Welcome
Welcome to <strong>mookfah</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

บทที่ 2.2

ทำไมชีวิตเจ้ากิ๊ฟกั๊บช่วงนี้ถึงเจอแต่งานแต่งาน นะ เพื่อนรัก เพื่อนเก่า ญาติสาวกระทั่งคุณแม่ กว่าจะรู้ตัว ก็กลายเป็นเพื่อนเจ้าสาวมืออาชีพไปแล้ว

วัยใส..เข้ามาอ่านกันได้เล้ยยยย
จาก "ฟ้าใส"agian..

บทที่ 2.2

Postby white flower on Mon Jun 18, 2007 11:47 pm


แม่ตื่นมาใส่บาตรเช้าตามเคย กณิการ์พนมมือรับพรพระ

“อ้าว กลับมาบ้านแล้ว” พระที่อยู่ท้ายขบวนทัก นี่ก็ญาติๆ กัน เด็กๆ วิ่งไล่กันอยู่ ทำไมมาบวชเสียล่ะ ถ้าไม่เอ่ยปากทักก่อนล่ะก็นะ ไม่มีทางจำได้แน่ๆ

“ค่ะ หลวงพี่บวชตั้งกะเมื่อไร ทำไมกิ๊ฟไม่รู้ จะได้รีบชิงกลับมาถือหมอน” กณิการ์ถามอย่างสงสัย ถึงจะไม่กลับบ้านก็ใช่ว่าจะไม่รู้เรื่องทางบ้านเสียเมื่อไร

หลวงลุงหัวขบวนทำเสียงกระแอม หลวงพี่เลยต้องรีบจ้ำตามไป คุณแม่กรรเกราแหนบแขนลูกสาวคนเดียวเบาๆ
“ไปถามอย่างนั้นได้อย่างไรเจ้ากิ๊ฟ เป็นสาวเป็นนาง”

“อ้าวแม่ ก็ พี่ปุ๊เคยบอกว่าถ้าป้าแกเสียแล้วจะให้กิ๊ฟถือหมอนแทนญาติผู้ใหญ่นี่ มาบวชแล้วไม่บอกกิ๊ฟได้ไง” สาวกิ๊ฟเถียงอย่างลูกตัวอย่าง

“พ่อปุ๊บวชแล้วก็จะเบียด” คุณแม่กรรเกราบอกเท่านั้น ก็ต้องหยุด เพราะหลวงพ่อเดินจีวรเหลืองใกล้เข้ามา

พอท่านให้พรเสร็จ ก็หันมาทางหญิงสาวที่เห็นมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย
“อ้าวอีหนูกิ๊ฟกลับมาแล้ว เมื่อไรจะจบละ แม่แกเหนื่อยแล้วนา”

“จบแล้วหลวงพ่อ” สาวตัวน้อยบอกอย่างงอนหน่อยๆ

“เออๆ จบแล้วก็ดี ได้งานหรือยังล่ะ”

“ยังค่ะหลวงพ่อ หลวงพ่อให้คาถาเป่าพ้วง เขารับกิ๊ฟหน่อยซิ”

หลวงพ่อหัวเราะหึหึ เดินจากไป ปล่อยให้คุณแม่กรรเกราแหนบลูกสาวอีกที

“แม่อ่ะ อะไรคะลูกสาวกลับบ้านไม่คิดถึงหรือไง หยิกเอาหยิกเอา”

“คิดถึงจ้า” คุณแม่แหนบด้วยความหมั่นไส้อีกที ก่อนชี้ไปที่ถาดข้าว
“ยกถาดไปเก็บ แม่สา ทำของรอลูกกิ๊ฟกลับบ้านทุกวัน จนไม่มีของสดเก็บไว้ในตู้เย็นแล้วมั่ง”

กณิการ์ยิ้มกว้าง เมื่อคิดถึงแม่สา ญาติห่างๆ ของแม่ที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เกิด ถ้าไม่มีแม่สาคอยเลี้ยง คุณแม่กรรเกราคงออกไปทำงานนอกบ้านได้อย่างไม่สบายใจเท่าไรนักหรอก พอเธอคลอดได้ไม่เท่าไร คุณพ่อก็เสียด้วยอุบัติเหตุ ตอนนี้คุณแม่เป็นนักขายประกันมือทองไปแล้ว ดีแต่ท่านไม่บังคับให้เธอออกมาทำอย่างเดียวกันด้วย

“เดี๋ยวแม่ออกไปไหนไหมค่ะ” หนูกิ๊ฟคลอเคลีย คงใช่คุณแม่แต่งตัวสวย

“ลูกค้าแม่เปิดร้านใหม่ ไปกับแม่ไหม” คุณแม่กรรเกราถามไปอย่างนั้น ตั้งแต่เล็กจนโต ลูกสาวตัวน้อยติดแม่สา ติดเล่นคลุกดินคลุกโคลน ไม่ยอมแต่งตัวสวยออกไปไหนกับคุณแม่หรอก จนเพื่อนร่วมงานพากันคิดว่าเธอเป็นสาวโสดไม่มีภาระเสียอย่างนั้น แม่ลูกสาวกิ๊ฟส่ายหน้าหวือ

“กิ๊ฟจะไปอ้อนแม่สา” กณิการ์เขย่งตัวหอมแก้มแม่ ก่อนคว้าถาดข้าวเข้าบ้าน ทำไมน้า เธอถึงไม่สูงเหมือนพ่อเหมือนแม่ มาเตี้ยได้ใคร แม่สาคนเลี้ยงหรือยังไงนะ

กณิการ์วางถาดข้าวไว้ในครัว พนมมือไหว้แปะกับบ่าสาวร่างท้วม ก่อนกางแขนกอดแน่นๆ อย่างหมั่นเขี้ยว

“กิ๊ฟกลับมาแล้ว กิ๊ฟกลับมาแล้ว”

“จุ๊ๆๆ อย่ามากวนตอนแม่สาอยู่หน้าเตาซิน้องกิ๊ฟ เดี๋ยวก็โดนของร้อนลวกหรอก”

“เจ้าค่ะ” กณิการ์วางเป้ไว้กับเก้าอี้ข้างตัว เปิดตู้เย็น ตู้กับข้าวหาของมาบริการตัวเอง

“หิ๊ว หิวอ่ะ แม่สา อยู่กรุงเทพ กิ๊ฟกินแต่มาม่า บางทีเหนื๋อยเหนื่อยกลับมาก็ไม่ได้กิน”

“กลับมาอยู่บ้านซิ” แม่สาหันมาบอกอย่างเอ็นดู กณิการ์ย่นจมูก โทรศัพท์ในกระเป๋าส่งเสียงกริ๊งกร๊างต้องคว้าขึ้นมากดปุ่มรับสาย

“กิ๊ฟกั๊บ”

“กากานะ” เสียงหวานตอบมาตามสาย ก่อนหัวเราะกิ๊กกั๊ก
“จีบหลวงพี่เหรอ เจ้ากิ๊ฟ”

“(อะ)ไร จีบหลวงพี่” กณิการ์ทำเสียงน่าเกลียด อย่างที่เพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กเท่านั้นที่จะทนกันได้
“วันนี้นายตื่นมาใส่บาตรเหรอ”

“อ๋อ แน่นอน” เสียงหวานตอบมาอย่างมั่นใจ ด้วยน้ำเสียงที่ไม่แพ้กัน

“มาคุยกันซิ กา แม่สากำลังทำของชอบของกิ๊ฟ” กณิการ์ สูดจมูก กลิ่นไข่ทอดชะอมหอมกระตุ้นน้ำย่อย

“แม่สาจ๋า มีน้ำพริกกะปิไหม”

“มีซิ มีพริกลูกโดดด้วยนะ” แม่สาหมายถึงพริกสดเม็ดเล็กๆ

“อูยๆๆๆๆ” เสียงหวานจากปลายสายอีกข้างร้องมาก่อนสูดปากอย่างน้ำลายสอ
“กิ๊ฟจ๋า บอกแม่สาหุงข้าวหม้อใหม่เลยนะ กาจะปิดบ้านแล้ววิ่งไปเดี๋ยวนี้แล้ว”

กณิการ์หัวเราะยกใหญ่ หลังเก็บโทรศัพท์แล้ว

“เดี๋ยวกา จะมากินข้าวด้วยจ้า” กณิการ์บอกก่อน จัดโต๊ะรอเพื่อนสาวที่ไม่เกินสิบนาที น่าจะวิ่งมาถึง พร้อมหิวซก
บ้านกรรณิการ์กับบ้านเธอไม่ใกล้ แล้วก็ไม่ไกลกัน เดินช้าๆ ก็ประมาณสิบนาทีถึง วิ่งคงสักห้านาที ดูป้ายรถเมล์ก็คงหลายป้าย ถ้ามอเตอร์ไซด์หรือจักรยานเร็วกว่านั้น

“แม่สาจ๋า ทำน้ำพริกกะปิ ไม่นึกถึงกาเลย” เสียงหวานเจื้อยแจ้วมาก่อนเป็นของกำนัล เจ้าหล่อนดับเครื่องจักรยานยนต์หิ้วถุงใส่กล่องพลาสติกที่คงเป็นกับข้าวมาด้วย

“กาเจอคุณแม่หน้าบ้านพอดี”กรรณิการ์บอกเพื่อน ช่วยถ่ายกับข้าวลงจานชาม

“อ๋อ นายใส่อะไรให้หลวงพี่ล่ะ” กณิการ์ย่นจมูกเมื่อเห็น ส้มตำ
“ส้มตำ นายใส่แต่เช้าให้ฉันแต่เช้านี่นะ”

“อ้าวก็หลวงพี่อยาก” กรรณิการ์ยักคิ้วแผล็บ

“น้องกาจะแต่งงานกับเจ้าปุ๊ไง น้องกิ๊ฟ” แม่สาบอก ยกจานไข่มาตั้งบนโต๊ะ พร้อมๆ กับ กณิการ์ตักข้าวใส่จานสามจานเสร็จพอดีเหมือนกัน

“นายจะแต่งงานกับพี่ปุ๊เหรอ” กณิการ์ถามอย่างทึ่งจัด ตั้งแต่เล็กมา มีแต่เจ้ากาถูกพี่ปุ๊แกล้งจนร้องไห้บ่อยๆ ถ้าเห็นพี่ปุ๊เล่นกับเธออยู่ เจ้ากาจะรีบปั่นจักรยานกลับบ้านทันที ถ้าหนีไม่ทัน พี่ปุ๊จับจักรยานได้ จะได้ปั่นอยู่ตรงนั้นไม่ได้ไปไหน เพระพี่ปุ๊ไม่ยอมปล่อยท้ายจักรยาน ร้องไห้บ้านแทบแตก

“อุ้ย เขาเลิกแกล้งกันแล้วจ้า ตอนนี้เจ้าปุ๊ซิถูกน้องกาแกล้ง” แม่สาเปิดเผยความลับ
กณิการ์มองหน้าเพื่อนที่ยักคิ้วอีกที

“พี่ปุ๊เป็นพี่คณะกาไง แกล้งน้องรหัสได้ไง” เจ้าตัวร้ายยักคิ้วอีกที

กณิการ์พยักหน้าหงึก
“พี่ปุ๊นี่น้า ไม่มีสาวๆ สวยๆ หรือไง หรือไม่มีฝีมือมาเอาน้องรหัส”

“ไอ้กิ๊ฟ”

แม่สารีบห้ามทัพ ก่อนสองสาวจะถึงขั้นลงมือลงไม้ คนที่แพ้มีหวังเป็นสาวตัวน้อยที่เธอรักเหมือนลูก

“กิ๊ฟเอ๊ย ไปกวนเขานะ ดูหรือเปล่าว่าตัวเรานะเท่าลูกหมา”

“อ้าว แม่สา” กณิการ์หน้าเหวอ ขณะที่กรรณิการ์หัวเราะชอบใจ

“เดี๋ยวกาปรับเองแม่สา ให้เจ้ากิ๊ฟช่วยงานแต่งของกากับพี่ปุ๊”

กณิการ์ถอนหายใจเฮือก อะไรกันนี่ เพิ่งช่วยงานเจ้าฝ้ายไปยังไม่หายเมาคนเมางาน เจ้ากาจะแต่งงานอีกแล้ววว

“จะแต่งเมื่อไรละกา แต่นะ...กิ๊ฟว่าอย่าเพิ่งเลยนะ หลวงพี่ยังอยู่ในผ้าเหลือง การีบเตรียมงาน เดี๋ยวเขาว่าเอานะว่ากาสึกพระ”

“ไอ้กิ๊ฟ”

แม่สาเอื้อมมือมาแหนบสาวน้อยข้างตัว แต่ก็อดยิ้มกว้างไม่ได้

“อาทิตย์หน้าเจ้าปุ๊ก็จะสึกแล้ว” แม่สาบอก “พ่อปุ๊สอบได้ทุนไปเรียนเลยจะรีบแต่ง”

“อ้าวเรียนเก่งเหมือนกันนี่” กณิการ์งึมงำด้วยความอิจฉา เธอกว่าจะเรียนจบได้ ไม่รู้บนเจ้าที่ไปกี่รอบ

“กิ๊ฟว่าอย่าเพิ่งแต่งเลย แต่งไปแล้วพี่ปุ๊ควงแหม่มผมทองกลับมา นายเสียเปรียบนะกา”

“ฉันก็ได้ทุนเฟ้ย” กรรณิการ์ค้อนเพื่อนอย่างหมั่นไส้

“อ้าว” กณิการ์ร้องได้แค่นั้น แล้วก็ก้มลงงึมงำกับชามข้าวต่อ “เออ คนมันเก่ง”

ทั้งกรรณิการ์ทั้งแม่สาอดหัวเราะไม่ได้

“บ้านเจ้าปุ๊ก็ไม่เหลือใครแล้ว มีแต่คุณตาคนเดียว น้องกายิ่งเหลือตัวคนเดียว คงไม่ได้ทำอะไรใหญ่โต”

“ฮือม์ แล้วไงล่ะ พอกา ไปเมืองนอกกับพี่ปุ๊ คุณตาอยู่คนเดียวเหรอ”

“เห็นว่าจะไปอยู่กับคุณน้าที่ต่างจังหวัดน่ะ”

“ฮือม์” การสนทนาในวงข้าวเปลี่ยนเป็นเรื่องของสาวกิ๊ฟที่กรุงเทพบ้าง ที่เจ้าตัวเล่าแจ้งแถลงไขถึงการไม่ได้กลับบ้าน เนื่องจาก เพื่อนสนิทของเธอแต่งงาน และสงสัยว่ากำลังจะมีน้อง

“ท้องก่อนแต่งหรือ”

ดู เจ้ากา ช่างคิดได้ สาวกิ๊ฟค้อนเพื่อนขวับใหญ่ที่คงไม่เหมือนค้อนเท่าไร เพราะทั้งกรรณิการ์และแม่สาพากันหัวเราะก๊าก

“มันแต่งมาจะสามเดือนแล้ว” สาวกิ๊ฟตวัดเสียง “เจ้ายอร์ชหรือจะกล้าหือ ฝ้ายดุยิ่งกว่าเสือ”

“ฝ้ายเพื่อนกิ๊ฟที่สวยๆ ใช่ป่ะ” กรรณิการ์ถาม

ช่วงที่ไปเรียนมหาวิทยาลัย หลังพ่อแม่เสียชีวิต เวลากลับบ้าน บางครั้งเธอก็มานอนที่บ้านนี้แทน ที่บ้านโน้นไม่มีใครแล้ว คุณแม่ของกณิการ์กับแม่สา เห็นว่าหญิงสาวตัวคนเดียวอยู่บ้านมันอันตรายเลยออกปากให้กรรณิการ์มานอนที่บ้านนี้แทน ห้องก็ห้องเพื่อนซี้เจ้ากิ๊ฟนั่นไง

เข้าออกห้องเจ้ากิ๊ฟเหมือนห้องตัวเอง แถมยังมาใช้บ่อยกว่าเจ้าของห้องที่นานๆ กลับมาทีด้วย รูปเพื่อนๆ ของกณิการ์ที่ไปเที่ยวมีอยู่หลายเล่มว่างๆ ก็ดูไปเรื่อย จำเพื่อนสาวของกณิการ์ที่สวยมากๆ สวยจนน่าส่งประกวด

“ช่าย สวยที่สุด ดุมากๆ” กณิการ์ยกนิ้วโป้งประกอบ

“ดีจัง”

“ดีจัง...ดีตรงไหน ดุเหรอ” กณิการ์ลูบแขนปรอยๆ ยังนึกถึงอิทธิฤทธิ์ฝ่ามือเจ้าแม่ฝ้ายได้อยู่เลย

“ดีตรงที่กิ๊ฟเคยเป็นเพื่อนเจ้าสาวแล้วไง” กรรณิการ์ชะโงกข้ามโต๊ะกินข้าวมามอง ตาสวยคมแวววาวอย่างไม่น่าไว้ใจ

“เดี๋ยวกากับพี่ปุ๊ต้องเข้ากรุงเทพทำเรื่องติดต่อไปเรียนต่อ แล้วกิ๊ฟก็ไปเตรียมเรื่องการแต่งงานของเรา”

โอ้ พระเจ้ายอร์ช นายไม่ช่วยฉันเลย สาวกิ๊ฟได้แต่ร้องในใจ


เงียบเหงาอยู่เดียวดาย...ไร้ใครมาปลอบขวัญ...ขมขื่นเหลือจะกลั้น...ด้วยเธอนั้นจากไกล
white flower
 
Posts: 29
Joined: Sun Jun 10, 2007 4:09 pm

Return to "bridesmaid เพื่อนเจ้าสาวมาแล้ว"

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron