้อมไปปาดน้ำตาออกจากแก้มนวล ดวงตาของทั้งคู่ประสานกัน ก่อนที่รสรินจะหลบตาลงพร้อมทั้งปัดมือนั้นออกไป ซึ่งก็เป็นผลให้ภูวดลรู้สึกตัว ชายหนุ่มลุกขึ้นพร้อมทั้งพูดด้วยน้ำเสียงติด ๆ ขัด ๆ
"เอ่อ..ผมจะหาเสื้อผ้าให้คุณละกัน รอนี้นะเดี๋ยวมา"
จากนั้นภูวดลก็เดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้รสรินนั่งหน้าร้อนเห่อขึ้น ด้วยความที่อายไม่หาย เพียงชั่วครู่ ชายหนุ่มร่างสูงก็เดินเข้ามาพร้อมด้วยเสื้อเชิ๊ตตัวใหญ่ ที่พอใส่แล้วยาวถึงเข่า เธอทีเดียว รสรินเอ่ยขอบคุณชายหนุ่มทันที
"ขอบคุณนะ" ภูวดลพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินออกไป แต่รสรินไม่ยอมให้ไปง่ายๆ
"นี่นาย...ฉันขอให้โทรศัพท์ได้ใหม...ฉันสัญญานะว่าจะไม่บอกว่าฉันโดนนายจับมานะ...นะ" หญิงสาวจับมือของชายหนุ่มเขย่า ภูวดลมีท่าทีชั่งใจ เขาเองก็ไม่อยากให้แม่ของหญิงสาวเป็นห่วง จึงได้ยื่นโทรศัพท์มือถือเครื่องจิ๋วให้ พร้อมทั้งสำทับ
"ผมให้คุณใช้ได้ แต่ถ้าคุณบอกว่าคุณอยู่ที่ไหน หรืออยู่กับใคร ผมรับรองได้เลยว่า คุณจะไม่ได้ใช่มันอีกแน่" รสรินพยักหน้า ก่อนจะกดเบอร์ถึงพ่อและแม่ของเธอ โดยที่ภูวดลยังคงยืนอยู่ตรงนั้น
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นภายในบ้านของคุณวิมาริน ทำให้ ธีรภัทร ที่ยืนอยู่บริเวณนั้น รีบกดรับทันที
"สวัสดีครับ" เสียงทักทายของธีรภัทรดังขึ้น ทำให้รสรินยิ้มออกมา เธอกรอกเสียงโดยเร็ว
"พี่ธีร์ นี้รสเองนะคะ"
"รส...รสอยู่ที่ไหน" ธีรภัทรกดเปิดอินเตอร์โฟนให้ได้ยินกันทั่ว ทำให้คุณวิมาริน ผู้เป็นแม่ของรสรินและคุณนฤพลผู้เป็นพ่อ รีบถามขึ้นทันที
"ยัยรสหรอลูก รสอยู่ที่ไหน มันทำอะไรลูกบ้าง" รสรินร้องไห้ออกมา เธอคิดถึงพ่อและแม่ของเธอมาก แม้ว่าจะไม่กี่วันก็เถอะ เธอรู้ว่าแม่ของเธอต้องเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน
"รสบอกไม่ได้ค่ะ แต่พ่อ แม่ พี่ธีร์ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ รสไม่เป็นอะไรค่ะ"
"จะไม่ให้แม่เป็นห่วงได้ยังไงละรส ลูกทั้งคน" น้ำเสียงของคุณวิมารินดีขึ้นทันที ที่ได้ยินว่าลูกของเธอไม่เป็นอะไร
"ค่ะ รสรู้ แต่รสไม่เป็นอะไรจริงๆ แม่ค่ะ รสต้องวางก่อนแล้วนะคะ พี่ธีร์ รสฝากดูแลแม่แทนรสด้วยนะคะ ไว้รสจะติดต่อกลับไปอีกค่ะ"
รสรินสังเกตเห็นว่าชายหนุ่มเจ้าของเครื่อง เดินเข้ามาใกล้ ๆ เธอจึงรีบบอกคนในครอบครัวของเธอทันที พร้อมทั้งกดตัดสาย
หญิงสาวส่งโทรศัพท์ให้ชายหนุ่ม ก่อนจะกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ชายหนุ่มทำท่าไม่สนใจ เดินออกไปภายนอกห้องทันที หากแต่ถ้ามีกระจก เธอคงจะเห็นว่า มีรอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า
..........................................
รสรินตีลังกา กลิ้งไปกลิ้งมาอย่างเบื่อหน่าย วันนี้ภูวดลไม่อยู่บ้าน แต่ก็ยังคงปิดประตูลงกร ขังเธอไว้อย่างดี แต่ชายหนุ่มที่จับเธอมาก็ยังคงมีน้ำใจที่หาอาหารมาไว้ให้เธอทาน หญิงสาวถอนหายใจออกมาดังๆ เธอไม่เคยที่จะอยู่นิ่งเธอ พอเธอเรียนจบ ก็เข้าบริหารกิจการของครอบครัวทันที แต่นี้ เมื่อต้องมาอยู่เฉยๆ มันทำให้เธอรู้สึกแย่มากๆ
รสรินมองไปยังประตูที่ปิดอยู่ เธอเคยคิดที่จะหนีอยู่หลายครั้ง ในรอบวัน แต่ก็ต้องหยุดความคิดนั้นทันที เพราะรอบๆนั้นไม่มีอะไรเลยนอกจากต้นไม้ใหญ่ แถมหน้าต่างยังติดเล็กดัดอย่างดีอีกต่างหาก
"ฮึ...อย่าให้แม่หนีไปได้นะ จะจับเข้าคุกเสียให้เข็ด" รสรินทำเสียขึ้นจมูก
แต่แล้วประตูที่ปิดอยู่ก็เปิดออก พร้อมกับชายหนุ่มร่างสูงที่เข้ามา ในสภาพเมามาย ใบหน้าของเขาเครียดคลึง ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั้งตรงโซฟาอย่างหมดแรง วันนี้ภูวดลไปงานศพของแฟนสาวมา ภูวดลเอามือกุมศรีษะน้ำตาของเขาไหลออกมา เพียงเวลาไม่กี่วัน เปลี่ยนจากวันที่เขาจะต้องมีความสุขที่สุด กลายเป็นวันที่เลวร้ายที่สุด ทำไม...ทำไมต้องเป็นเช่นนี้ด้วย ทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดกับเขา ดวงตาของเขาทอดมองไปยังห้องที่หญิงสาวที่เขาจับมา เขายิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปยังห้อง ๆ นั้น
ประตูห้องของรสรินถูกเปิดออกอย่างแรง จนหญิงสาวเจ้าของห้องถึงกับสะดุ้ง ก่อนจะรีบถอยหนีเมื่อเห็นว่าชายที่จับเธอมาตอนนี้อยู่ในสภาพเมามาย เธอไม่ควรจะอยู่ใกล้เขาตอนนี้
"นายเข้ามาทำไมนะ"
