by white flower on Mon Jun 18, 2007 11:49 pm
กณิการ์โบกมือให้เพื่อนรับคำเป็นรอบที่ห้าร้อยได้ว่าก่อนสี่โมงเย็นจะกลับมาพบกันที่นี่
“น่า...กิ๊ฟเป็นเด็กกรุงเทพมาหลายปีแล้วไม่หลงหรอก”
“ไม่ได้กลัวกิ๊ฟหลง กากลัวกากะพี่ปุ๊หลงต่างหาก” สาวตาคมโบกมือให้
“อย่าลืมมารับเด็กบ้านนอกกลับบ้านด้วยล่ะ”
กณิการ์แลบลิ้นตามหลังอย่างไม่นึกถึงวัย ก่อนก้มลงมองตัวเองขำๆ เสื้อผ้าที่บ้านมีแต่ชุดสมัยที่ใส่ตอนวัยละอ่อนที่มีกางเกงเอี๊ยม กระโปรงเอี๊ยมเป็นส่วนใหญ่ วันนี้เลยใส่กางเกงยีนเอี๊ยมกับเสื้อยืดแขนกุด มีเสื้อยีนผูกรอบเอว ใส่กันหนาวมาในรถพอถึง กทม.ร้อนตับแลบเหมือนเคย
เอาล่ะ ถึงเวลาปฏิบัติหน้าที่แล้ว ตั้งแต่ตอนที่รู้ว่าเพื่อนเก่าจะแต่งงานแถมโยนการเตรียมงานมาที่เธอ เพราะกรรณิการ์ต้องเตรียมตัวหลายเรื่องทั้งติดต่อราชการ หาที่อยู่ทางโน้น และยังญาติผู้ใหญ่ที่เหลือ บ้านช่องจะทำยังไง กณิการ์เลยเต็มใจช่วยเพื่อน
กณิการ์สำรวจตลาดในบ้านเกิดมาแล้วว่าอะไรราคาเท่าไร ต้องใช้อะไรบ้าง หญิงสาวยิ้มกว้าง พี่ปุ๊สึกเมื่อวันก่อน เดินตามหลวงพ่อเป็นลูกศิษย์วัดอีกวัน แล้วเย็นก็ชวนกันนั่งรถมาเมืองหลวงถึงเช้าพอดี หญิงสาวชูมือเหยียดเหนือศีรษะเชียร์ตัวเองอย่างไม่สนใจคนมองก่อนกระโดดขึ้นรถประจำทางที่หมายตาเอาไว้
เดินสำเพ็งอีกครั้งหาของชำร่วยแต่งงานให้คนอื่น แต่ครั้งนี้ด้วยความมั่นใจ ฮาฮาฮาจะไม่มั่นใจได้อย่างไร เจ้ากา สั่งมาเสร็จสรรพว่าอยากได้อะไร หน้าที่ของเธอคือหาที่ราคาต่ำที่สุด
งานแต่งงานแบบเรียบง่าย เลี้ยงพระตักบาตรเช้า เลี้ยงคนไปถึงเที่ยง จัดเก็บ เรื่องกับข้าวกับปลา แม่สา อาสารับจัดเตรียมให้ สิ่งที่สาวกิ๊ฟต้องดูแลคือ ของชำร่วย ชุดแต่งงาน และการ์ดเชิญ อ้อ และดูแลงานเลี้ยง เธอกับกรรณิการ์ไปดูฤกษ์ยามตั้งแต่พี่ปุ๊ยังไม่สึก เจ้ากาไม่สนใจคำเปรยๆ ของเธอเลยว่าสึกพระ
มุดซอกนั้นออกซอยนี้ กณิการ์ก็ได้ของชำร่วยตามใบสั่งของเพื่อน ทั้งคู่เลือกถุงเงินถุงทอง เรื่องการ์ดแต่งงาน ที่บ้านคิดราคาแพงกว่านิดหน่อย เมื่อไม่ต้องสั่งเยอะ อุดหนุนบ้านเกิดแล้วกันออกมาถนนใหญ่กำลังจะหาแหล่งของกิน โทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียงก่อน เสียงเรียกเข้าที่ไม่ได้ยินมานาน นาน...สักเจ็ดวัน
“กิ๊ฟกั๊บ” กณิการ์รายงานตัว
“อยู่ไหน” เสียงที่ตอบมา เสียงห้าว คุ้นหู
“สำเพ็ง” สาวตัวเล็กตอบอย่างเซ็งๆ เดี๋ยวๆ ต้องจิกให้ไปหา ทำไม ทำไมต้องแพ้ดวงเจ้าสองคนนี้ด้วย สองคนไหนนะหรือ ก็สาวฝ้ายกับหนุ่มยอร์ชนะซิ
“ไปทำอะไรสำเพ็ง”
“มาซื้อถุงเงินถุงทอง” กณิการ์เผลอตอบ
“ว้าว” ตามด้วยเสียงผิวปากเปี้ยวอย่างถูกใจ
“กิ๊ฟจะแต่งงาน กิ๊ฟจะแต่งงาน”
“ไ(อ้)” ยังไม่ทันจะอ้าปาก เพื่อนหนุ่มก็สวนมาเสียก่อน
“มากินข้าวกัน” เสียงหนุ่มยอร์ชบัญชามา
“เอาแฟนมาให้ดูตัวด้วยล่ะ ฮาฮาฮา ถ้าไม่ผ่านพระเจ้ายอร์ชคนนี้ กิ๊ฟเอ๋ย นายไม่ได้แต่งแน่ๆ”
“เรื่องของฉันเกี่ยวอะไรกะนาย เจ้ายอร์ช”
ยอร์ชไม่สนใจเสียงเขียวๆ ของเพื่อนสาว
“ฝ้ายเหมือนรู้เลยบอกให้ยอร์ชโทรหากิ๊ฟ มากินข้าวกันน้า” เพื่อนหนุ่มหยอดเสียงอ้อน
“นายกะฝ้ายอยู่ไหน” กณิการ์ถอนหายใจถามกลับ ยังไงก็ ต้องไปหาอยู่แล้ว เจ้ายอร์ชน่ะยังไงก็ได้ แต่สาวฝ้าย สาวกิ๊ฟคอหด
“ที่ทำงานฉันนะซิ” เสียงหนุ่มยอร์ชบอกมา “มานะ นะ”
“จ้า เดี๋ยวไป” กณิการ์ตอบ เธอจำที่ทำงานของเจ้ายอร์ชได้
เปลี่ยนเป้าหมายจากหาร้านอาหารเป็นรถโดยสารแทน กำลังจะโบกแท็กซี่แต่รถประจำทางวิ่งเข้าป้ายพอดี ว่างมีที่นั่ง กณิการ์กระโดดขึ้นรถทันทีก่อนจะทันคิดอะไรทั้งสิ้น
ก่อนจะบ่นอุบอิบกับอากาศร้อนจนถึงป้ายใกล้บริษัทเพื่อน กณิการ์กระโดดลงพร้อมเจ้าถุงของชำร่วยที่ถึงไม่มาก แต่ก็หนักพอดู
“กิ๊ฟ”
“กั๊บ” กณิการ์ขานตอบตามความเคยชินก่อนเหลียวมองหา ใครหว่าเรียก เรียกเธอหรือเปล่า สาวกิ๊ฟไม่แน่ใจนัก สายตาเรดาร์ของเธอจับหมับที่หนุ่มตัวสูงเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเหลืองอ่อนยังเรียบกริบ ที่ตรงรี่เข้ามาหา สาวน้อยต้องแหงนคอมองสวนตะวัน ก็ถอยไม่ได้นี่น่า
“กิ๊ฟ”
อ่ะชัด ใครหว่า ไม่ใช่เจ้ายอร์ชแน่
“กั๊บ” ขานไปแล้วก็อดหน้าร้อนไม่ได้ นี่ขานตามความเคยชินอย่างเดียวเลยนะ ไม่ได้อยากดัดจริตเลย พอเขินก็อดดึงผมม้าเล่นไม่ได้ มันหายไปไหนหมด ก่อนจะนึกได้ว่าเข้าสำเพ็งร้อนมากเลยผูกจุกเอาไว้ กณิการ์หน้าแดงแจ๊ด รีบตะกุยเอายางมัดจุกน้ำพุออก โธ่ มันอะไรกันนักหนา เจ้ายอร์ช สาวกิ๊ฟคำรามโทษเพื่อนไว้ก่อน ถ้าไม่เพราะเพื่อนเรียกให้มากินข้าวด้วย เธอก็ไม่ต้องอับอายขายขี้หน้าอย่างนี้หรอก
“มาทำไมแถวนี้” โชคชัยก้มหน้าถามสาวไซด์จิ๋วที่วันนี้แต่งตัวกระชากวัยมาก ด้วยเสื้อยืดกางเกงเอี๊ยม แถมยังหมัดผมข้างหน้าเป็นจุกไว้เสียอีก สาวเจ้าคงรู้ตัว เลยเอามือลูบๆ ดึงจุกออก ทำเอาหน้าเด็กลงไปอีก ชายหนุ่มยิ้มกว้าง
กณิการ์ตาพร่าไปกับยิ้มกระชากหัวใจ โอ๊ยหัวใจหายไปกับรอยยิ้ม คนยิ้มได้อย่างนี้ ต้องเก็บไว้ในจอตู้อย่างเดียว ปล่อยออกมาเพ่นพล่านได้ยังไง แล้ว...นี่ใครกัน รู้จักเธอได้ยังไง หญิงสาวทบทวนความจำเร็วจี๋
“มาหาใครหรือ” โชคชัยถามซ้ำ ด้วยความที่อารมณ์ดี เสียงถามเลยยังเจือแววหัวเราะที่กณิการ์ต้องกลั้นเสียงกรี๊ดไว้สุดฤทธิ์ โอ๊ย เสียงอย่างนี้ ใจละลาย
“มาหายอร์ช” สาวน้อยตอบเหมือนละเมอ
“ยอร์ชแฟนฝ้ายนะหรือ”
คิ้วขมวดฉับเหนือดวงตาคมที่พร่างพราวด้วยแววหัวเราะ มาหาน้องเขยเขา แล้วนี่เจ้าฝ้ายรู้หรือเปล่า ถึงจะมองว่าบริสุทธิ์ใจ แต่เรื่องอย่างนี้ไว้ใจไม่ได้ โชคชัยก้มมองสาวตรงหน้าอีกที สาวคนนี้ก็น่ารักออกอย่างนี้ เจ้าหนุ่มอ่อนหัดอย่างเจ้าน้องเขยของเขาจะไม่วอกแวกเลยเชียวหรือ
“ค่ะ”
เมฆมาบังจันทร์อย่างฉับพลัน ทำให้กณิการ์นึกออกแล้ว นี่คุณพี่ชายของสาวฝ้ายนี่นา
“งั้นไปกัน” โชคชัยเอื้อมมือมาดึงถุงในมือไปช่วยถือ ตัวกระจิ๋วหลิวแล้วไม่ดูตัวเองมาหิ้วของที่ใหญ่เป็นครึ่งหนึ่งของตัว
“กิ๊ฟหิ้วเองได้” สาวกิ๊ฟได้แต่ร้อง ขณะที่ต้องสาวเท้าเกือบเป็นวิ่งตามหนุ่มที่ขายาวแล้วยังก้าวยาวอีกไปให้ทัน
โชคชัยกดลิฟต์รอ สาวตัวเล็กวิ่งเข้ามาโดยอาศัยตัวเขาเป็นเบรก
“ขอโทษค่ะ กณิการ์บอกปนหอบ คนอะไร ขายาวแล้วเดินช้าหน่อยไม่ได้หรือไง
“ชั้นไหน” เสียงทุ้มๆ ถามมา สาวกิ๊ฟหมดแรงตอบ แต่ยังมีแรงเอื้อมเอานิ้วไปจิ้มชั้นที่ต้องการ
โชคชัยมองสาวน้อยที่หอบแฮกๆ หมดแรงอยู่ข้างตัว อดโอบแขนรอบไหล่ประคองให้เดินออกไปด้วยกัน ไปได้สักสามก้าวเจ้าหล่อนก็สลัดแขนเขาออก
“กิ๊ฟเดินเองได้” ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเดินอย่างไม่สนใจคนเดินตาม เหอะ จะกลัวหลงทำไม ขาก็ยาว เดินก็เร็ว
กณิการ์เคาะประตูห้องที่จำได้ว่าห้องเจ้ายอร์ช หนึ่งโปกแล้วเปิดเข้าไปเลย
“ไหนหนุ่มหล่อ กิ๊ฟ” เสียงสาวฝ้ายกรี๊ดรับ กณิการ์ทำหน้าเหรอหรา
“อะไรหนุ่มไหน”
ก่อนจะรีบขยับก้าวเข้าไปในห้อง เนื่องจากคนที่ตามหลังมาไม่ยอมหยุดรอ
โชคชัยดันตัวสาวกะโปโลให้ก้าวเข้าไปในห้อง เขาได้ยินเสียงสาวๆ ดังมาจากในห้องฟังไม่ถนัดว่าเสียงใคร พ่อน้องเขยตัวแสบ มีสาวๆ มารออยู่ในห้องเชียวหรือ พอก้าวเข้ามา ไม่รู้ว่าคนที่เพิ่งเข้ามา หรือคนที่รอดูหนุ่ม จะตกใจกว่ากัน
“พี่โชค”
“ยายฝ้าย”
สองพี่น้องเรียกชื่ออีกฝ่ายแทบจะพร้อมๆ กัน
“พี่โชคอย่าบอกนะว่าคบเจ้ากิ๊ฟ”
“กิ๊ฟ เฮ้ย นายไปคบพี่โชคตั้งแต่เมื่อไร”
เสียงสองสามีภรรยาแทบจะพูดออกมาพร้อมๆ กันอีกครั้ง
โชคชัยกับกณิการ์มองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ
“กิ๊ฟไปซื้อของชำร่วยงานแต่งงานให้เพื่อนน่ะ เขาไปธุระ เดี๋ยวเย็นๆ จะกลับบ้านพร้อมกัน” กณิการ์อธิบาย มองสาวฝ้ายให้รางวัลคนปากโป้งหนึ่งทีด้วยความสะใจ
“เพื่อนหนุ่มหรือสาว” ฝ้ายหันมาซัก
“สาวซิ เพื่อนกิ๊ฟเขาแต่งงานกับรุ่นพี่น่ะ และจะไปเรียนต่อด้วยกันเลย เขาไปทำเรื่องเรียนต่อเลยให้กิ๊ฟมาจ่ายของแทน”
หญิงสาวอธิบายชี้ไปที่ห่อของในมือพี่ชายสาวฝ้าย เจ้ายอร์ชรีบมารับถุงไปหาที่วาง
“ไปกินข้าวกัน ฉันรู้ว่านายหิวแล้ว” ยอร์ชคว้าคอเพื่อนออกเดิน ฝ้ายเดินมาควงแขนพี่ชายดึงให้เดินช้าลง
“มากับกิ๊ฟได้ยังไงคะ”
โชคชัยมองน้องสาวอย่างขำๆ ที่จับตัวมาซักนี่ เพราะหวงเพื่อนหรือหวงพี่กันแน่
“จำได้ว่าเพื่อนฝ้าย เห็นถือของหนักเลยมาส่ง”
ชายหนุ่มไม่สนใจสายตาค้นหาของน้องสาว
“จำกิ๊ฟได้” เจ้าหล่อนทำเสียงไม่เชื่อล้านเปอร์เซ็นต์
“จำได้ตรงไหนกัน เจอเจ้ากิ๊ฟหรือเปล่าฝ้ายยังสงสัย บอกมาดีๆ นะคะ ว่าไปรู้จักกันที่ไหน ยังไง”
ชายหนุ่มหัวเราะ อย่างนี้แสดงว่าหวงเพื่อนไม่หวงพี่ชายล่ะซิ
“จำได้ตรงที่...” ชายหนุ่มหยอดเสียงหวานอย่างกวนโมโหน้องสาว ยั่วเจ้าฝ้ายเล่นก็สนุกดีให้รู้เสียบ้าง เวลาพี่ชายหวงน้องสาวแล้ว เจ้าฝ้ายกระบึงกระบอนว่า น้องโตแล้วนะเป็นยังไง
“สูงเท่าหัวใจพี่พอดี”
สาวฝ้ายกลั้นเสียงกรี๊ดกับการอยากทุบพี่ชายไว้สุดฤทธิ์
“เพื่อนรักฝ้าย มาทำจีบทิ้งจีบขว้างไม่ได้นะ”
โชคชัยหัวเราะเสียงเขียวๆ ของน้องสาว
“ห้ามพี่ได้หรือเจ้าฝ้าย แล้ว...” ชายหนุ่มทิ้งท้าย เมื่อสองคนที่เดินมาก่อนรออยู่ในลิฟต์ “ห้ามใจเพื่อนฝ้ายได้ไหม”
สาวฝ้ายห้ามเสียงตัวเองได้แต่ห้ามมือไม่ได้ โชคชัยแกล้งเซเข้าหาสาวตัวเล็ก แล้วต้องงอตัวหลบศอกแหลมๆ ที่เจ้าตัวยกกัน ยอร์ชเอื้อมมือมาจับช่วยพยุงพี่ชายภรรยาเอาไว้
“ระวังกิ๊ฟ พี่โชคล้มทับ นายได้แบนติดลิฟต์ เรายังไม่อยากได้พรมลายใหม่”
“ฝ้าย สามีนายปากปีจอ” กณิการ์หันไปฟ้องทันควัน
“เราก็ไม่อยากได้…พรมลายเอี๊ยม”
โชคชัยอมยิ้ม ฟังเด็กๆทะเลาะกัน ก่อนเลิกคิ้วเมื่อดวงตากลมโตมองมาที่เขาอย่างช่างใจว่าเขาจะช่วยอะไรได้ไหม
กณิการ์สบตาดวงตาคมสวยเหมือนเพื่อนสาวที่ทวีประกายระยับ ก่อนหักห้ามใจตัวเอง ตอนนี้เธอโดนไปสองแล้ว ไม่ต้องมาตอกย้ำเป็นสามหรอก สาวตัวเล็กที่สุดเมินมองกระจกแทน นึกว่าจะพ้น...เธอเห็นสายตาสามคู่มองมาที่เธอเหมือนกัน มองอย่างสำรวจตรวจตรา อยากร้องตะโกนว่า ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรโว้ย เจอกันตรงป้ายรถเมล์แล้วเขาจำได้ว่าฉันเป็นเพื่อนฝ้าย กำลังมาหานายนะยอร์ช เขาเลยช่วยหิ้วของมาส่งเท่านั้น...เท่านั้นเองจริงๆ
ระหว่างเดินมาที่ลิฟต์ เจ้ายอร์ชซักไซ้เธอเหมือนประกอบอาชีพทนายความยังไงยังงั้น ไม่อยากมีเรื่องเลยตอบไปตรงๆ ตรงๆ ด้วยความจริงล้วนๆ แล้วมามองเหมือนฉันพูดโกหกได้ยังไง กณิการ์ถลึงตาใส่พระเจ้ายอร์ชในกระจก เจ้าเพื่อนตัวดียิ้มกว้างก่อนก้มลงกระซิบกระซาบกับภรรยาสาวให้รู้สึกคันๆ ในอารมณ์ ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรยังไงล่ะ ไม่มีอารายยยยย กณิการ์ตะโกนก้อง แต่แค่ในใจเท่านั้น
เงียบเหงาอยู่เดียวดาย...ไร้ใครมาปลอบขวัญ...ขมขื่นเหลือจะกลั้น...ด้วยเธอนั้นจากไกล