by polychana on Sun Jun 10, 2007 4:22 am
ดวงสุริยันส่องแสงสว่างแรงกล้าราวคบเพลิงขนาดใหญ่ดูคล้ายว่ากำลังนำทางให้อูฐสองตัวที่ควบทะยานมาแต่ไกล อูฐตัวแรกแม้จะนำหน้าแต่ก็อยู่ไม่ห่างจากอูฐตัวที่สองมากนัก
เจ้าชายหนุ่มน้อยที่ควบอูฐนำหน้าหันไปมองอูฐอีกตัวที่ตามหลังมาติดๆด้วยความหงุดหงิดพระทัยเพราะรู้ดีว่า ชัยชนะที่ไดัมา มิใช่เพราะพระองค์พียงอย่างเดียว
"เจ้าทำให้ข้ารู้สึกว่า ข้าไม่ได้มีความสามารถอย่างแท้จริง ทำถึงไม่แข่งกับข้าให้เต็มความสามารถที่เจ้ามี"
ผู้ที่ตามหลังมาก้มหน้า ก่อนที่จะทูลกลับไปด้วยน้ำเสียงที่บ่งถึงความจงรักภักดี
"กระหม่อมไม่หาญกล้ามีชัยชนะเหนือกว่า บุตรของเทพเจ้าได้ และกระหม่อมก็มิได้ออมฝีมือแต่อย่างใด ทรงชนะหม่อมฉันด้วยตัวของฝ่าบาทเองทั้งสิ้นพระเจ้าข้า" เมื่อสิ้นเสียงของทหารกล้าที่เปรียบเสมือนทั้งเพื่อนสนิท และข้ารับใช้ เสียงเปียหนังก็ดังขึ้นมา พร้อมกับเสียงร้องของอูฐที่เจ้าชายไซอัสประทับนั่งร้องขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด
เสียงอูฐตัวนั้นสอดประสานกับเสียงของฝีเท้าของมันยามกระทบพื้นทะเลทรายพร้อมกับเสียงแห่งสายลมที่พัดดังอู้… อู้พาพัดผิวทรายสีทองฟุ้งกระจายในอากาศที่ร้อนระอุ งดงามราวเกล็ดเพชรและผงทองคำ
จนกระทั่งอูฐตัวแรกนั้นพุ่งผ่านม่านทองคำไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจว่าอูฐอีกตัวจะติดตามมาหรือไม่
เมื่ออูฐตัวแรกวิ่งมาจนถึงปิรามิดที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ มันหยุดยืนนิ่งตามคำรับสั่งของผู้เป็นนาย…เจ้าชายไซอัส
ผู้มาถึงก่อนปลดผ้าปิดหน้าที่กันฝุ่นผงทรายออก เผยให้เห็นดวงตาสีศิลาได้ถนัด ดวงตาเข้มเปล่งประกายเจิดจ้าอย่างผู้มีชัยขณะยืดอก และมองไปเบื้องหน้า ด้วยสายตาที่ชื่นชมก่อนจะหันหน้าไปทางผู้ติดตามที่ควบอูฐตามมาและมาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังในระยะที่ไม่ห่างกันนัก
“ปิรามิดของข้าจะต้องยิ่งใหญ่และสวยงามกว่านี้ เจ้าเชื่อข้าหรือไม่ซาเต” น้ำเสียงแม้ราบเรียบหากแฝงไว้ซึ่งทะนงตน
“พะยะค่ะ...หม่อมฉันเชื่อเช่นนั้น” ซาเตพยักหน้ายอมรับ เขาเชื่อว่าเจ้าชายไซอัสจะต้องเป็นฟาโรห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งอาณาจักรไมเยนต์
เจ้าชายไซอัสเสด็จผ่านทาสนูเบียและลิเบียที่กำลังลากหิน สายพระเนตรมองไปเบื้องหน้าเหมือนกับว่าผู้คนเหล่านั้นเป็นเพียงเม็ดดินเม็ดทราย มิได้มีความสำคัญต่อสายพระเนตรแม้แต่น้อย ทรงสาวพระบาทไปเรื่อยๆ โดยที่เบื้องพระปฤษฎางค์มีองค์รักษ์หนุ่มติดตามไม่ห่าง
จนเมื่อมาถึง ที่หมายจึงทรงหยุดประทับยืน ณ สถานที่ทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ที่ซึ่งเหล่าทาสหลายหมื่นคนกำลังลากศิลาก้อนใหญ่ด้วยเชือกหยาบหนา
“วิหารศักดิ์สิทธ์และสฟิงซ์ของข้า จะต้องงดงามและยิ่งใหญ่ ข้าต้องการให้สลักถ้อยคำข้าลงในแผ่นศิลาจารึก”
เจ้าชายหนุ่มรับสั่ง ทั้งที่ยังทอดพระเนตรชมความงามของวิหารคีฟาและคูเฟรอันศักดิ์สิทธิ์ ทรงมุ่งหวังในพระทัยที่จะทำให้พระนามของพระองค์ยืนยงอยู่ชั่วกาลนาน วิหารคีฟางามสง่าดุจองค์ฟาโรห์ ส่วนวิหารคูเฟรนั้นงดงามอ่อนช้อย ทรงรับสั่งให้สร้างไว้เพื่อองค์ราชินี...ทรงต้องพระประสงค์ที่จะได้สิ่งที่ดีที่สุดมาครอบครองดั่งสมบัติประดับบารมี สิ่งใดงดงาม ทรงหมายมั่นว่าสิ่งนั้นจึงจะคู่ควรต่อพระองค์... ฟาโรห์ไซอัส
พลอยชนา