ลิขิตรักลำน้ำไนล์
บทที่ 2
ปริศนาแห่งฟาโรห์
ตอนที่ 1
บนถนนที่ตัดผ่านไปในทะเลทรายเวิ้งว้างกว้างใหญ่ รถโฟล์วีลล์สีดำวิ่งตะบึงไปตามทางด้วยความเร็วสูง ทิ้งฝุ่นทรายปลิวตลบอยู่ด้านหลัง ภายในรถร่างบางนั่งพิงเบาะนิ่งอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับ ดวงตากลมโตวาววับจับจ้องไปยังทิวทัศน์แปลกตาเบื้องนอกด้วยความสนใจ เธอไม่เคยเดินทางในทะเลทรายมาก่อน ดินแดนแห่งนี้ช่างแห้งแล้งและร้อนระอุจนหน้ากลัว
แต่ในขณะเดียวกันก็ดูมีเสน่ห์อย่างประหลาด โดยเฉพาะเวลาที่พระอาทิตย์อัศดงในยามเย็น แสงสีทองของดวงตะวันจะอาบไล้พื้นทรายกว้างจนเป็นสีทองสุกปลั่ง ดูสวยงามจับตาจนไม่อาจถอนสายตาไปทางอื่นได้ แต่กระนั้นถ้าให้เธออยู่ที่นี่ตลอดไป เธอก็ไม่เอาเหมือนกัน เพราะเธอคิดเสมอว่าที่ไหนก็ไม่น่าอยู่เท่ากับบ้าน แม้จะเคยติดตามพี่ธันไปยังประเทศต่างๆ มากมาย แต่ก็ไม่มีที่ไหนร่มเย็นเท่ากับประเทศไทยอีกแล้ว
การเกิดและเติบโตในดินแดนอุษาคเนย์ที่มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ทำให้หญิงสาวเป็นคนที่ชอบน้ำมาก การได้อยู่ใกล้ๆ แม่น้ำ ได้ดูสายน้ำรินไหลเอื่อยเย็นเป็นความสุขของเธอมาตั้งแต่เด็กแล้ว ซึ่งตรงนี้อาจเป็นเพราะเธอเกิดตรงกับวันสงกรานต์ก็เป็นได้ เมษาเกิดวันที่ 13 เมษายน คุณพ่อเลยตั้งชื่อเธอว่า ‘เมษา’ เพื่อให้คล้องกับชื่อของพี่ชายที่เกิดเดือนธันวาคม ซึ่งมีชื่อว่า ‘ธันวา’
แต่คุณยายเห็นว่าเธอเกิดเดือนร้อน ก็เลยตั้งชื่อเล่นให้ว่าไอซ์ เพื่อเป็นการแก้เคล็ดจะได้อยู่เย็นเป็นสุข เธอจึงเป็นเจ้าหญิงน้ำแข็งในเดือนที่ร้อนที่สุดของปีของคนทั้งบ้าน เมื่อคิดถึงครอบครัวก็อดร้อนผ่าวที่ขอบตาไม่ได้ ตอนนี้ครอบครัวของเธอมีเพียงพี่ชายคนเดียว เพราะพ่อแม่และคุณยายล้วนเสียไปหมดแล้วตั้งแต่เธอยังเด็ก
กาซิมละสายตาจากถนนเบื้องนอกมาแอบมองสาวน้อยข้างกาย วันนี้เมษาอยู่ในชุดกางเกงยีนสีเข้มกับเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลอ่อนตัวหลวมสวมทับเสื้อยืดสีขาว ดูสวยน่ารักเหมือนสาวน้อยจอมลุย หญิงสาวทำตาโตจ้องมองทิวทัศน์เบื้องนอกด้วยความสนใจ แต่อยู่ๆ เจ้าหล่อนก็ทำหน้าเศร้าเหมือนจะร้องไห้ขึ้นมาเฉยๆ จนเขาอดแปลกใจไม่ได้
“เป็นอะไรหรือเปล่าไอซ์”
“เปล่า” เจ้าหล่อนส่ายหน้าพร้อมกับทำตาแดงๆ
“โกหกไม่เก่งเลยนะเธอ” ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับอ้าแขนโอบร่างเล็กของเพื่อนสาวมาซบไหล่ด้วยท่าทางอ่อนโยน เพียงแค่นั้นต่อมน้ำตาของเมษาก็แตกทันที หญิงสาวสะอื้นแนบไหล่แข็งแรงแล้วสารภาพเสียงอู้อี้
“ฉันคิดถึงพี่ธัน…”
กาซิมทำหน้าเหลอก่อนจะอมยิ้มด้วยความขบขัน เมษานะเมษา โตเป็นสาวแล้วยังจะร้องไห้หาพี่ชายอีก
“เหลวไหลน่าเธอเพิ่งมาถึงได้วันเดียวเองนะ ถ้าคิดถึงมากก็ชวนพี่ชายเธอมาเที่ยวที่นี้ด้วยก็ได้ ตอนนี้เขาลาพักผ่อนไม่ใช่เหรอ”
“ฉันไม่ได้เหลวไหลนะ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ๆ ก็คิดถึงพี่ธันขึ้นมาเฉยๆ น้องสาวจะคิดถึงพี่ชายผิดเหรอ” หญิงสาวสูดจมูกพร้อมกับดุเสียงเขียว จนคนถูกดุหลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสุดกลั้น
“ไม่ผิดจ้า เอาเถอะจ้ะ แม่คุณจะร้องไห้ จะคิดถึงใครก็ตามสบาย ถ้ามีเวลาว่างก็คิดถึงคุณแดเนียลของฉันด้วยก็ได้นะ”
“เรื่องไร ฉันต้องคิดถึงเจ้านายของนายด้วยฮึ ว่าแต่ใกล้ถึงหรือยังกาซิม” หญิงสาวเถียงหน้าตูม ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว
“ใกล้แล้ว” ชายหนุ่มตอบพร้อมกับยิ้มแป้น การได้อยู่กับเมษาเป็นความสุขอย่างหนึ่งของเขามานานแล้ว หญิงสาวน่ารักน่าเอ็นดู ไม่เคยทำให้เขาเบื่อเลยสักครั้ง ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเธอที่อังกฤษเขาก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ทั้งๆ ที่เพิ่งเคยเจอกันแท้ๆ เขามั่นใจว่ารักเธอ แต่ไม่ได้รักแบบชู้สาว
เขารักเธอด้วยหัวใจภักดี ปรารถนาให้เธอมีความสุขและมีรอยยิ้มแต่งแต้มสองแก้มตลอดไป ซึ่งความรู้สึกตรงนี้มันช่างแปลกเหลือเกิน เมื่ออยู่ๆ เขาก็มารู้สึกแบบเดียวกันนี้กับคุณแดเนียล เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงคิดว่าสองคนนี้เหมาะสมกันและเป็นน่าที่ของเขาที่จะพาทั้งสองมาพบกัน
“จำได้ใช่ไหมว่าสัญญาอะไรไว้ ถ้าไม่เด็ดจริงอย่างที่คุยไว้นายเสร็จแน่ เพราะบังอาจหลอกให้ฉันถ่อสังขารมาถึงดินแดนที่ร้อนเหมือนกระทะคั่วเกาลัดแบบนี้”
ถ้อยคำอาฆาตของคนตัวเล็กดึงกาซิมกลับมาจากห้วงคิดของตัวเอง ชายหนุ่มฉีกยิ้มจนเห็นฟันขาวเรียงเป็นระเบียบน่ามอง
“รับรอง ถ้าเธอเห็นพีระมิดแห่งฟาบาแล้วไม่ติดใจฉันให้ปรับตามใจชอบ” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยความมั่นใจก่อนจะชี้มือตรงไปเบื้องหน้า
“โอโฮ...”
เมษามองตามไปก่อนจะหลุดเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจออกมา ที่เบื้องหน้ากลางทะเลทรายร้อนระอุ ท่ามกลางเปลวแดดไหวระริกพีระมิดสูงใหญ่สีทองอร่ามตั้งตระหง่านท้าทายสายลมและแสงแดดอย่างสง่างาม
มันเป็นพีระมิดผิวเรียบที่สมบูรณ์มาก มีขนาดใกล้เคียงกับพีระมิดเมนเคาเรที่กิซา แต่พีระมิดแห่งฟาบาคงความสมบูรณ์และสวยงามมากกว่าหลายสิบเท่า เหตุเพราะพีระมิดแห่งนี้จมอยู่ใต้ผืนทรายมาตลอดสามพันห้าร้อยปี จึงไม่ถูกพายุทรายและสายลมแห่งกาลเวลากัดกร่อนเหมือนพีระมิดอื่นๆ
“สวยมากเลยใช่ม้า...” ชายหนุ่มเอ่ยถาม ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า “ฉันเองหลงรักพีระมิดแห่งนี้ตั้งแต่แรกเห็นเลยล่ะ”
หญิงสาวพยักหน้ารับแล้วรีบเปิดประตูรถกระโดดลงไปยืนข้างนอก เมื่อรถโฟร์วีลล์ที่นั่งมาชะลอความเร็วลงก่อนจะจอดสนิทที่ลานกว้างหน้าพีระมิด ร่างบางวิ่งถลาไปมองสิ่งก่อสร้างอายุสามพันห้าร้อยปีด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะหันมาหาเพื่อนหนุ่มที่ก้าวเท้าเดินตามมายืนข้างๆ
“สวยจังเลย ฉันรู้สึกเหมือนมีพลังอันยิ่งใหญ่ไหลวนอยู่ที่นี่”
“เด็ดใช่ไหมล่ะ ฉันบอกแล้วว่าเธอจะชอบ แต่อย่าเพิ่งอึ้ง ข้างในพีระมิดเด็ดกว่านี้อีก” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ พีระมิดแห่งฟาบาเป็นมากกว่างานในความรับผิดชอบของเขา ทุกครั้งที่มายืนอยู่หน้ามหาพีระมิดแห่งนี้ เขาจะรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน บางครั้งเขายังเคยคิดว่าตัวเองอาจจะเคยอยู่ที่นี่ในยุคจักรวรรดิกลาง ก่อนที่พีระมิดแห่งนี้จะถูกเม็ดทรายหลายล้านตันฝังกลบจนมิดก็เป็นได้
“จริงอ่ะ มีขุมทรัพย์ฟาโรห์กองมหึมาอยู่ข้างในเหรอ” หญิงสาวเอ่ยด้วยดวงตาวาววับอย่างนึกสนุก
“ยิ่งกว่าขุมทรัพย์อีก” ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับส่ายหน้าไปมา ก่อนจะกล่าวต่อเมื่อเห็นเพื่อนสาวจ้องมองตาโตด้วยความสนใจสุดๆ “พีระมิดแห่งนี้บรรจุขุมความรู้ที่สำคัญของคนอียิปต์โบราณเอาไว้ สำหรับนักมานุษยวิทยาอย่างเธอ ฉันว่ารูปภาพและจารึกที่พบภายในพีระมิดมีค่ายิ่งกว่าทองคำลิบลับ”
“จริงเหรอ งั้นรีบเข้าไปข้างในกันเถอะ ฉันชักอยากเห็นข้างในแล้วว่าจะสวยเหมือนข้างนอกไหม” เมษาเอ่ยพลางออกแรงดึงแขนเพื่อนหนุ่มเดินตรงไปยังทางเข้าพีระมิด
“ไม่ต้องใจร้อน อารยธรรมสามพันห้าร้อยปีรอเธออยู่ข้างในแล้ว ไม่หนีไปไหนหรอก มาดูด้านนอกกันก่อนดีกว่า” ชายหนุ่มฝืนตัวไว้แล้วพาเพื่อนสาวเดินชมที่ด้านนอกก่อน
พีระมิดแห่งฟาบากำลังอยู่ระหว่างการบูรณะเพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม รอบๆ พีระมิดจึงมีคนงานและเครื่องจักรสำหรับปรับแต่งภูมิทัศน์วางอยู่ระเกะระกะ ส่วนภายในพีระมิดถูกกำหนดเป็นเขตห่วงห้ามคนที่จะเข้าไปได้มีเพียงคณะขุดค้นไม่กี่คนเท่านั้น
โดยกาซิมทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะขุดค้นตามความต้องการของแดเนียล อับดุลลาห์ ฟาอัด อัลฟาบา แม้เขาจะยังหนุ่มและมีประสบการณ์ในการทำงานด้านนี้ค่อนข้างน้อย แต่เมื่อเป็นความต้องการของแดเนียล อัลฟาบา ก็ไม่มีใครกล้าคัดค้านแต่อย่างไร
กาซิมพาเพื่อนสาวมาหยุดยืนเบื้องหน้าพีระมิดพร้อมกับบรรยายข้อมูลที่เขารู้ให้เจ้าหล่อนฟัง
“พีระมิดแห่งฟาบามีขนาดพอๆ กับพีระมิดเมนเคาเรที่กิซา แต่พีระมืดแห่งนี้สมบูรณ์กว่ามากเพราะจมอยู่ใต้พื้นทรายมาตลอดสามพันห้าร้อยปีเลยไม่ถูกลมและฝุ่นทรายกัดเซาะเหมือนพีระมิดแห่งอื่นๆ เธอดูผิวด้านนอกนี่สิหินปูนที่ฉาบเอาไว้ยังคงสมบูรณ์ ผิวเรียบทำมุมสวยงามแบบพีระมิดที่แท้จริง ตัวพีระมิดก่อสร้างจากหินปูน ส่วนห้องด้านในก่อสร้างด้วยหินแกรนิตสีชมพูจากอัสวาล”
หญิงสาวพยักหน้าเห็นด้วยดวงตากลมโตไม่ละไปจากพีระมิดสีทองแม้แต่น้อย “สวยจริงๆ แหละ ดูเหมือนเพิ่งทำเสร็จ ไม่น่าเชื่อว่าสร้างมาแล้วถึงสามพันห้าร้อยปี คงเพราะจ่มอยู่ใต้ผืนทราย แต่ว่ามันผุดขึ้นมาได้ยังไง ใครกันที่ขุดทรายกองมหึมาออกไปจนเห็นพีระมิดนี่จมอยู่ข้างใต้”
“เทพเจ้ามั้ง” กาซิมเอ่ยเบาๆ ก่อนจะรีบอธิบายเมื่อเห็นสายตาเพชฌฆาตของฝ่ายตรงข้าม
“ไม่ได้ล้อเล่น พีระมิดแห่งฟาบาถูกค้นพบโดยบังเอิญ วันนั้นคุณแดเนียลกับอาเหม็ดองครักษ์คนสนิทออกสำรวจหาน้ำมันแถวนี้ แล้วอยู่ๆ ก็เกิดพายุทรายพัดกระหน่ำ พอพายุทรายสงบพีระมิดแห่งนี้ก็ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเขาสองคน ความจริงแล้วไม่มีมนุษย์คนไหนค้นพบพีระมิดแห่งนี้หรอก แต่พีระมิดแห่งฟาบาเปิดเผยตัวมันเองต่อชาวโลกต่างหาก”
“โอ้โฮ...อัศจรรย์จริงๆ ว่าแต่ทำไมมันถึงชื่อว่าพีระมิดแห่งฟาบาล่ะ ปกติพีระมิดจะเรียกชื่อตามพระนามของฟาโรห์ผู้ทรงเป็นเจ้าของไม่ใช่เหรอ” หญิงสาวเอ่ยถามตาโต จนคนถูกถามอดยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้
“ใช่ มันถูกเรียกตามชื่อของคุณแดเนียล”
“แดเนียล อับดุลลาห์ ฟาอัด อัลฟาบา” เมษาทวนชื่อยาวปานขบวนรถไฟเบาๆ ก่อนจะส่ายหน้าไปมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ฉันเพิ่งเคยได้ยินนะนี่ ปกติโบราณสถานพวกนี้ไม่ว่าใครจะค้นพบมันก็ต้องเป็นสมบัติของชาติไม่ใช่เหรอ”
กาซิมพยักหน้ารับแล้วพาเพื่อนสาวออกเดินอีกครั้งพร้อมกับตอบคำถามที่เธออยากรู้ไปด้วย
“ใช่ พีระมิดแห่งนี้เป็นสมบัติของประเทศอียิปต์ แต่มันอยู่ในความดูแลของคุณแดเนียล คุณแดเนียลเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์ขุดค้นในพีระมิดแห่งนี้ ด้วยเหตุผลหลายข้อ...” ชายหนุ่มทอดเสียงยาว พร้อมกับหยุดยืนเบื้องหน้ารูปสลักสฟิงก์ที่ทำจากหินทรายคู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อว่า “ข้อแรกเพราะเขาเป็นคนค้นพบมัน ข้อสองพีระมิดแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ของตระกูลอัลฟาบา ข้อสามตระกููลอัลฟาบามีอิทธิพลมาก เขามั่งคั่งและมีกลุ่มชนชั้นสูงในสังคมหนุนหลัง และ...ข้อสุดท้ายไม่มีใครกล้าเข้ามาดูแลพีระมิดแห่งนี้ เพราะทุกคนล้วนกลัวอาถรรพ์ที่ครอบงำมันอยู่”
“คำสาปฟาโรห์เหรอ” หญิงสาวเอ่ยถามตาโตยิ่งฟังก็ยิ่งตื่นเต้น แม้เธอจะไม่ชอบศึกษาด้านโบราณคดี แต่ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับตำนานโบราณล่ะก็ เมษาชอบฟังเป็นที่สุด เพราะเธอคิดว่ามันสนุกดี มีมนต์ขลังและน่าหลงใหล
“ไม่รู้สิ แต่ก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยส่งคนเข้ามาควบคุมการขุดค้นที่นี่ แต่ไม่มีใครแตะต้องอะไรได้เลย คนงานและหัวหน้าคณะสำรวจอยู่ๆ ก็หลับไม่ตื่นกันเป็นจำนวนมาก เลยไม่มีใครกล้ามายุ่งที่นี่ นับแต่นั้นมาสิทธิ์ในการขุดค้นจึงตกเป็นของคุณแดเนียลแต่เพียงผู้เดียว เพราะเขาเป็นคนเดียวที่ไม่ถูกอาถรรพ์ของที่นี่เล่นงาน” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับออกเดินอีกครั้ง
“อ๋อ...ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี่ พีระมิดแห่งนี้เลยตกเป็นของคุณแดเนียลของนายไปโดยปริยาย มันก็เลยถูกเรียกว่าพีระมิดแห่งฟาบา ตามชื่อตระกูลของเขา” หญิงสาวกล่าวสรุปพร้อมกับเดินตามเพื่อนหนุ่มไปติดๆ
“ใช่ อีกสองสามวันเธอคงได้พบเขา ตอนนี้คุณแดเนียลไม่อยู่ เขาเดินทางไปเจรจาธุรกิจที่อังกฤษ”
“อืม...” หญิงสาวพยักหน้ารับ ตอนนี้เธอชักอยากเจอคุณแดเนียลของเพื่อนหนุ่มขึ้นมาตงิดๆ แล้วสิ ผู้ชายคนนี้มีประวัติส่วนตัวที่น่าสนใจดีแท้
“ไอซ์ ถ้าเธอได้พบคุณแดเนียลแล้วเธอจะชอบเขา เขาเป็นคนดีมากๆ เลย นิสัยดี หน้าตาดี การศึกษาดี” กาซิมยังคงเอ่ยชมนายจ้างของตนต่อไปด้วยความรักเคารพเป็นที่สุด
“โอเค ดีทุกอย่างหาข้อติไม่ได้เลย” หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองใบหน้าเพื่อนหนุ่มเขม็ง ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ก่อนจะโพล่งออกมาว่า “นี่กาซิมฉันว่าเธอชักจะยังไงๆ อยู่น้า... อายุอานามก็ปาเข้าไปปูนนี้แล้วยังไม่ยอมแต่งงานแต่งการ ทั้งๆ ที่คนในประเทศนี้อายุน้อยกว่านายเขามีลูกวิ่งเป็นโขยงแล้ว นายเบี่ยงเบนทางเพศหรือเปล่า ถ้าใช่ก็บอกได้นะไม่ต้องอาย เราเพื่อนกันฉันรับได้”
กาซิมรับฟังด้วยดวงตาปริบๆ ก่อนจะหัวเราะพรืดออกมาดังลั่น ยัยไอซ์คิดได้ยังไงนี่ว่าเขาเป็นเกย์และกำลังหลงรักคุณแดเนียล ใช่ เขารักนายจ้างคนนี้ของเขามาก แต่รับรองได้ว่าไม่ได้รักแบบชู้สาว มันเป็นไปไม่ได้แล้วก็ผิดหลักศาสนาด้วย
“ประสาทแล้วยัยไอซ์ ฉันปกติดีเพียงแต่ยังไม่พบคนถูกใจ” ชายหนุ่มปฏิเสธพร้อมกับส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
“นายแน่ใจนะว่าปกติ คิดดีๆ แล้วค่อยตอบ” หญิงสาวยังคงจ้องมองตาโตอย่างคาดคั้น
“จะบ้าเหรอ ฉันแมนเต็มร้อยเฟ้ย...” คนถูกกล่าวหาประกาศเสียงดังแล้วเดินหนีด้วยความระอา
เมษาเดินตามพร้อมกับหัวเราะคิกคักอย่างเบิกบานที่ได้แกล้งเพื่อนหนุ่มให้ตกประหม่าได้
“ล้อเล่นน่า ก็ฉันเห็นนายพูดถึงคุณแดเนียลไม่ขาดปากเลย ตั้งแต่มาถึงอียิปต์เนี่ย ฉันได้ยินนายเอ่ยชื่อเขาเป็นร้อยครั้งแล้วมั้ง ติดใจอะไรกันนักหนาหึ”
“เอาไว้เธอพบคุณแดเนียลก่อนเถอะแล้วจะหายสงสัย”
หญิงสาวจ้องมองคนพูดตาโต สงสัยกาซิมจะตกหลุมเสน่ห์คุณแดเนียลอะไรนี่โครมเบ้อเริ้มแน่ๆ เลย ไม่ว่าอะไรคุณแดเนียลก็ดีไปหมดจริงๆ
“ได้ แต่ตอนนี้เราเข้าไปดูข้างในได้หรือยังที่นี่ร้อนชะมัด ครีมกันแดดหกสิบเปอร์เซ็นต์ของฉันจะเอาไม่อยู่แล้วเนี่ย” หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับยื่นแขนขาวๆ ของตนให้เพื่อนหนุ่มดู
“งั้นตามมา” ชายหนุ่มเอ่ยพร
