Welcome
Welcome to <strong>mookfah</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

บทที่ 2.1

ทำไมชีวิตเจ้ากิ๊ฟกั๊บช่วงนี้ถึงเจอแต่งานแต่งาน นะ เพื่อนรัก เพื่อนเก่า ญาติสาวกระทั่งคุณแม่ กว่าจะรู้ตัว ก็กลายเป็นเพื่อนเจ้าสาวมืออาชีพไปแล้ว

วัยใส..เข้ามาอ่านกันได้เล้ยยยย
จาก "ฟ้าใส"agian..

บทที่ 2.1

Postby white flower on Mon Jun 18, 2007 11:45 pm

บทที่ 2 ตอน เพื่อนเก่าแต่งาน

อย่าเห็นว่าฉันว่างงานแล้วใครๆ จะมาชวนไปไหนมาไหนได้นะ แต่ว่า…

“กิ๊ฟ” เสียงตามสายนี้ ฟังคุ้นๆ หู

“จ้า ใครล่ะ” กณิการ์ถามกลับไป ไม่รอทายให้เสียเวลา เธอรอหน้าห้องสัมภาษณ์เข้าทำงาน ยกมือปิดปากพูดโทรศัพท์ย่องๆ ออกไปคุยนอกห้อง มีสายตาเจ้าหน้าที่มองตามมาอย่างตำหนิ

“กา จ้ะ กรรณิการ์”

“อุ้ยคิดถึง เป็นยังไงบ้าง” กิ๊ฟหยอดเสียงหวาน

กา หรือเจ้ากรรณิการ์คนนี้เป็นเพื่อนสนิทเรียนกันมาตั้งแต่ประถม มาแยกกันตอนเข้ามหาวิทยาลัยนี่เอง เวลาเธอกลับบ้านที่ต่างจังหวัดก็ไม่ค่อยได้เจอกันนัก เพราะกลับช่วงไม่ตรงกันเลย จะมีที่จำได้ก็ครั้งสุดท้ายเมื่อเลี้ยงฉลองการสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้นั่นล่ะ กี่ปีมาแล้ววว

“แม่ให้เบอร์มือถือ กา มา นี่ กลับมาบ้านไหม ได้งานหรือยัง”

“ยัง กำลังรอสัมภาษณ์อยู่”

“เหรอ ไงรับกลับบ้านนะ กาจะแต่งงาน”

“หา!!!”

กณิการ์ทำมือขอโทษเมื่อเจ้าหน้าที่ออกมาเคาะกระจกเตือน

“กาจ๋า เดี๋ยวกิ๊ฟโทรหานะ”

กรรณิการ์หัวเราะมาตามสาย “กิ๊ฟจ๋า กาว่ากิ๊ฟไม่มีอนาคตกับบริษัทนั้นแล้วอ่ะ รีบนั่งรถกลับบ้านมาเร้ว” เพื่อนสาววางสายพร้อมเสียงหัวเราะ

กณิการ์กลับเข้าไปต่อแถวเข้าสอบสัมภาษณ์ต่อ ด้วยใจตุ๋มๆต่อมๆ ทำใจกับคะแนนสอบข้อเขียนที่เธอทำได้ไม่ดีนัก

“คุณกณิการ์” เสียงเจ้าหน้าที่เรียก

อา...ถึงคิวเสียที กณิการ์รวบแฟ้มในมือให้เข้าที่เดินไปนั่งประจำที่รอสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่ส่งแฟ้มประวัติชุดหนึ่งของเธอคืนให้สำหรับไปยื่นในห้องสอบ สายตาที่เลื่อนมองช่องคะแนนที่ถูกกรอก ก่อนตวัดมามองอย่างเห็นใจทำให้กณิการ์ต้องยิ้มแหยๆ ตอบ มันก็ต้องสอบได้คะแนนไม่ดีอยู่แล้ว เธอเข้าห้องสอบช้าเกือบครึ่งชั่วโมง ดีเท่าไรแล้วที่เขายอมให้เธอเข้าสอบ ต้องโทษใครดีล่ะ เจ้ายอร์ชกลับจากฮันนิมูมแสนหวานแล้วมานึกนึกเพื่อนที่เป็นทั้งเพื่อนเจ้าบ่าวและเจ้าสาวคนนี้ได้ เลยมาลากไปเอาของฝาก พร้อมเลี้ยงข้าว แถมด้วยลากไปนอนคุยกะสาวฝ้ายที่เหม็นเบื่อสามี ทั้งๆ ที่เพิ่งแต่งงาน

กณิการ์แอบถามเพื่อนว่าท้องหรือเปล่า ยังโดนสาวฝ้ายตุบเอาตุบใหญ่ เจ้าหล่อนโวยลั่นว่าเธอเป็นเจ้าสาวพรหมจารีนะย่ะ

แหม ก็ใครจะไปว่าอะไรล่ะ แต่เจ้าหล่อนลืมไปหรือเปล่าว่านี่นะมันหลังแต่งงานได้เดือนกว่าๆ แล้ว หรือตอนนี้เธอจะเป็นเจ้าสาวพรหมจารีล่ะ

เช้ากว่าคุณยอร์ชจะมาส่ง กว่าเธอจะแต่งตัวนั่งรถประจำทางมาที่บริษัทนัดสัมภาษณ์ก็อย่างที่เห็น สายไปครึ่งชั่วโมง

ยอร์ชบอกให้ไปทำที่บริษัทของพ่อยอร์ชพร้อมยอร์ชก็ได้ แต่เรื่องอะไรล่ะ มีเด็กหัดใหม่คนเดียว คุณพ่อก็คงปวดหัวจะแย่แล้วไม่ต้องเอาเธอไปทะเลาะกับเจ้ายอร์ชสลับฉากหรอก

โอ้ พระเจ้ายอร์ช ไม่เคยช่วยเธอเลย...กณิการ์ร้องเป็นรอบที่กี่ล้านแล้วจำไม่ได้ ตั้งกะรู้จักพ่อเจ้าประคุณยอร์ชมา

เสียงประตูเปิดปิด กณิการ์ลืมตา แตะผมม้าดูว่าปิดหน้าผากเรียบร้อยดี ก่อนชำเลืองมองเจ้าหน้าที่ ที่ยังนิ่งเฉย

กณิการ์ขยับ ขยุกขยิก จับผมม้า จนเธอว่ามันคงมันแผล็บไปแล้วล่ะ เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่เรียกเธอเข้าไป แล้วก็ เหลือเธอคนเดียวนะ

“เออ” พอตัดสินใจหันไปถาม โทรศัพท์เจ้ากรรมบนโต๊ะก็ดังขึ้นเสียก่อน

“ค่ะ เหลือ หนึ่งคนค่ะ ค่ะ” ก่อนเจ้าหน้าที่จะหันมาบอกกณิการ์ด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“เข้าไปได้แล้ว ทำไมไม่เข้าไป”

อ้าว ความผิดฉันเรอะ...ในเมื่อไม่ใช่ถิ่น กณิการ์เลยก้มหน้าก้มตาเคาะประตูเดินเข้าห้องสอบสัมภาษณ์ไป มองแวบ...สองคน...สอบสัมภาษณ์สองคนเชียว หญิงสาวยกมือไหว้ก่อน วางใบสมัครลงบนโต๊ะ ก่อนนั่งลงอย่างเรียบร้อย หนึ่งในสองที่นั่งหลังโต๊ะ หยิบใบสมัครที่เธอวางไปอ่าน หญิงสาวชำเลืองมอง ก่อนหันมาทางอีกคนที่เริ่มป้อนคำถาม

โชคชัยถือวิสาสะหยิบใบสมัครมาเปิดอ่าน เมื่อรู้สึกคุ้นๆ หน้าแม่สาวที่ก้าวเข้ามา กณิการ์ อ่านว่า กัน-นิ-กา หรือเปล่า ดอกกรรณิการ์นี่นะ มองสาวน้อยที่นั่งตรงหน้า คงใช่ล่ะ ดอกเล็กๆ ตัวเล็กๆ อ่านไล่ไปเรื่อยถึงวุฒิการศึกษา เอ๊ะจบที่เดียวกับน้องสาวเขาด้วย มิน่า หน้าตาคุ้นๆ คงเป็นเพื่อนๆ ของเจ้าน้องตัวดีที่เจอในงานแต่งงานเป็นแน่

เจ้าฝ้ายรีบฉวยโอกาสที่เขาไปอบรมที่ต่างประเทศหกเดือน จัดการเกลี่ยกล่อมพ่อแม่ให้รีบยกให้แฟนหนุ่ม ทำไม รักกันมาสามปีแปดเดือน ทำไมต้องรีบแต่ง เขายังทิ้งแฟนสาวที่รักกันมาสิบปีเก้าเดือนได้เลย ดีนะที่กลับมาทันวันแต่งงาน

ยังไงก็นึกไม่ออก เลยเปิดกลับไปอ่านประวัติส่วนตัวอีกครั้ง

“กิ๊ฟ” โชคชัยลองเรียกชื่อเล่น

“กั๊บ” กณิการ์เผลอขานอย่างเคยชิน ก่อนหน้าแดงก่ำเมื่อได้ยินเสียงห้าวๆสองเสียงหัวเราะประสานกัน

“เพื่อนน้องสาวฉัน” โชคชัยประกาศจำสาวน้อยคนนี้ได้แล้ว

“อ้าวทำไมไม่บอกว่าเป็นเพื่อนน้องฝ้าย”

คราวนี้เป็นทีของกณิการ์ที่ทำหน้าเหรอหรา
“อ้าว ทำไมต้องบอกด้วย” กวนมา ก็กวนไป

โชคชัยกอดอก เอามือปิดรอยยิ้มของแนวปากเอาไว้ เขานึกออกแล้ว แม่สาวตัวเล็กที่ได้ดอกไม้เจ้าสาวนี่เอง สายตาที่ขว้างค้อนมาที่เขา แม่หนูน้อยคงจำเขาได้แล้วล่ะมั่ง

กณิการ์ค้อนขวับ พี่ชายสาวฝ้ายหรือนั่น ขาวหน้าตาดีพอกันกับสาวฝ้าย เพิ่งจะเห็นหน้าชัดๆ วันนี้เองนอกจากรูปถ่ายเต็มบ้านที่มองมั่งไม่มองมั่ง พี่ชายคนโตคนเดียวที่ห่างฝ้ายหลายปี ร่วมทุนกับเพื่อน ทำธุรกิจของตนเอง เห็นฝ้ายว่าเจ้าชู้หวงน้องสาวมาก คงไม่มากเท่าไรล่ะมั่ง ก็สาวฝ้ายย้ายไปอยู่บ้านเจ้ายอร์ชแล้วนี่

ถึงอยากจะตอกกลับที่ทำให้เธอโดนหัวเราะเยาะก็อดขอบคุณไม่ได้ที่วันนั้นทำให้เธอรอดกองทัพส้นเข็มมาได้ พอยกเธอพ้นทาง เขาก็เอาตัวไปขวางไว้ ได้ยินสาวๆ กรี๊ด คุณโชค พี่โชค สาวกิ๊ฟเลยได้แต่พึมพำขอบคุณกับหลังเสื้อนอกสีฟ้าหม่นๆ ก่อนจะไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ที่กิ๊วก๊าวกับช่อดอกไม้เจ้าสาวให้มือเธอ

“ที่นี่ไม่มีเส้นนะ” สันติเย้า ชำเลืองมองเพื่อน โชคชัยยักไหล่เหมือนกับจะบอกว่าตามสบาย
กณิการ์ยกมือทำความเคารพ เตรียมลุก

“อ้าวจะไปไหน” โชคชัยเรียกเมื่อเห็นสาวตัวเล็กไหว้ปั๊บลุกปุ๊บ

“ก็ไม่ใช้เส้น งั้นก็กลับแล้ว”

โชคชัยหัวเราะ กวักมือเรียกให้นั่งลง โบกใบสมัครในมือให้ดู
“ถึงใช้เส้นคะแนนสอบแบบนี้ก็ไม่ไหวหรอก” ชายหนุ่มตำหนิตามตรงมองสีหน้ายอมรับของสาวน้อยด้วยความรู้สึกที่ดีกว่าเดิม เสียงจึงอ่อนลงไปด้วย
“รู้ตัวใช่ไหม”

“ค่ะ” กณิการ์ก้มหน้ายอมรับแต่โดยดี สิ่งที่เรียนมา กับข้อสอบเข้าทำงานไม่เหมือนกันเลย เธอยังไม่มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาที่กว้างพอ

“ถ้าอยากใช้เส้นไปที่บริษัทนะ บอกว่าตำแหน่งเลขาของพี่ แล้วพี่จะสอนงานให้” โชคชัยส่งนามบัตรให้ มองเพื่อนน้องสาวเก็บใส่แฟ้มด้วยท่าทางไม่สนใจ ก่อนหันไปมองเพื่อนยิ้มๆ
“แล้วมาสมัครที่นี่ใหม่แบบไม่ต้องใช้เส้น เอาหัวเป็นประกัน กะอีข้อสอบห่วย ๆ แบบนี้ต้องเต็ม”

กณิการ์อดยิ้มกว้างไม่ได้ มองท่าทีผู้ชายที่สัมภาษณ์เธอ เปลี่ยนจากท่าทางเป็นงานเป็นการ มาเป็นท่าทีเป็นกันเอง เขายิ้มพยักหน้ากับเธอเหมือนเธอเป็นคนที่รู้จักสนิทสนมมานาน

“เดี๋ยวผมติวให้เอง แล้วไปสอบเข้าบริษัทซังกะบ๊วยของพี่โชคดูซิว่าข้อสอบมันจะหินกว่าตรงไหน”

เธอมองสองหนุ่มที่ผลัดกัน บลั๊ปก่อนเอ่ยแทรกอย่างกล้าๆกลัวๆ
“เอ่อแสดงว่าไม่ผ่านใช่ไหมค่ะ”

“ใช่” สองเสียงประสานกันหนักแน่น โชคชัยมองกิริยาคอตกอย่างขันๆ

“ไปสมัครที่บริษัทพี่น่ะ อย่างที่บอกลงไปเลยว่าตำแหน่งเลขา” ชายหนุ่มย้ำอีกครั้ง

กณิการ์ยิ้มตอบรอยยิ้มของสองหนุ่ม ทำความเคารพอีกครั้งก่อนขยับตัวลุก

“อ้าวไปไหน ไปกินข้าวด้วยกันก่อน”โชคชัยชวน “แล้วจะไปไหน พี่จะไปส่ง”

“ไม่กวนแล้วค่ะ พอดีทางบ้านโทรมา กิ๊ฟจะรีบไปเก็บของกลับบ้าน”

“มีเรื่องด่วนไหม”โชคชัยขยับตัว ถ้ามีเรื่องด่วน กินข้าวกับเพื่อนรอได้ พ่อแม่เล่าเรื่องเพื่อนสาวที่มาช่วยงานเต็มที่คนนี้อย่างเอ็นดู ถ้ามีเรื่องด่วนแล้วเขาละเลย คงมาดีนัก

“ไม่มีอะไรมากค่ะ บอกว่าเรียนจบแล้ว กลับบ้านเสียที เดี๋ยวจะเป็นวันหยุดติดกันแล้ว กิ๊ฟเลยจะรีบกลับก่อนไม่มีรถน่ะค่ะ”

คราวนี้ไม่มีเสียงทักท้วง

กณิการ์สัญญากับตัวเองในใจ กลับมาร่อนใบสมัครอีกครั้ง ต้องไปจับสาวฝ้ายมาซักเสียก่อน ว่าเจ้าหล่อนไม่มีเส้นสายที่ไหนมั่ง มาทำเอาเพื่อนขายหน้าได้ไง ลาคุณป้าเจ้าของหอบอก กล่าวว่ายังไม่ได้ออกนะคะคุณป้าหนูจะกลับบ้าน

หลังสอบเสร็จ มีเรื่องงานแต่งของสาวฝ้ายกับหนุ่มยอร์ช แล้วก็ถูกเรียกสอบสัมภาษณ์ ตามกันมา เลยไม่ได้กลับบ้านเสียที กณิการ์จับของจำเป็นยัดใส่เป้ มองนาฬิกา เอาน่า กว่าจะไปขึ้นรถ กว่ารถจะไปถึงบ้าน คงเช้าพอดี
เงียบเหงาอยู่เดียวดาย...ไร้ใครมาปลอบขวัญ...ขมขื่นเหลือจะกลั้น...ด้วยเธอนั้นจากไกล
white flower
 
Posts: 29
Joined: Sun Jun 10, 2007 4:09 pm

Return to "bridesmaid เพื่อนเจ้าสาวมาแล้ว"

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron