by Patraporn on Sun Jul 29, 2007 4:52 pm
[size=150]“ เฮ้ย !...พ….พี่….พี่ปีเตอร์…. ดู…. ดูภาพปรา….ปราสาทนี้สิคะ….ดูสิ ! ” หญิงสาวลุกพรวดพราดจากเก้าอื้ พร้อมกับยื่นแฟ้มงานให้กับพี่ชายก่อนจะใช้นิ้วเรียวชี้ลงไปบริเวณที่เธอเห็นภาพปราสาทลึกลับนั้นเมื่อสักครู่นี้
“ ชี้ให้พี่ดูอะไรอีวา พี่นั่งดูภาพพวกนี้มาเป็นพันรอบแล้ว ไม่เห็นมีอะไรที่จะต้องทำหน้าตาตื่นแบบนี้เลย หรือว่ากลัวไม่กล้าเข้าไปทำงานในปราสาทเก่าๆแบบนี้ เฮ้อ !!!! ว่าแล้วเชียว ”
ปีเตอร์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ทันที ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าสวยของอีวา ใบหน้าของผู้เป็นน้องสาวบ่งบอกได้อย่างชัดเจนถึงอาการตื่นกลัวอะไรบางอย่าง ชายหนุ่มดึงแฟ้มกลับมาทันใดพร้อมกับเอ่ยปากบอกน้องสาวของเขาอีกครั้ง
“ เอาเป็นว่า พี่รู้แล้วว่าน้องยังไม่พร้อมกับการทำงานโปรเจคใหญ่ๆ แบบนี้ พี่จะมอบหมายงานนี้ให้คนอื่นเขาทำไปก็แล้วกัน ส่วนน้องค่อยว่ากันอีกทีว่างานไหนจะเหมาะสมที่จะเข้าไปทำ เอาเป็น ….”
“ เอามานี้ ! น้องทำเองไม่ต้องให้ใครทำทั้งนั้น ”
หญิงสาวหายตกตะลึงกับภาพปราสาทปริศนาที่ปรากฏให้เธอเห็น ใบหน้าสวยงองุ้มลงไปทันใดเมื่อได้ยินพี่ชายกล่าวกับเธอเช่นนั้น พร้อมกับดึงแฟ้มการปรับปรุงปราสาทกลาส์โกวเอามากอดไว้แนบอกทันที ท่ามกลางความแปลกใจของปีเตอร์
“ อ้าว ! ตกลงแม่คุณมาอารมณ์ไหนกันแน่ พี่ชักจะตามน้องไม่ทันแล้วนะอีวา เมื่อกี้ยังเห็นตื่นๆกลัวๆอยู่เลย มาตอนนี้เข้าอีรอบเดิมอีกแล้ว ”
“ น้องอารมณ์เดียวละคะ ไม่ได้หลายอารมณ์ ช่างเถอะ ! พี่ปีเตอร์อย่าไปใส่ใจเลย น้องพร้อมแล้วคะพี่ปีเตอร์อธิบายงานต่อไปได้เลย ถ้าน้องไม่เข้าใจน้องจะถามพี่คะ ”
หญิงสาวเตรียมปากกาและสมุดจดบันทึกงานของเธอ เพื่อบันทึกรายละเอียดนอกเหนือที่ระบุไว้ในแฟ้ม ก่อนจะเงยใบหน้าสวย พร้อมกับฉีกยิ้มจนแก้มป่องให้กับพี่ชายของเธอ
“ เอา….ว่ากันต่อเลยคะพี่ปีเตอร์ น้องพร้อมแล้ว ”
ปีเตอร์ นั่งมองหน้าน้องสาวคนเดียวด้วยความเป็นห่วง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความกังวลใจ ก่อนจะคลายออกจากกันเมื่อตัดสินใจได้แล้ว
“ ถ้าน้องพร้อมจะรับงานโปรเจคนี้ และผลของงานไม่ว่าจะออกมาเป็นไปในรูปใดก็ตามในส่วนความสำเร็จของงานพี่มอบให้กับอีวา หากมีผลเสียเกิดขึ้นพี่รับไว้เพียงคนเดียว เรามาเริ่มงานโปรเจคแรกของน้องกันเลย ”
ปีเตอร์ ส่งยิ้มให้กับน้องสาวคนเดียวของเขาพร้อมกับเริ่มต้นอธิบายโปรเจคงาน ตามที่เจ้าของปราสาทต้องการที่จะให้มีการปรับปรุง ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด อีวา สมิธ ตั้งใจจดรายละเอียดในสิ่งที่พี่ชายของเธออธิบายลักษณะงานและถ่ายทอดเทคนิคหลายอย่างให้แก่เธอ สองคนพี่น้องปรึกษางานจนเวลาล่วงเลยเข้าสู่ยามวิกาลในเวลาเที่ยงคืน
“ เฮ้อ ! เหนื่อย ! น้องมีอะไรจะถามพี่อีกไหมอีวา เห็นตั้งหน้าตั้งตาจดเอาจดเอา มีอะไรสงสัยและค้าง การตกแต่งภายในของปราสาทกลาส์โกว์แล้ว พี่ไม่ได้ตามไปช่วยเราได้ตลอดหรอกนะ หน้างานต้องใช้ไหวพริบเยอะ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้เร็วด้วย ได้ยินหรือเปล่าอีวาที่พี่ถาม ”
“ ได้ยินแล้วคะ น้องจดรายละเอียดตามที่พี่บอกน้องทุกอย่าง แต่ไม่ได้หมายความว่าน้องจะไม่มีคำถามถามพี่ปีเตอร์สักหน่อย จากที่น้องดูภาพถ่ายภายในปราสาท ปราสาทนี้เหมือนไร้คนอยู่อาศัยมานาน ชำรุดและทรุดโทรมมากเลย การปรับปรุงแทบจะเรียกได้ว่ารื้อสร้างใหม่น่าจะดีนะพี่ปีเตอร์ ทำไมเจ้าของปราสาทไม่ทำการรื้อปราสาทเก่าและสร้างขึ้นใหม่โดยสร้างให้เหมือนแบบเดิมก็ได้นิคะพี่ มันเป็นอะไรที่ง่ายกว่ากันเยอะเลย หากเป็นความคิดของน้อง มันไม่คุ้มเลยคะกับการที่จะต้องมาหาจุดที่ชำรุด เพราะว่ามันจะทรุดลงวันไหนก็ไม่รู้เห็นสภาพแล้ว น่ากลัวจะถล่มทับอีวาก่อนงานเสร็จละสิไม่ว่า ”
“ โอโห ! พอตั้งคำถามก็ถามซะยาวยืดเลยนะแม่คุณ จริงๆแล้วการทำงานแบบนั้นมันก็ถูกอย่างน้องบอกแต่ พี่บอกว่าแต่นะอีวา การทำแบบนั้นเปรียบเสมือนมิได้ท้าทายฝีมือตระกูลสมิธของเราเลยแม้แต่น้อย การรื้อปราสาทและสร้างเลียนแบบของเดิม ไม่ว่าบริษัทไหนก็ทำได้ แต่การปรับปรุงปราสาทที่มีสภาพเหมือนจะถล่มลงมาเพราะความเก่าแก่ให้กลับไปมีสีสัน ดั่งเช่นเมื่อแรกสร้างนั้นคือสิ่งที่ท้าทายทีมงานของบริษัทเรา หากเราสามารถเนรมิตปราสาทแห่งเวลส์นี้ได้เหมือนตอนสร้างครั้งแรก ตระกูลสมิธประสบความสำเร็จได้อย่างงดงาม และตัวน้องเองได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานนี้อย่างเต็มภาคภูมิ แจ้งเกิดฝีมือมัณฑนากรหน้าใหม่ได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร นั้นคือสิ่งที่น้องต้องการมิใช่หรืออีวา ที่พี่พูดมาทั้งหมดน้องจะแย้งพี่ก็ได้พี่ไม่ห้าม ”
ปีเตอร์ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยความอ่อนล้า แต่สายตายังคงทอดมองน้องสาวของเขาด้วยความเป็นห่วง ด้วยเพราะผู้เป็นน้องนั่งนิ่งฟังคำพี่ชายอธิบาย ประดุจรูปปั้นฉันใดก็ฉันนั้น เสียงใสเปรียบเช่นระฆังกังวาลของอีวาเอ่ยขึ้นกับพี่ชายของเธอ ครั้นเริ่มทำความเข้าใจกับโปรเจคงานที่เธอได้รับในครั้งนี้ขึ้นมาบ้างแล้ว
“ น้องเข้าใจแล้วคะ ทราบแล้วว่าน้องควรจะเริ่มต้นทำงานโปรเจคนี้ให้ออกมาในรูปแบบไหน น้องจะพิสูจน์ฝีมือให้พี่ปีเตอร์ได้เห็นว่าน้อง เป็นหนึ่งในมัณฑนากรของตระกูลสมิธ ที่พี่ให้ความไว้วางใจและภาคภูมิใจในตัวของน้องด้วยคะ เออ…น้องมีคำถามอีกคำถามหนึ่งที่อยากรู้คะพี่ปีเตอร์ ”
“ ถามอะไรว่ามาเลยอีวา มีอะไรสงสัยถามมาให้หมดมันจะทำให้เคลียร์งานได้ราบรื่นยิ่งขึ้น ”
ชายหนุ่มยิ้มบางๆให้กับน้องสาวของตน ครั้นเห็นอีวาวุ่นวายในการพลิกแฟ้มเอกสารไปมาเหมือนหาบางอย่าง
“ ทำไมน้องมิเห็นผู้ที่จะมาประสานงานในการปรับปรุงปราสาทแห่งเวลส์ในครั้งนี้ละคะพี่ เฮเลนเขาลืมระบุชื่อสัญญาผู้ว่าจ้างงานแนบมากับแฟ้มหรือคะ ไม่มีทั้งชื่อและนามสกุล เบอร์โทรติดต่อก็ไม่มีแล้วเราจะเบิกค่าใช้จ่ายกับเจ้าของปราสาทได้อย่างไรคะพี่ปีเตอร์ ”
“ เรื่องนั้นพี่เองไม่ใช่ไม่แปลกใจ แต่ที่พี่ไม่ได้ทุกข์ร้อนเพราะว่าทางเจ้าของปราสาท ได้ชำระเงินค่าจ้างล่วงหน้ามาแล้วบางส่วน เป็นจำนวน 350,000 ปอนด์ ”
“ ฮ้า ! 350,000 ปอนด์ ทำไมชำระมามากมายขนาดนั้นละคะพี่ปีเตอร์ จริงหรือคะเนี่ย ” อีวา ถึงกับส่งเสียงออกมาด้วยความตกตะลึงกับค่าจ้างงวดแรกที่มากมายมหาศาลเช่นนั้น
“ ไม่ต้องฮ้า หรอกอีวา พี่เป็นมาก่อนแล้วซึ่งหากเป็นการประมาณราคาคร่าวๆด้วยสายตาของพี่แล้วเงินล่วงหน้าบางส่วนที่บริษัทได้รับมา มากมายจนเหลือเป็นกำไรมิรู้เท่าไร เจ้าของปราสาทระบุด้วยว่าเป็นการปรับปรุงในส่วนเฉพาะภายนอกเท่านั้น ส่วนภายในปราสาทจะชำระทันทีเมื่อโครงสร้างภายนอกแล้วเสร็จ ไม่จำกัดงบประมาณในการปรับปรุงปราสาทในครั้งนี้ ส่วนผู้ที่จะมาติดต่อประสานงานกับเรา วันที่ทางบริษัทนำทีมงานเข้าไปในพื้นที่ เพื่อลงมือปรับปรุงปราสาทวันนั้นเราจะพบผู้ประสานงานของผู้ว่าจ้างเราเอง คราวนี้น้องพอจะเข้าใจแล้วหรือยัง ”
“ อ้อคะ….น้องเข้าใจแล้วคะพี่ปีเตอร์ ”
หญิงสาวนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เมื่อฟังพี่ชายของเธอกล่าวจบก่อนจะตัดสินใจถามขึ้นมาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจบางอย่างของเธอ
“ เออ….พี่ปีเตอร์คะ ตอนที่น้องชี้รูปภาพปราสาทที่ถ่ายเห็นตัวปราสาททั้งหมด พี่ปีเตอร์จำได้ไหมที่น้องชี้ให้พี่ดู พี่เห็นอะไรในภาพนอกเหนือปราสาทแห่งเวลส์อีกไหมคะ ”
ปีเตอร์ ขมวดคิ้วหนาเข้าหากันทันทีกับคำถามของน้องสาวที่ตั้งคำถามกับตน ชายหนุ่มพลิกแฟ้มที่อยู่ในมือของเขาอีกแฟ้มหนึ่ง ที่มีข้อมูลเช่นเดียวกับแฟ้มที่อยู่ในมือของอีวา พร้อมกับพลิกแฟ้มจนพบภาพปราสาทดังกล่าวตามที่น้องสาวของตนบอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยของอีวาพร้อมกับคำตอบของเขา
“ ไม่เห็นมีอะไรเลยนะ ภาพปราสาทแห่งเวลส์บนเทือกเขาสโนว์โดเนีย ตั้งอยู่ท่ามกลางที่ราบเขียวขจี กับต้นสนสูงสีเขียวเฉียดฟ้า แล้วก็อะไรหวา ”
ชายหนุ่ม พูดได้เพียงแค่นั้นจู่ๆเงียบเสียงไปเสียเฉยๆ พร้อมกับก้มลงพินิจภาพถ่ายปราสาทเก่า เป็นเหตุให้อีวา ละล่ำละลักเอ่ยถามพี่ชายของเธอขึ้นมาทันที
“ พี่ปีเตอร์เห็นอะไรแปลกๆใช่ไหมคะพี่ พี่เห็นเหมือนอีวาใช่ไหม มีอะไรบางอย่างที่นอกเหนือจากภาพปราสาทนั้น ใช่ไหมพี่ปีเตอร์ ! ”
“ อะไรที่มันว่าแปลกอีวา พี่ไม่เห็นว่าภาพนี้จะมีความแตกต่างไปกว่าภาพอื่นเลยนะ ไม่เห็นมีอะไรเลย น้องเห็นอะไรแปลกๆในภาพปราสาทเก่าอย่างนั้นหรืออีวา ”
ชายหนุ่มกล่าวพลางส่ายหน้าไปมาช้าๆกับสิ่งที่น้องสาวของเขาตั้งคำถามกับเขา ก่อนจะเอ่ยสำทับขึ้นอีกครั้ง
“ น้องกลัวปราสาทหลังนี้ใช่ไหม คิดมากไปหรือเปล่า ปราสาทเก่าไร้ผู้คนอยู่อาศัยก็จริง มันจะดูวังเวงทุกที่นั้นแหละ แต่มันไม่มีอะไรหรอก นี้มันยุคแห่งเทคโนโลยีก้าวล้ำนำหน้าไปถึงสุริยจักรวาลไหนแล้ว น้องตาฝาดเห็นอะไรไปเรื่อยเปื่อยกระมังอีวา ”
ปีเตอร์กล่าวพลาง ยกมือหนาขยี้ผมสีทองเป็นลอนสลวยของน้องสาวไปมาเบาๆด้วยความเอ็นดู เมื่อเห็นใบหน้าเรียวสวยของอีวา งองุ้มลงไปทันทีพร้อมกับเสียงบ่นพึมพำของเธอ
“ โธ่ ! ไอ้เราก็นึกว่าเห็นเหมือนกันกับเรา หรือว่าเราจะตาฝาดไปเอง ”
อีวา สะบัดศีรษะของเธออย่างแรงเพื่อขับไล่ภาพปราสาทปริศนาดังกล่าวให้ออกไปจากความทรงจำของเธอ ก่อนจะส่งเสียงโวยวายกับพี่ชายของเธอขึ้นมาทันทีครั้นเหลือบมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานของปีเตอร์ เวลาล่วงเลยเกือบตีหนึ่งเข้าไปแล้ว
“ ว้ายยยยยยยยย ! พี่ปีเตอร์ ! ตีหนึ่งแล้ว…. โห ! อะไรกันเนี่ยคุยงานจนลืมหิว ลืมเวลานอน มิน่าละน้องถึงมองเห็นอะไรไม่เข้าเรื่อง ที่แท้อาการหิวของน้องกำเริบนี้เอง โอ๊ย ! น้องหิวจังเลยคะพี่ปีเตอร์ ทั้งหิวทั้งง่วงเลยตอนนี้ ”
หญิงสาวไม่พูดเปล่า ก้มหมอบขนาบไปกับโต๊ะทำงานของปีเตอร์ทันทีอย่างหมดแรง ท่ามกลางเสียงหัวเราะด้วยความเอ็นดูของพี่ชาย
“ เอาละ ! เอาละ ! ไม่ต้องทำท่าประชดพี่แบบนั้น วันนี้พอได้แล้วอย่าว่าแต่เราเลย พี่เองก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน อายุนับวันมากขึ้นงานดันมากเป็นเงาตามตัว กลับบ้านกันเถอะอีวา ไปกันได้แล้วแม่คุณ”
ปีเตอร์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน พร้อมกับคว้าแขนเรียวของน้องสาวให้ลุกจากท่านอนประชดที่ทำใส่กับเขา ก่อนจะลากออกจากห้องทำงานเพื่อกลับคฤหาสน์ของตน
ณ คฤหาสน์สมิธ
ร่างอรชรของอีวา นอนแผ่หราอย่างหมดสภาพด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการทำงาน และความเคร่งเครียดกับงานโปรเจคใหม่ ที่ได้รับมอบหมายจากพี่ชายเป็นผู้ควบคุมดูแลโครงการทั้งหมดแทนผู้เป็นพี่ หญิงสาวนั่งทบทวนแฟ้มงานอีกรอบ ก่อนจะล้มตัวลงนอนอย่างหมดแรง เวลาล่วงเลยเข้าสู่ยามวิกาลอันเงียบสงัด บริเวณแถบน๊อตติ้ง ฮิลล์ รายล้อมไปด้วยบ้านของบุคคลสำคัญต่างๆ เป็นย่านอุดมสมบูรณ์และมีผู้คนเข้ามาอาศัยอยู่อย่างมากมาย รวมไปถึงคฤหาสน์ของตระกูลสมิธที่ตั้งอยู่ในย่านดังกล่าว
ท่ามกลางความมืดมิดในยามราตรี เหนือผืนฟ้าเบื้องบนปรากฏสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่ง บินแหวกอากาศมาจากผืนฟ้าอันไกลโพ้น จากสัตว์ปีกที่เห็นในระยะไกล ทว่าครั้นมองในระยะใกล้กลับกลายเป็นร่างคนที่มีปีกดั่งเช่นค้างค้าวผีดูดเลือด ทั่วทั้งร่างจรดใบหน้าขาวโพลนประดุจหิมะ ไร้ซึ่งสีเลือดฝาดเจือจาง อันเป็นสิ่งบ่งบอกของการไร้ซึ่งชีวิต ค้าวค้าวผีที่มีร่างเป็นคนแต่มีปีกดั่งเช่นค้างคาวสองตัว ต่างแหวกอากาศมาอย่างรวดเร็วจนถึงจุดหมายปลายทาง บินอยู่เหนือฟ้าเบื้องบนของกรุงลอนดอน พร้อมกลับแปรสภาพจากค้างค้าวผีร่างเป็นคน กลับเป็นค้างค้าวสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมที่ผู้คนต่างพบเห็นกันทั่วไป มุ่งหน้าสู่น๊อตติ้ง ฮิลล์ เป้าหมายคือคฤหาสน์แห่งตระกูลสมิธ
ค้าวคาวสองตัวกางปีกร่อนลง พร้อมกับบินโฉบเข้าเกาะต้นไม้ใหญ่ ภายในบริเวณคฤหาสน์สมิธ พร้อมกับห้อยหัวลงประหนึ่งจะพักผ่อนนอนหลับให้หายเหนื่อยจากการเดินทางมาไกลโพ้น ปีกทั้งสองข้างหุบเข้ากับลำตัวของมันทันที ดวงตาสีแดงเพลิงต่างจับจ้องอยู่ภายนอกหน้าต่างของอีวา สมิธ นั้นเอง กระแสจิตของค้างค้าวทั้งสองตัวส่งถึงกันทันที แทนการพูดคุยในร่างของคน
“ ในที่สุด ! ผู้ปลดปล่อยของฝ่าบาทได้ปรากฏให้เห็นแล้ว ช่างเป็นการรอคอยที่แสนจะทรมานยิ่งนัก มิคาดคิดเลยว่าจะมีวันนี้ได้ เราทั้งสองต่างบินตามหามาทั่วทุกผืนฟ้า ทั่วทุกหนทุกแห่งที่พวกเราล่วงรู้ มิเสียแรงที่บากบั่นจนได้พบ หรือเจ้าว่าเช่นไรแพททริค เจ้าคิดเห็นเช่นไร เหตุไฉนจึงเงียบงันไปเสียสิ้นเล่า ” ค้างค้าวผีในนามเกเบรียล เอ่ยถามค้างค้าวผีคู่หูของตน ก่อนที่ฝ่ายถูกถามจะส่งกระแสจิตตอบโต้กลับมา
“ ไยเจ้าจึงถามข้าเช่นนั้น ข้าดีใจยิ่งกว่าสิ่งใด เพียงแต่กังวลใจไปพร้อมๆกัน ไม่ใช่แต่เพียงพวกเราจะล่วงรู้เท่านั้น ข้ากลัวเกเบรียล กลัวว่าพวกกลายพันธุ์ มันจะล่วงรู้ไปด้วย พวกมันต่างค้นหาฝ่าบาทของพวกเรามานานแสนนาน หวังเพื่อให้พวกสายกลายพันธุ์ ดำรงชีพดั่งเช่นฝ่าบาทของพวกเรา รวมไปถึงข้าและเจ้า หากแม้นพวกมันล่วงรู้ว่าฝ่าบาททรงประทับอยู่ที่ใด พวกมันจะต้องแห่กันตามล่าอย่างมิต้องสงสัย ”
“ เจ้าวิตกจริตมากเกินไปแพททริค อย่าลืมสิว่าฝ่าบาทของพวกเราพระองค์คือราชาแวมไพร์ เหนือเหล่าแวมไพร์ทั้งมวล พวกกลายพันธุ์มิอาจเข้าใกล้พระองค์ได้แต่อย่างใด อย่าว่าแต่สัมผัสถูกต้องพระวรกายของพระองค์เลย เพียงสัมผัสพวกกลายพันธุ์สูญสลายไปกับอากาศเสียสิ้น เจ้าคิดมากและระแวงจนเกินเหตุ ”
สองค้างค้าวผีดูดเลือด ต่างส่งกระแสจิตโต้ตอบปรึกษากัน ก่อนจะหยุดนิ่งหันกลับไปมองร่างอรชรของอีวา เมื่อมองเห็นร่างของผู้ปลดปล่อยได้เปลี่ยนท่านอน