Welcome
Welcome to <strong>mookfah</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

ลิขิตรักลำน้ำไนล์ บทที่ 1 หญิงสาวจากเมืองไทย (ตอนที่ 1)

นิยายรักโรแมนติกแฟนตาซี จากมัลลิกา

ลิขิตรักลำน้ำไนล์ บทที่ 1 หญิงสาวจากเมืองไทย (ตอนที่ 1)

Postby มัลลิกา on Fri Sep 07, 2007 10:42 am

ลิขิตรักลำน้ำไนล์

บทที่ 1

สาวน้อยจากเมืองไทย

ตอนที่ 1


ดวงตะวันยามบ่ายคล้อยสาดแสงแรงกล้า เหยี่ยวทะเลทรายสีน้ำตาลเหลือบอำพันบินโฉบเหนือยอดพีระมิดสีทองสูงเสียดฟ้า จ้าวแห่งท้องนภาโบกปีกกว้างใหญ่หยอกล้อกับสายลมอย่างเริงร่าแล้วโผบินขึ้นไปบนท้องฟ้าสีครามเหลือบแดงด้วยท่วงท่าสง่างาม


ก่อนจะร่อนลงเกาะบนเนินทรายสูงชันพลางแหงนหน้าขึ้นมองเครื่องบินสีขาวลำใหญ่ที่กำลังลดเพดาลบินลงช้าๆ เจ้าสัตว์แสนรู้กรีดเสียงร้องเบาๆ แล้วโผบินจากไป การรอคอยจบสิ้นลงแล้ว เข็มนาฬิกาแห่งโชคชะตาออกเดินอีกครั้ง ตามพระบัญชาของทวยเทพผู้ปกปักดินแดนไอยคุปต์


บนเครื่องบินลำใหญ่ที่บรรทุกผู้โดยสารมาจากแดนไกล ร่างบางสมส่วนนั่งก้มหน้าอยู่เหนือกระเป๋าสะพายใบใหญ่ที่วางอยู่บนตัก มือเรียวค้นหาข้าวของในกระเป๋าง่วน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมกับยิ้มหวานด้วยความยินดี เมื่อสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้แล้ว


โดยหารู้ไม่ว่ารอยยิ้มของตนสร้างความหวั่นไหวให้กับคนรอบข้างเพียงใด เจ้าหล่อนเป็นหญิงสาวสวยจัด รูปร่างเล็กบอบบาง ผิวขาวผ่องอมเหลืองนวลเนียนลออตา ดวงหน้าเรียวสวยหวานแบบคนเอเชีย หน้าผากมนได้รูปสวย จมูกโด่งเล็ก ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ สองแก้มปลั่งแต้มด้วยลักยิ้มบุ๋มน่ารัก คิ้วเรียวสวยพาดอยู่เหนือดวงตากลมโตเจิดจรัส ยามแย้มยิ้มส่องประกายรื่นเริงจนคนพบเห็นแทบหยุดหายใจ


“เจอแล้ว หาแทบตายแน่ะ ยับไปหน่อยแต่ยังพออ่านได้” หญิงสาวพึมพำเบาๆ ด้วยภาษาแม่ ดวงตากลมโตดำขลับแฝงแววซุกซนจับจ้องไปยังแผ่นพับยับย่นในมือ แล้วเริ่มต้นอ่านข้อความภาษาอังกฤษที่พิมพ์อยู่บนกระดาษเคลือบมันด้วยความสนใจ


เมษา พิทักษ์โยธิน สาวน้อยจากประเทศไทย ดินแดนแห่งลุ่มน้ำอุษาคเนย์ เจ้าของดวงหน้าเรียวสวยหวานชวนมอง เธอเพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านมานุษยวิทยาจากประเทศอังกฤษ และเดินทางมาที่อียิปต์ตามคำชวนของเพื่อนรุ่นพี่ซึ่งกำลังทำงานขุดค้นด้านโบราณคดีอยู่ที่พีระมิดทางด้านใต้ของเมืองดาร์ชู


เธอไม่ได้สนใจเรื่องราวของอียิปต์โบราณสักเท่าไร เพราะเธอเป็นนักมานุษยวิทยา ไม่ใช่นักโบราณคดี หรือนักอียิปต์วิทยา หญิงสาวพูดเสมอว่าสิ่งที่เธอสนใจศึกษาก็คือคนที่มีชีวิตไม่ใช่อิฐหักๆ กับซากศพแห้งๆ อายุหลายพันปี แต่ที่เดินทางมาอียิปต์ครั้งนี้ก็เพราะขัดเพื่อนรักคนนี้ไม่ได้


“พีระมิดแห่งฟาบา อนุสรณ์สถานที่ถูกซุกซ่อนอยู่ใต้ผืนทรายมาถึงสามพันห้าร้อยปี กำลังรอคุณมาร่วมค้นพบความลับของฟาโรห์รูปงามที่ไม่เคยถูกกล่าวถึงในประวัติศาสตร์มาก่อน ฟาโรห์เมนโนฟิส กษัตริย์ที่ถูกลบพระนามออกจากราชวงศ์ ลึกลับดีแฮะ ฟาโรห์พระองค์นี้”


เสียงหวานอ่านข้อความในแผ่นพับเบาๆ พร้อมกับสรุปความเห็นของตนปิดท้าย ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบิน เบื้องนอกมหาพีระมิดที่เห็นอยู่ไกลๆ ส่องประกายสีทองตัดกับแผ่นฟ้าสีครามเข้ม บางทีการมาอียิปต์ในครั้งนี้ก็คงไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด เพราะอย่างน้อยอาทิตย์อัสดงท่ามกลางผืนทรายและหมู่พีระมิดก็งดงามน่าชมมิใช่น้อย


“สวยจังเลย” หญิงสาวพึมพำเบาๆ ด้วยความหลงใหล มนต์เสน่ห์ดินแดนไอยคุปต์ไม่เคยจืดจางตามกาลเวลาจริง แม้แต่คนที่ไม่เคยสนใจเรื่องราวอียิปต์โบราณอย่างเธอยังอดเผลอจ้องมองตาค้างไม่ได้


“ท่านผู้โดยสารโปรดรัดเข็มขัด ขณะนี้เครื่องของเรากำลังจะลงจอดที่สนามบินไคโร ก่อนลงจากเครื่องกรุณาตรวจสอบสัมภาระของท่านให้เรียบร้อย ยินดีที่ได้รับใช้ทุกท่าน ขอให้มีความสุขในดินแดนแห่งอารยธรรมลุ่มน้ำไนล์ ขอบคุณค่ะ”


เสียงประกาศของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินฉุดสายตาของเมษากลับมาจากภาพเบื้องนอก หญิงสาวเก็บแผ่นพับในมือใส่กระเป๋าสะพายใบเก่งแล้วรีบปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ก่อนจะเอนหลังพิงพนักพร้อมกับหลับตาลง เธอขึ้นเครื่องบินมาก็มาก


แต่อาการใจสั่นตอนล้อเครื่องสัมผัสพื้นดินไม่ยอมหายไปสักที นั่งเครื่องบินเป็นวันๆ เธอไม่เคยรู้สึกอะไรเลย แต่พอจะลงจอดที่ไรมีอันต้องอึดอัดเหมือนใจจะขาดทุกที แรงกระแทกหนักๆ ที่เกิดขึ้นทำให้หญิงสาวรู้แล้วว่าการเดินทางครั้งนี้ปลอดภัย ดวงตากลมโตลืมขึ้นพร้อมกับถอนใจเบาๆ


“เฮ้อ...ถึงซะทีนะ”


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~


ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านในช่องผู้โดยสารขาเข้า เมษาเดินลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปตามทางเดินช้าๆ สนามบินไคโรในยามนี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คนหลายชาติหลายภาษา ทั้งชาวตะวันตกหัวแดง ชาวอาหรับรูปร่างสูงใหญ่ในชุดประจำชาติ และชาวเอเชียผิวเหลืองแบบเธอก็มีในเห็นบ้าง แม้จะมีน้อยกว่ากลุ่มคนสองสัญชาติข้างต้นก็ตาม


อียิปต์ไม่เคยสิ้นมนต์ขลังจริงๆ แหล่งอารยธรรมโบราณยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือนได้เสมอ ในแต่ละปีสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติเป็นกอบเป็นกำ ถ้าเธอเป็นชาวอียิปต์เธอจะก้มกราบบรรพบุรุษที่สร้างอารยธรรมไอคุปต์ด้วยความสำนึกในบุญคุณทุกวัน เพราะพวกเขาแม้จะตายไปร่วมห้าพันปีแล้วยังอุตส่าห์ทิ้งมรดกไว้ให้ลูกหลานใช้เลี้ยงชีพมาจนถึงทุกวันนี้


เมษาหยุดยืนตรงทางออกของสนามบินพลางกวาดตามองไปรอบๆ เพื่อมองหากาซิมเพื่อนหนุ่มชาวอียิปต์ซึ่งเป็นคนชวนเธอมาเที่ยวอียิปต์ในครั้งนี้


“อยู่ไหนนะ” เสียงใสพึมพำเบาๆ ดวงหน้าสวยหวานเริ่มง้ำน้อยๆ เมื่อมองหาเท่าไรก็ไม่เห็นร่างสูงผิวสีน้ำตาลแก่ของกาซิมสักที หญิงสาวยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู เครื่องบินก็เข้าตามกำหนดเวลานี่น่า เธอก็บอกแล้วว่าจะมาเที่ยวนี้ ถ้าลืมมารับละก็เธอจะงอนให้เข็ดเลย คนไม่ชอบรอครุ่นคิดในใจพลางกวาดตามองไปรอบๆ โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตนเองกำลังตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนที่อยู่ในสนามบิน


“ไอซ์ ทางนี้”


เสียงคุ้นหูของเพื่อนหนุ่มดึงสายตาของเมษาให้หันมามองทางซ้ายมือ ทันทีที่เห็นเพื่อนรักความตั้งใจที่จะ ‘งอน’ ก็บินหายไปทันที ร่างบางรีบถลาเข้าไปหาชายหนุ่มชาวอียิปต์พลางอ้าแขนออกกว้างโอบกอดเพื่อนรุ่นพี่ที่ไม่ได้พบกันเกือบปีแน่นด้วยความคิดถึง


“กาซิม คิดถึงนายจังเลย” หญิงสาวเอ่ยเสียงหวาน ดันร่างสูงออกห่าง ดวงหน้าเรียวประดับรอยยิ้มสดใส ก่อนจะจะย่นจมูกใส่เมื่อเห็นสภาพเพื่อนหนุ่มเต็มตา


“อยู่ที่นี่คงอดยากมากสินะ ดูสิทั้งผอมทั้งดำ ดูไม่จืดเลยจริงๆ”


กาซิมหัวเราะเสียงก้อง ก่อนจะแกล้งหยอกคืนบ้าง “พูดมากเหมือนเดิม เพราะปากแบบนี้สิถึงได้หาแฟนไม่ได้สักที”


เมษาเท้าสะเอวฉับ ดวงหน้าเรียวเฉิดขึ้นอย่างน่าหมั่นไส้ ก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทางเย่อหยิ่งว่า “ใคร ใครบอกว่าฉันหาไม่ได้ ฉันไม่เอาเองต่างหาก อย่างฉันราชินีไอซ์ แค่ชายตาก็วิ่งมาเป็นพรวนแล้ว”


“ขี้โม้ เลือกมากระวังจะขึ้นคานนะแม่คุณ พอแก่เหนียงยานแล้วต่อให้ลดแลกแจกแถมก็ไม่มีใครเอา” กาซิมเอ่ยกลั้วหัวเราะพลางยื่นนิ้วจิ้มหน้าผากมนของเพื่อนสาวด้วยความเอ็นดู


“ช่างฉันเถอะ ว่าแต่เรียกมาถึงนี้จะให้มาดูอะไร ถ้าไม่เด็ดจริงอย่างที่บอกไว้ละก็น่าดู” หญิงสาวปัดมือเพื่อนหนุ่มออก ยัดคันลากกระเป๋าเดินทางใส่มือเพื่อนหนุ่มแล้วเดินนำออกจากสนามบินทันทีราวกับคนที่รู้จักทางเป็นอย่างดี


“แน่นอนระดับนี้แล้ว พรุ่งนี้เธอจะได้เห็นพีระมิดแห่งฟาบากับตา ถ้าไม่เด็ดจริงฉันให้เหยียบเลย” กาซิมร้องบอกพลางลากกระเป๋าเดินทางของเพื่อนรักตามไปติดๆ


“เอาไว้ก่อนเถอะ ฉันนั่งเครื่องมาตั้งหลายชั่วโมงทั้งหิวทั้งเหนื่อยไม่มีแรงเหยียบนายหรอก พาไปหาอะไรกินหน่อยสิ แล้วฉันก็อยากอาบน้ำด้วย นายจองโรงแรมไว้ให้ฉันเรียบร้อยแล้วใช่เปล่า”


“ขอรับท่านราชินี เชิญทางนี้เลยเดี๋ยวบ่าวจะพาไปเสวย” ชายหนุ่มเอ่ยพลางหยุดยืนข้างรถโฟว์วีลกลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่งที่จอดอยู่ในลานจอดรถด้านหน้าสนามบิน มือแข็งแรงดึงประตูรถเปิดกว้าง ก่อนจะก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อมพร้อมกับผายมือไปด้านข้างด้วยท่าทางโอ่อ่า


“ดีมากเจ้าไพล่ แล้วข้าจะตบรางวัลให้ไม่ต้องห่วง”


เมษาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งในรถด้วยท่าทางดุจนางพญา ทำเอา ‘เจ้าไพล่’ กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ กาซิมหัวเราเสียงก้องด้วยความขบขัน หญิงสาวหัวเราะตาม เสียงหัวเราะของทั้งคู่ดังก้องลานจอดรถ ก่อนที่รถโฟว์วิลคันเก่งจะแล่นจากไปทิ้งสนามบินไคโรไง้เบื้องหลัง


ที่มุมหนึ่งของสนามบินไคโร แดเนียล อับดุลลาห์ ฟาอัด อัลฟาบา มองผ่านแว่นกันแดดราคาแพงไปยังหญิงสาวนางหนึ่ง หญิงสาวชาวเอเชียผิวเหลืองนวล รูปร่างเล็กบอบบางในชุดสูทสีเข้มสำหรับเดินทางดูทะมัดทะแมง ผมดำขลับเหยียดตรงยาวถึงกลางหลังถูกรวบเป็นมวยสูงเปิดเผยใบหน้ารูปไข่เรียวสวยหวาน


เธอกำลังชะเง้อมองหาใครสักคนด้วยท่าทางหงุดหงิดน้อยๆ ดวงตากลมโตดำขลับกวาดมองไปรอบๆ ในขณะที่ริมฝีปากสีกุหลาบเริ่มจะยื่นออกมาด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ แวบแรกที่เขาเห็นเธอตัวเขาชาไปหมดเหมือนมีกระแสไฟวิ่งผ่าน ไม่ใช่เขาไม่เคยเจอสาวสวย ฐานะอย่างเขามีผู้หญิงวิ่งเข้าใส่มากมาย แต่ผู้หญิงคนนี้ เธอทำให้เขารู้สึกแปลกๆ รอยยิ้มของเธอทำให้เขารู้สึกว่าการรอคอยสิ้นสุดลง ร่างสูงก้าวเท้าเข้าไปหาอย่างไม่รู้ตัว


“คุณแดเนียลครับ”


เสียงร้องเรียกขององครักษ์คนสนิททำให้ร่างสูงหยุดชะงัก ชายหนุ่มหันกลับไปมองด้วยแววตาไม่พอใจสักเท่าไร


“อะไร อาเหม็ด”


“เครื่องจะออกแล้วครับ” บอดี้การ์ดหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม


แดเนียลหันไปมองช่องผู้โดยสารขาออก ก่อนจะหันมองตามหญิงสาวนิรนามที่ติดตาตรึงใจเขาคนนั้นอีกครั้ง เจ้าหล่อนกำลังถลาเข้าไปในอ้อมอกของชายหนุ่มชาวอียิปต์คนหนึ่งด้วยท่าทางลิงโลด


“กาซิม” เสียงทุ้มพึมพำด้วยความประหลาดใจ เจ้าหล่อนรู้จักกับหัวหน้าคณะขุดค้นพีระมิดของเขาอย่างนั้นเหรอ เขาสองคนเป็นอะไรกัน อย่าบอกนะว่าเป็นคนรัก...


“เดี๋ยวฉันมา” ชายหนุ่มหันไปสั่งคนสนิทแล้วรีบก้าวเท้าไปยังสองหนุ่มสาวด้วยหัวใจที่ร้อนเหมือนถูกไฟเผา แค่คิดว่าผู้หญิงคนนั้นกับกาซิมเป็นคนรักกันเขาก็ทันไม่ได้แล้ว


“ไม่ทันแล้วครับ เราต้องไปขึ้นเครื่องเดี๋ยวนี้ ถ้าคุณไม่อยากพลาดนัดสำคัญกับมิสเตอร์ไมเคิล” อาเหม็ดรีบก้าวเข้ามาขวาง ก่อนจะปลายตาไปยังสองหนุ่มสาวที่เจ้านายจ้องมองอยู่พร้อมกับเอ่ยอย่างรู้ใจว่า “ผู้หญิงคนนั้นคงเป็นเพื่อนของกาซิม เธอคงมาเที่ยวที่นี่ เมื่อเรากลับจากอังกฤษค่อยไปถามหาเธอกับกาซิมก็ได้ครับ”


แดเนียลจ้องมองสองหนุ่มสาวเดินออกไปจากสนามบินจนลับตา เขาไม่มีทางเลือกจริงๆ นัดหมายกับมิสเตอร์ไมเคิลครั้งนี้สำคัญมาก เขาต้องเจรจาธุรกิจนับพันล้าน หากพลาดนัดคราวนี้ก็คงไม่มีโอกาสแล้ว


“ก็ได้” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเข้ม ก่อนจะตัดใจเดินตรงไปยังช่องผู้โดยสารขาออกโดยมี บอดี้การ์คนสนิทเดินตามไปติดๆ


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
มัลลิกา
 
Posts: 11
Joined: Mon Jun 11, 2007 5:52 am

Return to ลิขิตรักลำน้ำไนล์

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron